5 รูทขับรถเที่ยวเหนือ ธันวาคม รับลมหนาว วิวสวย ขับง่าย ปลอดภัยสำหรับครอบครัว

ธันวาคม 2568 มาถึงแล้ว ช่วงเวลาที่หลายครอบครัวรอคอย ลมหนาวพัดมาสัมผัสหน้า หมอกจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดดอย ถนนเส้นสวยของภาคเหนือทอดตัวยาวรอให้ล้อรถของคุณไปสัมผัส ช่วงนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวไทย ท้องฟ้าเปิด อากาศเป็นใจที่สุดสำหรับการขับรถเที่ยว
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนพาเจ้าตัวเล็ก หรือผู้สูงอายุออกเดินทาง ไทยเกอร์ได้คัดสรร “5 รูทขับรถเที่ยวเหนือ” ที่ออกแบบมาเพื่อ Road Trip ฉบับครอบครัวโดยเฉพาะ เน้นถนนลาดยาง ขับง่าย ปลอดภัย มีจุดแวะพักสะดวกสบาย ให้คุณพาคนที่รักไปสัมผัสอากาศ 15-20 องศาฯ ได้อย่างอุ่นใจ
เตรียมเพลย์ลิสต์เพลงโปรด เก็บกระเป๋า แล้วสตาร์ทรถ เราจะไปลุยลมหนาวกัน
เตรียมตัวก่อนออกรถ เช็กรถ เช็กคน เช็กแผน
ก่อนจะหมุนพวงมาลัยออกจากกรุงเทพฯ ความพร้อมของทุกๆ อุปกรณ์ คน คือหัวใจสำคัญของ Road Trip ยิ่งมีสมาชิกครอบครัวไปด้วย ความปลอดภัยของชีวิตมาอันดับ 1
1. เช็กรถให้ชัวร์ก่อนขึ้นเขา เส้นทางภาคเหนือมีทั้งทางชันและทางโค้ง สิ่งที่ต้องเช็กเป็นอันดับแรกคือ เบรก ผ้าเบรกต้องเหลือเยอะ น้ำมันเบรกต้องไม่พร่อง ยางรถยนต์ ต้องมีดอกยางลึก เกาะถนนดีเยี่ยม ระบบระบายความร้อนหม้อน้ำต้องสมบูรณ์ เพราะรถต้องใช้รอบเครื่องสูงขณะขึ้นเขา อย่าลืมเช็กประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และเบอร์ฉุกเฉินติดรถไว้เสมอ
2. เตรียมคนในรถให้พร้อม สำหรับบ้านที่มีเด็ก ยาแก้เมารถ ซื้อตุนไว้ เตรียมขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม ผ้าห่มบาง ๆ ไว้ในรถ เพราะอากาศบนดอยหนาวเย็นได้ถึง 10 องศา ที่สำคัญ “คนขับมือหนึ่ง” ควรนอนหลับให้เพียงพอ และ คุณแม่หรือคนนั่งข้าง ควรโหลด Google Maps แบบ Offline ติดเครื่องไว้ เพราะบนยอดดอยสูงบางจุด สัญญาณอินเทอร์เน็ตอาจหายไปดื้อ ๆ
3. กฎเหล็กความปลอดภัย แนะนำให้วางแผนการขับรถในช่วงกลางวันเท่านั้น แสงแดดช่วยให้มองเห็นไลน์ถนนชัดเจน ปลอดภัยกว่าการขับกลางคืนบนเขาที่ไม่มีไฟทาง และวิวสองข้างทางสวยจนคุ้มค่าตื่นเช้าแน่นอน
รูทที่ 1 ขับรถเที่ยวสายคลาสสิก กรุงเทพฯ – สุโขทัย – ลำปาง – เชียงใหม่
รูทนี้ ขับง่ายที่สุด ถนนกว้างขวาง เป็นทางหลวงสายหลักตลอดสาย แทบไม่มีทางโค้งอันตรายให้เวียนหัว เป็นการอุ่นเครื่องสำหรับครอบครัวที่เพิ่งลอง Road Trip ขึ้นเหนือครั้งแรก
ข้อมูลการเดินทาง
-
จุดเริ่มต้น: กรุงเทพฯ
-
จุดสิ้นสุด: เชียงใหม่
-
ระยะทางรวม: ประมาณ 700 กิโลเมตร
-
ระยะเวลาแนะนำ: 5 วัน 4 คืน (แบ่งช่วงขับเพื่อให้ไม่เหนื่อยเกินไป)
-
ความยาก: ⭐ (1/5) ง่ายมาก ทางตรงเป็นหลัก
แผนการเดินทางแนะนำ
-
วันที่ 1 ออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ จ.สุโขทัย (ระยะทางราว 430 กม. ขับประมาณ 5-6 ชม.) พักที่นี่หนึ่งคืนเพื่อลดความล้า แวะไหว้พระที่นครสวรรค์ หรือกินก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดที่กำแพงเพชร
-
วันที่ 2 ขับจากสุโขทัย แวะเที่ยว จ.ลำปาง ก่อนเข้าสู่ เชียงใหม่ (ระยะทางราว 270 กม.) ทางช่วงนี้เริ่มมีเนินเขาเล็กน้อยให้พอตื่นเต้น แต่วิวสวยสบายตา
-
วันที่ 3-5 ใช้เวลาเต็มที่ในเชียงใหม่ ก่อนบินกลับหรือขับรถกลับตามเส้นทางเดิม
ไฮไลต์สำหรับครอบครัว ช่วงที่แวะสุโขทัย ห้ามพลาดการพาเด็ก ๆ ไปปั่นจักรยานเล่นที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยบรรยากาศร่มรื่น ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปในตัว พอถึงลำปาง แวะไหว้พระธาตุลำปางหลวง นั่งรถม้าชมเมืองเก่า ส่วนที่เชียงใหม่ ช่วงปลายปีอากาศในเมืองจะเย็นลงเหลือประมาณ 15-20 องศาฯ ตอนเช้า เดินเล่นถนนคนเดิน หรือขึ้นดอยสุเทพได้สบาย ๆ
เคล็ดลับความปลอดภัย รูทนี้รถใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เพราะถนนโล่ง ควรขับชิดซ้ายเป็นหลัก ระวังจุดกลับรถและรถจักรยานยนต์ในเขตชุมชน

รูทที่ 2 น่าน เนิบเนิบ สู่อ้อมกอดขุนเขา ถนนลอยฟ้า
ถัดมาคือเส้นทางยอดฮิตที่ใครเห็นรูปก็ต้องอยากไป น่าน จังหวัดถนนสวยเหมือนงานศิลปะ พาคุณไต่ระดับความสูงไปบนสันเขา สัมผัสอากาศหนาวแบบเต็มปอดบนถนนลอยฟ้าที่โด่งดัง เหมาะสำหรับ ครอบครัวสายถ่ายรูป / ชอบวิวภูเขาอลังการ / ขับทางโค้งได้บ้าง
ข้อมูลการเดินทาง
-
จุดเริ่มต้น: กรุงเทพฯ
-
ไฮไลต์เส้นทาง: น่าน – ปัว – บ่อเกลือ – สะปัน
-
ระยะทางขับบนเขา: เส้นทางวงกลม น่าน-บ่อเกลือ-น่าน ราว 120-150 กม.
-
ระยะเวลาแนะนำ: 6 วัน 5 คืน
-
ความยาก: ⭐⭐⭐ (3/5) มีทางชันและโค้งพับผ้า แต่ถนนสภาพดีมาก
แผนการเดินทางแนะนำ
-
วันที่ 1-2 ยิงยาวจากกรุงเทพฯ เข้าสู่ ตัวเมืองน่าน (แวะพักแพร่ได้ถ้าเหนื่อย) เที่ยววัดภูมินทร์ กระซิบรักบันลือโลก
-
วันที่ 2 ขับรถออกจากเมืองมุ่งหน้าสู่อำเภอปัว แล้วไต่ระดับขึ้นเขาผ่าน ทางหลวงหมายเลข 1081 เส้นนี้เองที่คุณจะได้เจอ “โค้งเลข 3” จุดเช็คอินมหาชน
-
วันที่ 4 จากบ่อเกลือ ไปยัง หมู่บ้านสะปัน และใช้ ทางหลวง 1256 (ถนนลอยฟ้า) ข้ามอุทยานแห่งชาติดอยภูคา กลับลงมาทางปัว
ไฮไลต์บนถนนหมายเลข 1081 และ 1256 คือสวรรค์ของคนชอบขับรถ วิวสองข้างทางคือภูเขาสลับซับซ้อนเขียวชอุ่มตัดกับท้องฟ้าสีครามในหน้าหนาว ช่วงที่ขับผ่านสันเขาจะรู้สึกเหมือนรถลอยอยู่บนฟ้าสมชื่อ “ถนนลอยฟ้า” ที่หมู่บ้านสะปัน คุณจะได้พาลูก ๆ ไปนอนโฮมสเตย์ริมลำธาร ฟังเสียงน้ำไหล ท่ามกลางอากาศหนาวจัดในตอนกลางคืน
