ข่าวต่างประเทศ

ประมวลภาพ อาร์เทมิส 2 นาซาปล่อยจรวด พามนุษย์กลับไปดวงจันทร์ ในรอบ 54 ปี

นาซาปล่อยยาน อาร์เทมิส 2 พามนุษย์มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์สำเร็จในรอบ 54 ปี ชมภาพประวัติศาสตร์ ภารกิจ 10 วัน และเป้าหมายสำคัญของลูกเรือทั้ง 4 คน

พลังมหาศาลจากแรงขับเคลื่อน 8.8 ล้านปอนด์ของจรวด Space Launch System หรือ SLS ทำลายความเงียบสงบยามค่ำคืนของรัฐฟลอริดาลงอย่างสิ้นเชิง จรวดรุ่นทรงพลังที่สุดเท่าที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือนาซาเคยสร้างมา เมื่อเวลา 18.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องยนต์จุดระเบิดขึ้นที่ฐานปล่อยจรวด 39B ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของผู้ชมบริเวณนั้น ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มสว่างวาบราวกับกลางวัน

แรงสั่นสะเทือนจากจรวดทำให้พื้นดินพร้อมกับอากาศสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพนี้ทำให้นึกถึงความยิ่งใหญ่ของจรวด Saturn V ในยุคโครงการอะพอลโล จรวด SLS พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็วเพื่อพาลูกเรือทั้ง 4 คนของภารกิจอาร์เทมิส 2 ออกเดินทางไปดวงจันทร์ ลูกเรือประกอบด้วย รีด ไวส์แมน, วิกเตอร์ โกลเวอร์, คริสตินา ค็อก นักบินอวกาศผู้มากประสบการณ์จากสถานีอวกาศนานาชาติ ตลอดจน เจเรมี แฮนเซน นักบินอวกาศหน้าใหม่จากองค์การอวกาศแคนาดา ทั้งหมดจะใช้เวลาเดินทาง 10 วันเพื่อโคจรรอบด้านไกลของดวงจันทร์ การเดินทางครั้งนี้จะทำให้พวกเขากลายเป็นมนุษย์ที่เดินทางออกห่างจากโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ย้อนรอยประวัติศาสตร์มุ่งสู่ดวงจันทร์

มนุษย์เดินทางไปดวงจันทร์ครั้งล่าสุดในภารกิจ Apollo 17 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2515 ก่อนที่ลูกเรืออาร์เทมิส 2 จะลืมตาดูโลก ภารกิจในวันนี้ลูกเรือจะไม่ได้ลงจอดบนดวงจันทร์ พวกเขาจะทำเพียงแค่บินโฉบผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ในอีก 5 วันข้างหน้าเพื่อทดสอบระบบของยานอวกาศโอไรออน

การทดสอบมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าของนาซา ในปีหน้าจะมีการทดสอบยานในวงโคจรระดับต่ำของโลกสำหรับภารกิจอาร์เทมิส 3 ตามมาด้วยการลงจอดบนดวงจันทร์ในภารกิจอาร์เทมิส 4 กับ 5 ในปี 2571 หลังจากนั้นนาซาจะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ทุกปี

โครงการอาร์เทมิสแตกต่างจากโครงการอะพอลโล นาซาไม่ได้ต้องการแค่ส่งมนุษย์ไปปักธงบนดวงจันทร์แล้วเดินทางกลับโลกภายใน 1 ถึง 3 วัน เป้าหมายหลักคือการสร้างฐานทัพบนขั้วใต้ของดวงจันทร์เพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว พื้นที่บริเวณนั้นมีน้ำแข็งซึ่งสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำดื่ม ออกซิเจน รวมถึงเชื้อเพลิงจรวด

โครงการอาร์เทมิสยังถือเป็นการแข่งขันด้านอวกาศครั้งใหม่ คราวนี้คู่แข่งไม่ใช่สหภาพโซเวียตแต่เป็นประเทศจีน จีนประกาศเป้าหมายส่งนักบินอวกาศไปดวงจันทร์ภายในปี 2573 สหรัฐอเมริกาไม่ได้ฉายเดี่ยวเหมือนโครงการอะพอลโล โครงการอาร์เทมิสได้รับความร่วมมือจาก 60 ประเทศที่ร่วมลงนามในข้อตกลงอาร์เทมิสเพื่อสนับสนุนการสำรวจอวกาศอย่างสันติ ในขณะเดียวกันจีนกับรัสเซียก็จับมือกันสร้างสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติภายในปี 2578

เส้นทาง 10 วันสู่ดวงจันทร์

แม้จะต้องรอคอยมานานถึง 54 ปี ภารกิจของอาร์เทมิส 2 จะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพียง 2 นาทีหลังปล่อยจรวด บูสเตอร์จรวดขับดันแข็งที่สร้างแรงผลักดันมหาศาลจะหมดเชื้อเพลิงพร้อมแยกตัวออกไป เครื่องยนต์หลักจะพาจรวดพุ่งทะยานต่อไปอีก 6 นาทีก่อนจะแยกตัวออกเช่นกัน ท่อนจรวด ICPS ซึ่งเป็นจรวดท่อนที่สองจะทำหน้าที่จุดระเบิดเพื่อส่งลูกเรือเข้าสู่วงโคจรของโลกในเวลาไม่ถึง 10 นาที

จรวดจะโคจรรอบโลกด้วยความเร็ว 17,500 ไมล์ต่อชั่วโมง จากนั้นท่อนจรวด ICPS จะจุดระเบิดอีกครั้งเพื่อส่งยานออกไปไกลขึ้น จนกระทั่งถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน ลูกเรือจะเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญคือการจุดระเบิดเครื่องยนต์ของยานโอไรออนเพื่อมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ ยานจะต้องทำความเร็วหลุดพ้นที่ 24,500 ไมล์ต่อชั่วโมงเพื่อเอาชนะแรงโน้มถ่วงโลก ยานจะเดินทางไปถึงบริเวณดวงจันทร์ในวันที่ 6 ของภารกิจ

การใช้ความเร็วในระดับนี้คือการคำนวณที่แม่นยำ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ยานจะสามารถอาศัยแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์เหวี่ยงตัวกลับโลกได้อย่างปลอดภัยโดยไม่หลุดลอยไปในอวกาศ การเดินทางโคจรรอบด้านไกลของดวงจันทร์ครั้งนี้จะสร้างสถิติใหม่ด้วยการเดินทางห่างจากดวงจันทร์ถึง 4,700 ไมล์ ทำลายสถิติเดิมของยาน Apollo 13 ที่เคยทำไว้ 158 ไมล์ในปี 2513

ชีวิตความเป็นอยู่บนยานโอไรออน

ยานอวกาศโอไรออนเปรียบเสมือนรถหรูเมื่อเทียบกับยานอะพอลโล ยานมีขนาดใหญ่กว่า ให้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ลูกเรือจึงไม่ต้องนอนหลับบนเบาะที่นั่ง พวกเขาสามารถใช้เปลญวนแขวนติดผนังยานได้ ระบบสุขอนามัยได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ยานมีห้องน้ำมูลค่า 23 ล้านดอลลาร์ที่ใช้ระบบสุญญากาศแทนแรงโน้มถ่วงเพื่อแยกของเสีย ยานมีหน้าต่าง 6 บาน คอมพิวเตอร์ประมวลผลเร็วกว่ายุคอะพอลโล 20,000 เท่า พร้อมใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ ยานยังมีอุปกรณ์ออกกำลังกายเพื่อรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลูกเรือ

เป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ของภารกิจ

ภารกิจอาร์เทมิส 2 ไม่ได้มีแค่การทดสอบระบบยานเท่านั้น เป้าหมายยังรวมถึงการเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ลูกเรือจะใช้กล้องพร้อมสายตาของตนเองสังเกตการณ์ขั้วใต้ของดวงจันทร์ซึ่งเป็นพื้นที่เก่าแก่กว่าบริเวณที่ยานอะพอลโลเคยไปลงจอด ภารกิจนี้จะช่วยสร้างข้อมูลสำหรับการสำรวจในอนาคต ไฮไลต์สำคัญของภารกิจคือการถ่ายภาพโลกกับดวงจันทร์แบบเต็มดวงให้อยู่ในเฟรมเดียวกัน นี่คือภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

อ้างอิงข้อมูล: TIME Magazine

จีนเผย “แร่ธาตุใหม่” จากดวงจันทร์ จากภารกิจ ฉางเอ๋อ-5

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button