พ่อช็อก หมอบอกขอโทษ ฉีดยาให้ลูก 1 เดือนผิดขนาด อาจถึงขั้นเสียชีวิต เกือบ 24 ชม. รพ.ยังนิ่ง

พ่อแทบล้มทั้งยืน หลังหมอบอกขอโทษ ฉีดยาให้ลูก 1 เดือนผิดขนาด อาจถึงขั้นเสียชีวิต ตัดพ้อเกือบ 24 ชม. รพ.ยังนิ่ง ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น
โลกออนไลน์ขณะนี้กำลังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างดุเดือด เมื่อมีคุณพ่อคนหนึ่ง โพสต์ข้อความตัดพ้อ และเรียกร้องให้ทางโรงพยาบาล หมอ และพยาบาลที่ทำการรักษาลูกวัย 1 เดือนของเขาผิดพลาดออกมาชี้แจง หรือแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากลูกน้อยวัย 1 เดือนต้องมานอนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจากอาการและผลข้างเคียงของยาฆ่าเชื้อสำหรับผู้ใหญ่ ที่พยาบาลนำมาฉีดให้ผิดเตียง จนเกือบครบ 24 ชั่วโมงแล้วยังไม่มีใครติดต่อมา
“ถ้าสมุติว่าลูกเราไม่สบาย แล้วเราพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล แล้วอยู่ดี ๆ มีหมอมาบอกกับเราว่า “ขอโทษนะคะ พอดีฉีดยาผิดไห้ลูกคุณไป” ซึ่งยาที่ฉีดให้ลูกเรานั้นคือ ยาสำหรับผู้ใหญ่ไม่สามารถฉีดให้เด็กได้ ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต แต่ลูกผมอายุเดือนเดียว ซึ่งมันเกินขนาดที่เด็กจะรับได้ อาจะทำให้เด็กมีอาการหายใจช้าลง หรือหลับจนเรียกไม่รู้สึก แรงสุดคือ ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นเฉียบพันได้ คือแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หมอพูดกับคุณแบบนี้ ถ้าเป็นลูกคุณคุณจะทำยังไง ลองแสดงความคิดเห็นหน่อย #แต่ผมนะตอนนี้ขอแค่ให้ผ่านคืนนี้ไปได้ไห้ลูกปลอดภัย แล้วเดี๋ยวมาเล่าไห้ฟังว่าเรื่องราวเป็นยังไง “

ต่อมาเช้าวันนี้ (4 เม.ย. 69) คุณพ่อของน้องวัย 1 เดือน ได้ออกมาโพสต์อัปเดตอาการล่าสุดของลูกน้อยให้คนที่ติดตามเรื่องราวได้ทราบ โดยระบุว่า “อัพเดตอาการน้องล่าสุดนะครับ นับตั้งแต่ตอนฉีดยาเมื่อวานผ่านมา 16 ชั่วโมง หมอก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าปลอดภัย 100% ยังต้องอยู่ในช่วงดูแลใกล้ชิด ในห้องงปอดเชื้อ จนครบ 24 ชั่วโมงหมอถึงจะสรุปให้ได้ ณ ตอนนี้โดยรวมอาการน้องดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หายใจดีขึ้น เรียกแล้วรู้สึกตอบสนองดีขึ้น คือเมื่อวานตอนน้องได้รับยาน้องตอบสนองช้า หายใจช้ามาก ๆ ณ ตอนนี้แค่เริ่มดีขึ้นจากเมื่อวาน คือหมอก็ยังสรุปอะไรไม่ได้ให้รอจนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมง #แล้วเดี๋ยวสาย ๆ ผมจะเล่ารายละเอียดเรียงทามไลน์ทั้งหมดตั้งแต่เกิดเรื่องให้ฟัง #ผมบอกเลยว่าที่โพสไปแค่น้ำจิ้มรออ่านฉบับเต็ม #แล้วก็ขอบคุณทุกกำลังใจทั้งโทรทั้งแชทตอบไม่หมดจริง ๆ แต่ผมขอขอบคุณจากใจครับ”