ข้อควรระวัง: แม้ถนนจะสวย แต่ทางค่อนข้างคดเคี้ยว คนนั่งหลังอาจเมารถได้ง่าย ควรทานยาป้องกันไว้ก่อน และที่สำคัญ “ปั๊มน้ำมัน” บนโซนภูเขามีน้อย ควรเติมให้เต็มถังจากตัวเมืองปัวหรือน่านก่อนขึ้นเขาเสมอ

รูทที่ 3 ขับรถเที่ยวเหนือ ตามล่าทะเลหมอก พะเยา – ภูลังกา – เชียงราย
ถ้าครอบครัวคุณชอบตื่นเช้ามาดูหมอกขาวโพลนตัดกับยอดเขาหินปูน รูทนี้คือคำตอบ เส้นทางพะเยา-เชียงราย อาจจะไม่แมสเท่าน่านหรือเชียงใหม่ แต่ความสวยงามไม่แพ้ใครและสงบกว่ามาก
ข้อมูลการเดินทาง (Fact Box)
-
เส้นทาง: พะเยา – ภูลังกา – เชียงคำ – เชียงราย
-
ระยะทางช่วงเขา: พะเยาถึงภูลังกา ราว 120 กม.
-
ระยะเวลาแนะนำ: 5-6 วัน
-
ความยาก: ⭐⭐ (2.5/5) ทางเขาไม่ชันมาก ขับสบาย ๆ
แผนการเดินทางแนะนำ
-
วันที่ 1-2 ขับรถมาตั้งหลักที่ จ.พะเยา พักผ่อนริมกว๊านพะเยา ดูพระอาทิตย์ตกดิน
-
วันที่ 3 มุ่งหน้าสู่ วนอุทยานภูลังกา อ.ปง ขับรถไต่เขาขึ้นไปนอนรีสอร์ตบนดอย (เช่น ผาช้างน้อย)
-
วันที่ 4 ตื่นเช้ามืดดูไฮไลต์ “ทะเลหมอกแอ่งกระทะ” ที่มีเขาหินปูนโผล่ขึ้นมา สวยเหมือนภาพวาด จากนั้นขับรถลงเขาผ่าน อ.เชียงคำ มุ่งหน้าเข้า จ.เชียงราย
-
วันที่ 5 เที่ยววัดร่องขุ่น สิงห์ปาร์ค ในเชียงราย แล้วเตรียมตัวกลับ
จุดฟินสำหรับคนขับ ถนนช่วงพะเยาไปภูลังกา เป็นถนนสองเลนสวนกันที่รถไม่พลุกพล่าน ขับผ่านหมู่บ้านชาวเขาและแปลงเกษตร บรรยากาศเงียบสงบมาก ไฮไลต์คือเช้าวันที่ตื่นมาบนภูลังกา คุณจะได้จิบกาแฟร้อน ๆ มองดูทะเลหมอกไหลผ่านหน้าระเบียงห้องพัก เป็นความทรงจำที่คุ้มค่าแก่การขับรถมาไกล
ทริกความปลอดภัย สำหรับที่พักบางแห่งบนยอดดอยภูลังกา ทางเข้าอาจจะชันและแคบมาก หากคุณใช้รถเก๋งเล็ก หรือไม่มั่นใจ แนะนำให้จอดรถไว้ที่จุดบริการด้านล่าง แล้วใช้รถกระบะรับ-ส่งของชาวบ้านขึ้นไปแทน ปลอดภัยและได้ช่วยกระจรายรายได้สู่ชุมชนด้วย

รูทที่ 4 ขับรถเที่ยว Mini Loop เชียงใหม่ – อินทนนท์ – แม่แจ่ม – แม่สะเรียง
ทางเลือกสำหรับครอบครัวที่มีเวลาน้อย หรือไม่อยากเหนื่อยขับรถยาวจากกรุงเทพฯ ให้บินมาลงเชียงใหม่ เช่ารถดี ๆ สักคัน แล้วออกลุยรูทวงกลมระยะสั้นที่ครบทุกรสชาติ
ข้อมูลการเดินทาง
-
เส้นทาง: วงกลมรอบเล็กใต้เชียงใหม่
-
ระยะทางรวม: ประมาณ 430 กิโลเมตร
-
ระยะเวลาแนะนำ: 4-5 วัน
-
ความยาก: ⭐⭐⭐ (3/5) มีช่วงขึ้นเขาสูงชัน (อินทนนท์) และทางแคบ (แม่แจ่ม)
แผนการเดินทางแนะนำ
-
วันที่ 1 รับรถเช่าจากสนามบิน ขับขึ้น ดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในไทย (ระยะทางราว 100 กม.) อากาศหนาวระดับเลขตัวเดียวรอคุณอยู่ พาลูกเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
-
วันที่ 2 ขับลงจากอินทนนท์ เลี้ยวไปทาง อ.แม่แจ่ม เมืองเล็กในหุบเขาที่เวลาเดินช้าลง ทุ่งนาขั้นบันไดและวัดเก่าแก่สวยงามมาก จากนั้นไปนอนที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
-
วันที่ 3-4 จากแม่สะเรียง ขับวนกลับเชียงใหม่ผ่าน อ.ฮอด และ อ.จอมทอง แวะอุทยานแห่งชาติออบหลวง ชมช่องเขาขาด
ไฮไลต์ครอบครัว เด็ก ๆ จะตื่นเต้นกับความหนาวเย็นบนยอดดอยอินทนนท์ การได้เห็นป้าย “จุดสูงสุดแดนสยาม” เป็นแลนด์มาร์กที่ต้องไปเช็คอิน ส่วนแม่แจ่มและแม่สะเรียง คือความสงบที่แท้จริง เหมาะกับการพาพ่อแม่ไปพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ ถนนเส้น 108 เลียบแม่น้ำและหุบเขา ขับเพลินมาก
ระดับความยาก ช่วงขึ้น-ลงดอยอินทนนท์ ทางดีแต่ชันยาว คนขับต้องรู้วิธีใช้ เกียร์ต่ำ (D1, D2, L หรือ S) เพื่อช่วยเบรก ห้ามเหยียบเบรกแช่ยาวตลอดทางลงเขาเด็ดขาด เพราะเบรกอาจไหม้ได้

รูทที่ 5 ขับรถเที่ยวแม่ฮ่องสอน พิชิต 1,864 โค้ง ฉบับครอบครัวสายลุย
นี่คือสุดยอดโร้ดทิปของเมืองไทย รูทวงกลมแม่ฮ่องสอนอันโด่งดังไปทั่วโลก ถ้าครอบครัวคุณผ่านการซ้อมมือจากรูทอื่น ๆ มาแล้ว พร้อมสำหรับความท้าทาย รูทนี้จะมอบรางวัลเป็นวิวที่สวยที่สุดและประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม
ข้อมูลการเดินทาง
-
เส้นทาง: เชียงใหม่ – ปาย – แม่ฮ่องสอน – ขุนยวม – แม่สะเรียง – เชียงใหม่
-
ระยะทางรวม: กว่า 600 กิโลเมตร
-
จำนวนโค้ง: 1,864 โค้ง (โดยประมาณ)
-
ระยะเวลาแนะนำ: อย่างน้อย 7 วัน (ห้ามรีบ!)
-
ความยาก: ⭐⭐⭐⭐⭐ (5/5) โค้งเยอะ ต่อเนื่อง ยาวนาน
แผนการเดินทางแนะนำ
-
วันที่ 1 เชียงใหม่ – อ.ปาย (ระยะทาง 130 กม. แต่ใช้เวลา 3-4 ชม.) โค้งหักศอกเยอะมาก ขับช้า ๆ พักบ่อย ๆ ถึงปายแล้วเดินถนนคนเดินให้หายเหนื่อย
-
วันที่ 2 ปาย – ปางมะผ้า – เมืองแม่ฮ่องสอน แวะจุดชมวิวกิ่วลม ไปไหว้พระธาตุดอยกองมู
-
วันที่ 3 แม่ฮ่องสอน – ขุนยวม – แม่สะเรียง ถ้าไปช่วงต้นธันวาคม อาจจะยังทันเห็นทุ่งดอกบัวตองบานที่ดอยแม่อูคอ (เช็กข่าวก่อนไป)
-
วันที่ 4-5 พักผ่อนในแม่สะเรียง แล้วขับกลับเชียงใหม่ทางทิศใต้ (ทางหลวง 108)
ข้อควรระวังพิเศษ รูทนี้ ความอดทน สำคัญกว่าความเร็ว คนขับต้องมีสมาธิตลอดเวลา ผู้โดยสารต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ยาแก้เมารถต้องกินดักไว้ก่อนออกเดินทาง 30 นาที และควรแวะพักทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อยืดเส้นยืดสายและคลายความมึน

ติดตาม The Thaiger บน Google News:





