หมอสุภัทร ร่ายยาว “อนุทินมาแน่ หมอจะรอดไหม” ย้ำชัดพรรคน้ำเงินนักฉวยโอกาสตัวยง

เปิดประเด็นร้อนเกมเลือกนายกฯ ใหม่ หมอสุภัทร โพสต์ถามตรงๆ ถ้าอนุทินมาแน่ บรรดานักรบเสื้อกาวน์ หมอหลายๆ คนจะรอดไหม
วานนี้ (30 ส.ค.) นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พาดพิงตรงๆ ถึงกระแสเกทการเมืองร้อนตับตาลุ้นนายกฯ คนใหม่ หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่ง
ล่าสุด หมอสุภัทรจั่วหัวแรงว่า ”อนุทินดูจะมาแน่ แล้วหมอจะรอดไหม“ จากนั้นนพ.คนดังกล่าวระบุช่วงนี้ตนรับโทรศัพท์จำนวนมาก ด้วยความเป็นห่วงบ้าง ให้กำลังใจบ้าง แลกเปลี่ยนสถานการณ์บ้าง
แต่ที่สำคัญความเป็นห่วงหลักหลัง “อุ้งอิ้ง” ไม่รอดนั้น ? นายแพทย์สุภัทรระบุชัดว่า คือ “อนุทินดูจะมาแน่ หมอจะไหวไหม” ลือถึงขั้นที่ว่า “ถ้าหนูเป็นนายกฯ ปลัดโอภาสจะขึ้นมาเป็น รมว.สาธารณสุข!!”
“ลึกๆ ผมเชื่อว่า กระแสที่หนูมาแน่ เพียงเพราะหนูเปิดเกมส์เร็วกว่า ซึ่งต้องดูกันต่อไป ใครๆ ก็ทราบว่าพรรคน้ำเงินนี้ คือ นักฉวยโอกาสตัวยง มีผลประโยชน์เป็นธงนำ”
“พรรคเพื่อไทยก็ใช่ว่าจะตกเป็นเบี้ยล่าง อาจรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลโดยไม่ต้องพึ่งเสียงสีส้มก็ได้ ถ้าไม่สำเร็จก็ไปดีลกับส้ม ตั้งใจวางกลไกแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่ออนาคตประเทศชาติ ฟื้นจิตวิญญาณเสื้อแดงในอดีตให้กลับมา จึงจะพอไปต่อได้ หรืออาจจำใจยุบสภาก็ได้ แม้โอกาสจะน้อย”
ส่วนพรรคประชาชนในวันนี้ หมอสุภัทร กล่าวว่า ต้องขอแสดงความนับถือในจุดยืนผ่าทางตันประเทศ เสนอเงื่อนไข 3 ข้อโดยไม่ขอร่วมรัฐบาล ทั้งที่มีอำนาจต่อรองสูงสุด ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้นได้เป็นรัฐมนตรี มองเกมส์ยาว ใช้โอกาสที่สำคัญนี้แก้โครงสร้างรัฐที่เป็นอุปสรรค สร้างการเมืองแห่งอนาคต ที่เป็นความหวังฟื้นประเทศไทย
แต่ไม่ว่าใครจะไปจะมา ตนก็สู้เต็มกำลังของผม ไม่ต้องห่วง ไม่มีการเอาดอกไม้ธูปเทียนไปกราบขอขมา เกิดมาต้องยึดมั่นในหลักการ ยิ่งในภาวะวิกฤต ยิ่งเป็นบทพิสูจน์ตัวตน
“อนาคตข้าราชการตัวเล็กๆอย่างผม ได้ถูกทำให้ผูกติดกับสถานการณ์ทางการเมืองอย่างแกะไม่ออกจริงๆ พับผ่าสิ!”
ทั้งนี้ มีรายงานวันนี้ (31 ส.ค.) พรรคเพื่อไทยจะส่งตัวแทน รวมถึงฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล ส่งตัวแทนเข้าหารือกับพรรคประชาชน ช่วงบ่ายสองโมงที่ผ่านมา
อีกด้าน พรรคกล้าธรรม เกินหน้าหนุนอนุทิน
ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคกล้าธรรม ได้แสดงจุดยืนวานนี้ (30 ส.ค.) ของพรรค ให้กับพรรคภูมิใจไทยทราบ คือ
1.พรรคกล้าธรรมยึดถือ 3 สถาบันหลัก ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ดังนั้น หากมีการเสนอแก้กฎหมายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายฉบับต่าง ๆ จะต้องไม่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนไทย อย่างเด็ดขาด โดยต้องดำรงคงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
2.การยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรกว่า 30 ล้านคนในประเทศ ด้วยการปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเหนือผลประโยชน์ของกลุ่มทุน
โดยพรรคภูมิใจไทย ยอมรับเงื่อนไขของพรรคกล้าธรรม และขอให้ร่วมมือกันในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายใต้กติกาของระบอบรัฐสภา
พรรคกล้าธรรมขอเรียนว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก โดยไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์การเมือง ทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะสุญญากาศ ขาดทิศทางการพัฒนา และนโยบายที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องได้ ณ วันนี้ ประเทศไทย จำเป็นต้องมีกลไกของฝ่ายบริหารที่ต้องเรียกคืน และสร้างความเชื่อมั่นจากนานาประเทศอย่างเร่งด่วน
พรรคกล้าธรรม พร้อมยืนอยู่เคียงข้างประชาชนคนไทย ในช่วงวิกฤตของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในครั้งนี้ โดยยึดระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.


อ่านข่าวเพิ่มเติม
- หมอสุภัทร เล่าความทุกข์คนต่างจังหวัด หาหมอแต่ละที จ่ายค่ารถเหยียบสองพัน
- “กัณวีร์” โผล่พบ “อนุทิน” ยันมาร่วมยินดี ขอคุยกก.บห. “เป็นธรรม”
- หมอสุภัทรยินดี ชลน่าน นั่ง รมว.สธ. เชื่อการแพทย์ไทยจะยกระดับขึ้น
ติดตาม The Thaiger บน Google News: