“ชัชชาติ” เชื่อวิกฤติฝุ่นภาคเหนือ ไม่กระทบกรุงเทพ ลมเปลี่ยนทิศขึ้นเหนือ

ชัชชาติ เชื่อวิกฤติฝุ่นภาคเหนือ ไม่กระทบกรุงเทพ ลมเปลี่ยนทิศขึ้นเหนือ แต่ยังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ภาพรวมกรุงเทพดีขึ้น
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยระบุว่า ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับทิศทางลมเป็นหลัก
ปัจจุบันเป็นช่วงลมฤดูร้อนที่พัดจากทิศใต้ (อ่าวไทย) ขึ้นไปทางภาคเหนือ ทำให้ฝุ่นจากภาคเหนือยังไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีช่วงที่กระแสลมเปลี่ยนทิศหรือหวนกลับได้
กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศขั้นสูง (Super Station) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน เพื่อวิเคราะห์แหล่งที่มาของฝุ่นแบบเรียลไทม์ว่า มาจากการเผาไหม้หรือยานพาหนะ โดยปัจจุบันติดตั้งแล้วที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วยให้การวิเคราะห์และบริหารจัดการปัญหาฝุ่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นในปีนี้ดีขึ้น โดยจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงประมาณ 50% เป็นผลจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองรถยนต์ การยกระดับมาตรฐานควันดำให้เข้มข้นขึ้น รวมถึงการตรวจจับรถควันดำที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ตลอดจนความร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ที่ช่วยลดการเผา
“เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นบรรเทาลงได้ในระยะยาว โอกาสนี้ ขอส่งกำลังใจไปยังประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือที่กำลังเผชิญปัญหาฝุ่นอยู่ในขณะนี้ด้วย” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ในส่วนของ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ให้ความเห็นว่า ปัญหาฝุ่นคือปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ที่มีรายได้น้อยมักไม่มีทางเลือกนอกจากใช้รถยนต์เก่าหรือใช้วิธีเผาทางการเกษตรเพราะเป็นต้นทุนที่ถูกที่สุด จึงควรผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ให้สำเร็จ เพื่อให้มีกองทุนสนับสนุน รวมถึงกำหนดให้ผู้ปล่อยมลพิษต้องเป็นผู้ที่ช่วยชดเชย อีกทั้งจะได้มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการปัญหาได้อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แพทย์โรงพยาบาลลานนา เผยฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ ทำคนเข้าโรงพยาบาล 2 เท่า
- ผู้ป่วยเชียงรายแอดมิตด่วน! พิษ PM2.5 ทำหลอดลมอักเสบ เตือนแอร์ไม่กรองฝุ่น
- ฝุ่นเชียงใหม่ พุ่งอันดับ 1 โลก 6 อำเภอประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





