ข่าวข่าวการเมือง

ย้อนเส้นทางการเมือง แพทองธาร จากวันที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเพื่อไทย สู่วันพ้นตำแหน่งนายกฯ

วิเคราะห์ประเด็นสำคัญจากข่าว

ย้อนรอยเส้นทางการเมืองของ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ จากหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พิสูจน์ฝีมือจนได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง คนที่ 2 ของไทย สู่วันสิ้นสุดตำแหน่งนายกฯ เพราะคลิปเสียงคุยฮุนเซน

ถือเป็นการปิดฉากเส้นทางอำนาจอย่างเป็นทางการ สำหรับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา จากกรณีคลิปเสียงอื้อฉาว นับเป็นการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของไทย ด้วยระยะเวลา 1 ปี 13 วัน ทีมข่าวไทยเกอร์จะพาทุกท่านย้อนรอยเส้นทางการเมืองอันน่าทึ่งของเธอคนนี้กัน

เส้นทางการเมืองของ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร

ด้วยความที่คนในตระกูลชินวัตรนั้นคร่ำหวอดในแวดวงการเมืองมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รุ่นพ่อ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 23 ของไทย หรือจะเป็นอาเขยอย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ คนที่ 28 ของไทย ต่อมาก็เป็นคุณอา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 28 ของไทย และยังเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยด้วย

เหตุนี้เองทำให้อุ๊งอิ๊งถูกจับตามองว่าอาจจะเป็นคนที่ 4 ในตระกูลชินวัตรหรือไม่ที่จะได้กระโจนเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัวตามรอยคุณพ่อ

ย้อนเส้นทางการเมือง แพทองธาร จากวันที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเพื่อไทย สู่วันพ้นตำแหน่งนายกฯ-1

ก้าวแรกสู่การเมือง ในฐานะ “หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย”

การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ประกาศลาออกในงานนั้น ได้ประกาศเปิดตัวแพทองธารเป็นประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรค

ในการประชุมของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565 เธอได้รับตำแหน่ง “หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย” สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง วิเคราะห์ว่าตำแหน่งดังกล่าวเป็นการทะลายข้อจำกัดในการดำเนินงานของพรรคการเมือง และปูทางให้พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อเธอเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เธอกล่าวในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทยเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ระบุว่าหัวหน้าครอบครัวกับหัวหน้าพรรคเป็นคนละตำแหน่งกัน แต่ไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าเธอจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าทางพรรคได้มอบหมายให้ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. นำนโยบายที่พรรคได้ประกาศเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ปีเดียวกัน มาขึ้นป้ายหาเสียงชุดแรกก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีถัดไป จำนวน 8 รูปแบบ โดยทุกป้ายในชุดดังกล่าวจะมีภาพเธอในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยอยู่ทางมุมขวาล่างของป้ายขนาดปกติ หรือด้านล่างในกรณีป้ายขนาดที่ความกว้างลดลงมาจากป้ายขนาดปกติ

ย้อนเส้นทางการเมือง แพทองธาร จากวันที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเพื่อไทย สู่วันพ้นตำแหน่งนายกฯ-2

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 เธอกล่าวว่าพร้อมที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งระบุพร้อมจะจับมือกับทุกพรรคหากมีความคิดเรื่องนโยบายตรงกัน, เห็นพ้องในความเป็นประชาธิปไตย และเคารพเสียงของประชาชน แต่ปฏิเสธว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่อย่างใด

จากนั้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ พรรคเพื่อไทยแต่งตั้งให้ เศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยเศรษฐามีหน้าที่ให้คำปรึกษาหรือดำเนินการตามที่แพทองธารมอบหมาย

ต่อมาในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน เธอให้สัมภาษณ์กับเดอะสแตนดาร์ด ระบุหากพรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนไม่เอารัฐประหารเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมจะพูดคุย แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลกับ พปชร. หรือไม่ เดือนถัดมาพรรคเพื่อไทยเสนอเธอในบัญชีรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเศรษฐาและชัยเกษม นิติสิริ

หลังจากมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทยได้จำนวน ส.ส. เป็นอันดับ 2 รองจากพรรคก้าวไกล เธอกล่าวว่าตนเองก็มีความผิดหวังที่พรรคไม่ได้อันดับ 1 ตามแผน แต่ก็พร้อมทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกล รวมถึงพรรคอื่น ๆ ที่จะจับขั้วร่วมกับทั้งสองพรรคดังกล่าว

แต่ต่อมาภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลแล้ว ในวันที่ 9 สิงหาคม เธอและผู้บริหารพรรคเพื่อไทยได้เดินเท้าจากอาคารโอเอไอที่ทำการพรรค ไปยังอาคารไทยซัมมิทที่อยู่ติดกัน เพื่อร่วมหารือกับแกนนำพรรคก้าวไกลในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3

ซึ่งวันถัดมามีกระแสข่าวว่าแพทองธารได้แจ้งกับแกนนำพรรคก้าวไกลว่าพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องนำพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค เข้าร่วมรัฐบาลและส่งผลให้พรรคก้าวไกลมีมติในอีก 6 วันถัดมาว่า ไม่สนับสนุนบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย

การดำรงตำแหน่งในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน

ในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566 ในการประชุมนัดแรกของคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มีข้อสั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และแต่งตั้งให้แพทองธารเป็นรองประธานกรรมการ

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม เศรษฐาได้แต่งตั้งเธอเพิ่มอีก 2 ตำแหน่ง คือ ประธานกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และกรรมการในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และต่อมาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เศรษฐาได้แต่งตั้งเธอเป็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติอีกตำแหน่งหนึ่ง

ย้อนเส้นทางการเมือง แพทองธาร จากวันที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเพื่อไทย สู่วันพ้นตำแหน่งนายกฯ-3

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

หลังจากที่ชลน่าน ศรีแก้ว ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อรับผิดชอบคำพูดของตนหลังจากนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคชุดเดิมสิ้นสุดลงทั้งคณะ ได้มีกระแสข่าวว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนให้แพทองธารเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่[42] ซึ่งในวันที่ 20 ตุลาคม ในงานไทยแลนด์เกมโชว์ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เธอไปร่วมพิธีเปิดงานในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เธอกล่าวว่าพร้อมรับการเสนอชื่อเช่นกัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พรรคเพื่อไทยได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และที่ประชุมมีมติเลือกแพทองธารเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่เป็นคนที่ 8 โดยเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรีหญิง คนที่ 2 ของไทย

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เดิมมีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อชัยเกษม นิติสิริ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเพื่อไทยในการลงมติในวันที่ 16 สิงหาคม แต่วันที่ 15 สิงหาคม ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงในเรื่องปัญหาสุขภาพของชัยเกษม จึงมีมติให้การสนับสนุนเธอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเพื่อไทยแทน

ซึ่งครอบครัวชินวัตรรับฟังความต้องการของ สส. พรรคเพื่อไทย และยินยอมให้พรรคเสนอชื่อแพทองธาร โดยที่ประชุม สส. พรรคเพื่อไทย ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยออกเป็นมติในการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และในเวลาต่อมาคณะกรรมการบริหารพรรคได้มีมติเสนอชื่อเธอ

ช่วงเย็นวันเดียวกันแพทองธารพร้อมด้วยแกนนำพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด 11 พรรคที่เป็นชุดเดิมที่เคยจัดตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่อาคารชินวัตร 3 สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าทุกพรรคมีจุดยืนตรงกันที่จะเสนอชื่อเธอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันรุ่งขึ้น

ต่อมาในวันรุ่งขึ้น (16 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ สรวงศ์ได้เสนอชื่อแพทองธารเป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

และที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เธอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 319 เสียง ไม่เห็นชอบ 145 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง และไม่มาประชุม 2 คน คือ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุงและพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ทำให้เธอเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศไทยต่อจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นอา เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ณ วันที่ได้รับตำแหน่ง ด้วยอายุ 37 ปี 11 เดือน 25 วัน

อีกทั้ง แพทองธาร ยังเป็นผู้นำรัฐบาลอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก และนายกรัฐมนตรีหญิงอายุน้อยที่สุดในโลกเป็นอันดับ 3 และมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน และมีพิธีรับพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ณ อาคารวอยซ์ สเปซ (วอยซ์ทีวีเดิม) ซึ่งพรรคเพื่อไทยใช้เป็นที่ทำการแห่งใหม่ของพรรค

ในวันที่ 3 กันยายน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 และแพทองธารได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่รวมจำนวน 35 คน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในช่วงเย็นของวันที่ 6 กันยายน

ย้อนเส้นทางการเมือง แพทองธาร จากวันที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเพื่อไทย สู่วันพ้นตำแหน่งนายกฯ-5

จุดพลิกผันคลิปเสียงคุยอังเคิล

ตลอดระยะเวลาการขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นมากมายในหลาย ๆ ด้าน จนกระทั่งประเด็นร้อนที่กระทบถึงความมั่นคงของชาติก็เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ อุ๊งอิ๊ง ติดต่อเฆลียง ฮวต รองผู้ว่าราชการกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ให้เป็นล่ามในการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการทางโทรศัพท์กับฮุน เซน ประธานพฤฒสภากัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 68 โดยไม่ทราบว่าการสนทนานั้นได้ถูกแอบอัดเสียงเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือของฮุน เซน

การสนทนาดังกล่าวถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันที่ 18 มิ.ย. 68 คนไทยจำนวนมากแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมกับบทสนทนาทั้งหมดที่ได้ยิน เนื่องจากเห็นว่าเหมือนพยายามจะเอาใจทั้งฝั่งฮุนเซนเสียมากกว่าการปกป้องบ้านเมืองไทย ประจวบกับครอบครัวชินวัตรและครอบครัวฮุนเซนมีความสัมพันธ์อันดีเหมือนเป็นญาติกันมาตลอดหลายสิบปี ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากแก่คนไทยทั้งประเทศ

ศาลรธน.เห็นชอบให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ

จากคลิปเสียง อุ๊งอิ๊งคุยฮุนเซน ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายเริ่มออกมาเรียกร้องให้มีการวินิจฉัยนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้น โดยประธานวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คนได้ร่วมกันส่งคำร้องให้กับทางศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา

หลังจากศาลรธน.รับคำร้องของ 36 สว.แล้ว จึงได้ออกคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร พักจากตำแหน่งนายกฯ ชั่วคราว และให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย ขึ้นเป็นรักษาการนายกฯ แทนไปก่อน

แม้ว่าแพทองธารจะพยายามยืนยันจุดประสงค์ในการโทรติดต่อไปคุยกับอังเคิลฮุนเซน คือการทำเพื่อประเทศชาติ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น.ศาลรัฐธรรมนูญมีนัดอ่านคำวินิจฉัย จากกรณีคลิปเสียงอุ๊งอิ๊งคุยฮุนเซน โดยศาลฯ มีมติเห็นชอบ 6 ต่อ 3 ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 พร้อมด้วยรัฐมนตรีในตำแหน่งทั้งคณะ นับเป็นการสิ้นสุดสถานะการเป็นนายกรัฐมนตรี 1 ปี 10 เดือน 3 วัน ของ แพทองธาร ชินวัตร อย่างเป็นทางการ

ย้อนเส้นทางการเมือง แพทองธาร จากวันที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเพื่อไทย สู่วันพ้นตำแหน่งนายกฯ-4
Thailand’s suspended Prime Minister Paetongtarn Shinawatra attends a press conference after being dismissed from her position, in Bangkok, Thailand, Friday, August. 29, 2025. (AP Photo/Sakchai Lalit)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

0 0 โหวต
Article Rating
สมัครรับข้อมูล
แจ้งเตือนเกี่ยวกับ
0 Comments
เก่าแก่ที่สุด
ใหม่ล่าสุด ถูกโหวตมากที่สุด
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

GIFT T.

Rewriter สาวจากรั้วสวนดุสิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์งานข่าวมากว่า 5 ปี ชื่นชอบการส่งต่อเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์ หวย และข่าวบันเทิง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้นักอ่านได้เห็นประเด็นรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button
0
เราอยากทราบความคิดเห็นของคุณ โปรดแสดงความคิดเห็นx