จากนั้นในช่วงสายวันเดียวกันนี้ (2 เม.ย. 69) คุณพ่อของน้องวัย 1 เดือน ได้ออกมาเล่าเรื่องราวความผิดพลาดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในโรงพยาบาลให้ฟังแบบคร่าว ๆ สรุปได้ว่า หมอและพยาบาลสื่อสารกันไม่เข้าใจ ตัวพยาบาลเองก็สะเพร่าไม่อ่านชื่อคนไข้บนยาให้ดี และไม่มีการถามชื่อคนไข้ซ้ำก่อนฉีด ทำให้หยิบยาฆ่าเชื้อซึ่งเป็นตัวยาและปริมาณยาสำหรับใช้ในผู้ใหญ่มาฉีดให้เด็กวัยเพียงแค่ 1 เดือน หลังจากฉีดหมอเดินมาพูดขอโทษ และบอกว่าฉีดยาให้ผิด ผลข้างเคียงแรงสุดคือหยุดหายใจ และเสียชีวิต ซึ่งตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา กระทั่งเช้าวันนี้เกือบจะครบ 24 ชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีการชี้แจง หรือติดต่อใด ๆ จากทางโรงพยาบาลเลย โดยคุณพ่อมองว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ เพราะชีวิตลูกน้อยของตนต้องมาแขวนอยู่บนเส้นด้าย ระหว่างความเป็นความตายจากความมักง่ายของบุคลากรทางการแพทย์
“ผมจะสรุปสั้นให้เข้าใจง่ายมากที่สุด คือสาเหตุที่ทำให้น้องต้องเป็นอยู่ตอนนี้ คือ หมอสั่งให้พยาบาลเอายาฆ่าเชื้อมาไห้น้อง แต่เพราะความมักง่ายหรือสะเพร่าของใครก็ไม่รู้ ก่อนจะเอายามาให้เตียงไหนก็แล้วแต่ ตัวยาก็จะมีชื่อคนไข้ พอมาถึงเตียงคนไข้ก็ต้องถามชื่อว่าตรงกันไหม แต่ความมักง่ายของคน ไม่อ่านไม่ถามอะไรทั้งนั้น เดินมาถึงพูดแค่ว่าขอให้ยาฆ่าเชื้อหน่อย
ซึ่งทั้งตัวพยาบาลเองกับหมอก็ยอมรับว่าเขาสื่อสารกันผิดจริง แล้วพยาบาลก็มักง่ายยอมรับว่าไม่ได้ถามชื่อจริง ๆ ซึ่งวันนี้ลูกผมอาจจะโชคดีที่ยังไม่ถึงเวลาของเขาก็ได้ แต่ผมถามหนอยว่าถ้าวันนี้น้องโชคไม่ดีล่ะ หัวใจหยุดเต้นขึ้นมาจริง ๆ จะทำไง ใครจะรับผิดชอบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความแรงของยา หรือออาการข้างเคียง หมอเป็นคนพูดด้วยตัวเองว่ามันรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
คือแค่เดินมาบอกว่าขอโทษที่ให้ยาลูกผิด แต่ผลข้างเคียงคือทำให้ลูกผมตายได้ ตั้งแต่เมือวานจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมาหรือชี้แจงสิ่งที่มันผิดพลาดเลย คือคุณรู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันมักง่ายจนเกือบทำให้คนตายได้ แต่กลับนิ่งเฉยปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมก็ขอตั้งคำถามกับโรงพยาบาลด้วย ใครต้องรับผิดชอบ ใครต้องชี้แจง คือมีคนผิด การกระทำชัดเจน ตั้งแต่เมื่อวานผมยังไม่รู้เลยว่าพยาบาลคนไหนเป็นคนฉีดยาให้ลูกผม คือชีวิตลูกผมอยู่ดี ๆ ต้องมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับการกระทำมักง่ายของใครก็ไม่รู้ด้วยหรอ
คิดกลับกันถ้าคนที่นอนอยู่วันนี้เป็นลูกคุณจะรู้สึกยังไง ที่อยู่ดี ๆ ก็เกือบตายเพราะความมักง่ายของใครก็ไม่รู้ #แค่คำว่าขอโทษยังไม่มีเลย ไม่เป็นไรครับแล้วเดี๋ยวผมทำให้รู้ว่าชีวิตลูกผมมีค่ามากแค่ไหน #ไม่สนใจลูกผมไม่เป็นไร แต่หลังจากนี้ผมบอกไว้ไม่ว่าใครหน้าไหนกูก็ไม่คุย #คือแล้วต่อไปประชาชนจะไว้ใจเข้าไปรักษาได้ไง #พยาบาลก็มักง่าย #โรงพยาบาลก็ไร้ความรับผิดชอบ”

จากนั้นคุณพ่อของน้อง ได้มีการตอบกลับคอมเมนต์ชาวเน็ตที่เข้ามาบอกว่าอยากให้รอฟังคำชี้แจงทางโรงพยาบาลด้วย เพราะตอนนี้รู้เรื่องราวจากแค่ฝั่งคุณพ่อแค่ฝั่งเดียว โดยคุณพ่อตอบกลับว่า “ผมเห็นมีโพสต์นึงโพสต์ว่า ให้รอฟังทางโรงพยาบาลชี้แจงด้วยอย่าฟังความฝั่งเดียว คืออย่าว่าแต่คนอื่นรอเลย ผมก็รอ รอตั้งแต่เมื่อวาน ก็อยากให้โรงพยาบาลชี้แจงเหมือนกัน ว่าลูกผมอยู่ดี ๆ ต้องมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพราะอะไร เกิดขอผิดพลาดที่ใคร แล้วใครต้องรับผิดชอบชีวิตลูกผม ฝากถามให้ทีครับ”



อ้างอิงจาก : FB Supawat Khapayut
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





