ผู้กำกับ “สัปเหร่อ” เฉลยสาเหตุความสำเร็จ หลังกวาดรายได้กว่า 225 ล้านบาท
เปิดใจ ต้องเต ธิติ สาเหตุที่ทำให้ “สัปเหร่อ” กลายเป็นหนังดัง กวาดรายได้ 225 ล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ฟลุ๊คหรือฝีมือ? ผู้กำกับมาตอบแล้ว
เรียกได้ว่ากลายเป็นภาพยนตร์ไทยน้ำดีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปีนี้ สำหรับหนังเรื่อง สัปเหร่อ ผลงานของผู้กำกับ ต้องเต ธิติ ศรีนวล ซึ่งลงมือพัฒนาหนังขึ้นมาตั้งแต่การวางโครงเรื่องเขียนบท จนประสบความสำเร็จไปทั่วประเทศ โดยต้องเตได้เผยความรู้สึกและมุมมองของตัวเอง ถึงสาเหตุที่ทำให้สัปเหร่อโด่งดัง ลั่น มองได้ทั้งสองแบบ เพราะมีทั้งส่วนที่ฟลุ๊คและคิดมาแล้ว
ต้องเต ผู้กำกับสัปเหร่อได้พูดถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น หลังมีหลายคนบอกดังได้เพราะโชคช่วย โดยเจ้าตัวได้ตอบแบบสบาย ๆ ว่า “แล้วแต่มุมมองเลยครับ เราไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองเขาได้ แต่บางสิ่งเราคาดการณ์ คิดเอาไว้แล้ว มันก็มีส่วนผลักดันให้ไปได้”
ทั้งนี้เขาก็ได้พูดแบบถ่อมตัวเสริมว่า บางส่วนที่เกิดขึ้นก็เรียกได้ว่าเกินคาด เช่น กระแสในโซเชียล บอกกันปากต่อปาก ซึ่งจะเรียกว่าฟลุ๊คก็ได้ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ได้ผ่านการคิดไว้ประมาณหนึ่งแล้วเช่นกัน
ส่วนเรื่องประสบการณ์การทำงาน ต้องเตก็ยอมรับว่าเขาผ่านเรื่องราวมาเยอะ เนื่องจากตนเคยกำกับหนังเรื่อง หมอปลาวาฬ ร่วมกับ สุรศักดิ์ ป้องศร และณัฐวุฒิ แสนยะบุตร มาก่อนแล้ว
ต้องเตเผยว่า ครั้งนี้ถือเป็นการทำหนังคนเดียวเกือบทั้งเรื่อง ซึ่งต้องหยิบยืมเงินคนอื่นมา และหากเจ๊งคงรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะตนเป็นคนดื้อไม่ขอให้ใครมาช่วย โดยหากมีอะไรผิดพลาดก็ต้องรับไว้คนเดียว แถมก่อนที่สัปเหร่อจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ หลายคนก็ไม่คิดว่าจะได้รับกระแสตอบรับดี “เพราะมันเป็นตัวเรามากไป”
“แค่มีคนมาดูแล้วชื่นชมมุมมองของเรา ก็โอเคแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้มันค่อนข้างเป็นตัวผมมากไป ยังบอกเลยว่าหนังน่าจะไม่ได้ยอดขนาดนั้นหรอก เพราะมันเป็นตัวเรามากไป บอกทุกคนแบบนั้น”
ทั้งนี้ตอนที่ทำหนังสัปเหร่อ ต้องเตมีความตั้งใจที่จะเล่าความเป็นอีสาน ผ่านความเชื่อ ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งคนที่ชอบและไม่เข้าใจ โดยผู้ชมบางส่วนที่ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ ก็ไปหาข้อมูลทำความเข้าใจเอง ทำให้ตนรู้สึกว่า ” เฮ้ย! เรายังอยากเล่ามุมมองอีสานอีกเยอะเลย ยังมีอีกเยอะ”
นอกจากนี้ต้องเตยังบอกความรู้สึก เมื่อเห็นยอดรายได้ของหนังว่า คนอื่นเห็นแล้วอาจจะอยากพัก แต่ต้องเตกลับรู้สึกอยากเขียนบท เพราะรู้สึกว่าตนกำลังมีไฟ
ส่วนประเด็นที่มีคนบอกว่า นี่คือหนังในแบบที่ควรจะเป็นที่สุด ต้องเตกล่าวว่าตนรู้สึกดีใจมาก แต่ก็ยอมรับแบบถ่อมตนว่า มันอาจเป็นเพราะว่ามีปัจจัยอื่นช่วยด้วย “ถูกช่วงด้วย คนดิ้นรนเยอะขึ้น คนผ่านอุปสรรค ผ่านกระแสโควิด ผ่านนั่นนี่มา ทำให้คนเหมือนไม่รู้ว่าชีวิตจะไปต่อยังไง” ซึ่งต้องเตเผยว่ากระแสมาถึงขนาดนี้ ตนก็จะพัฒนาเพื่อเรียนรู้ให้มากขึ้นอนาคต.
ภาพจาก tongte_thiti