มาเดีย แจ้งความแล้ว ชูศักดิ์ สาวสองด่าหยาบ บนรถไฟฟ้า ยังจิตใจดี สงสารโดนไล่ออก

ดราม่าสนั่นแอร์พอร์ตลิงก์ “มาเดีย” สาวมุสลิม ถูกสาว LGBTQ “ชูศักดิ์” ด่ากราด-ยกเท้าใส่หน้า หลังสะพายกระเป๋าเฉียด ล่าสุด สาวผู้เสียหาย เข้าแจ้งความแล้ว แต่ไม่ต้องการค่าเสียหาย ขอแค่คำขอโทษ จากผู้กระทำผิดเท่านั้น
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. 68 เพจเฟซบุ๊ก Poetry of Bitch และสำนักข่าว Amarin News ได้รายงานสรุปเหตุการณ์ดราม่าบนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ กรณีที่สาว LGBTQ ชื่อ นายชูศักดิ์ ได้แสดงพฤติกรรมด่าทออย่างรุนแรงและเหยียดศาสนาสาวมุสลิมชื่อ มาเดีย หลังจากที่กระเป๋าของทั้งสองคนเฉียดกัน
เพจเฟซบุ๊ก Poetry of Bitch ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. 68 ขณะมาเดียนั่งที่นั่งว่าง กระเป๋าผ้าสะพายไหล่ของเจ้าตัวได้บังเอิญไปเฉียดกระเป๋าที่ชูศักดิ์วางกีดที่นั่งไว้ ทำให้คู่กรณีไม่พอใจ ลุกขึ้นด่าทอและแสดงท่าทีคุกคาม และ ถอดรองเท้าชี้หน้าด่ามาเดียว่าไม่มีมารยาท พร้อมกับยกเท้าใส่หน้ามาเดีย
ตามคำบอกเล่าของพยานและภาพจากคลิปที่ผู้โดยสารบันทึกไว้ มาเดียยืนยันว่าไม่ได้ทับกระเป๋าและกล่าวขอโทษหลายครั้งโดยไม่โต้ตอบรุนแรง แต่คู่กรณียังคงด่าทออย่างต่อเนื่อง รวมถึงกล่าวถ้อยคำพาดพิงศาสนา ก่อนที่มาเดียจะลงจากขบวน ทั้งนี้มีผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งเข้าปลอบใจหลังลงสถานี โดยมาเดียกล่าวเพียงว่า “ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้คงเป็น bad day ของเรา”
คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปจนกลายเป็นไวรัล ทำให้ชาวเน็ตช่วยกันตามหาและพบว่า ชูศักดิ์ เป็นพนักงานรายวันของห้างสรรพสินค้า Stadium One ซึ่งทางบริษัทได้ตรวจสอบและสั่งให้พ้นสภาพพนักงานทันที

ประกาศพ้นสภาพการเป็นพนักงาน
เนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม บริษัทฯ ขอชี้แจงกรณีคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าบุคคลในคลิปเป็นพนักงานรายวันของบริษัทฯ จริงและได้ดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม ผลการสอบสวนสรุปว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ จึงมีมติให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานรายวัน โดยมีผลบังคับใช้ทันที
บริษัทฯ ขอเน้นย้ำว่าให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกบุคคล โดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา เพศ หรือความแตกต่างใดๆ และมุ่งยืนหยัดในหลักความเท่าเทียมอย่างจริงจัง
ท้ายที่สุดนี้ บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและทุกเสียงสะท้อนจากสังคม ที่ช่วยชี้แนะและเป็นพลังผลักดันในครั้งนี้

ฝั่งผู้เสียหาย มีชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดอ่างทองซึ่งใช้นาม “คุณหญิง” ประสานพาไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก โดยมาเดียย้ำว่า ไม่ประสงค์เรียกค่าเสียหาย ขอเพียงคำขอโทษต่อเธอ ต่อบิดามารดา และต่อศาสนา พร้อมกล่าวแสดงความเห็นใจคู่กรณีว่า “หนูเห็นใจเขา ลองคิดดูว่าพรุ่งนี้เขาก็จะไม่ได้ไปทำงานแล้ว” และทิ้งท้ายว่า “หนูไม่ใช่คนนิสัยดีอะไรหรอก แค่ไม่ใช้อารมณ์”
ตำรวจนัดเชิญมาเดียให้ปากคำเพิ่มเติมใน วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ขณะที่มีรายการโทรทัศน์ติดต่อเชิญสัมภาษณ์ แต่ผู้เสียหายปฏิเสธเพื่อหลีกเลี่ยงการซ้ำเติมคู่กรณี เบื้องต้นอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานจากคลิป กล้องวงจรปิด และคำให้การของผู้โดยสารบนขบวน ก่อนพิจารณาดำเนินคดีตามพฤติการณ์ต่อไป

หมายเหตุ: รายละเอียดเชิงลำดับเหตุการณ์อ้างจากคำบอกเล่าพยานและคลิปที่เผยแพร่สาธารณะ ทั้งนี้ ประเด็นข้อหาและผลการสอบสวนให้ยึดตามแถลงอย่างเป็นทางการของพนักงานสอบสวน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิงข้อมูลจาก : Sudarat Azzahabi, Amarin News, Stadium One – The Sports Society, FB/Émilie Moore
ติดตาม The Thaiger บน Google News: