ข่าวการเมือง

“กัณวีร์” โผล่พบ “อนุทิน” ยันมาร่วมยินดี ขอคุยกก.บห. “เป็นธรรม”

กัณวีร์ สืบแสง โพสต์โซเชียลร่ายยาว หลังโผล่ยินดี อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ หล่นขอเวลาคุย กรรรมการบริหารพรรคเป็นธรรม ย้ำหากเข้าร่วมจะแก้อะไรบ้าง ทิ้งท้ายเจตนารมณ์ จุดยืนไม่เปลี่ยน

วันที่ 29 ส.ค. 2568 นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นธรรม เดินทางมาให้กำลังใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีการจับมือทักทาย พร้อมระบุว่า วันนี้ตนเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยต้องการเดินหน้า และสิ่งที่ดีที่สุดคือพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน เป็นผู้นำรัฐบาล ก่อนที่นายอนุทินจะกล่าวว่า นี่คือผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาชายแดน

นายกัณวีร์ กล่าวหลังจากอ้างว่าได้มาเผยตัวเพื่อแสดงความยินดีและต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ความชอบธรรมของพรรคเพื่อไทยหมดไป ด้วยเหตุนี้จึงเห็นว่าวันนี้มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ประเทศไทยจะมีฝ่ายบริหารที่มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นมา พร้อมยืนยันว่าพรรคเป็นธรรมพร้อมสนับสนุนเต็มที่

อีกทั้งยังได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ว่าเราจะต้องเห็นชอบกับการสนับสนุนนายอนุทินในครั้งนี้

เมื่อถามถึงการสนับสนุนครั้งนี้จะถือเป็นการร่วมรัฐบาลไปเลยหรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่า ไหนๆ ก็ยกมือให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็มีความเป็นไปได้สูง

อัปเดตล่าสุด เฟซบุ๊ก กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang ลงเนื้อหาร่ายยาวจุดยืนครั้งนี้หลังมีกระแสดอดยินดีนายอนุทิน ชาญวีรกุล ทันทีว่า “ผมมีแค่ 1 เสียงตัวคนเดียว การจะโหวตใครเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาลคงไม่ทำให้ผมได้เป็นรัฐมนตรีหรอกครับ และขอยืนยันว่าผมจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ผมพร้อมจะเป็นฝ่ายค้านอิสระ ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและติดตามงานที่ยังคั่งค้างอยู่ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ !!”

กันณวีร์ชี้แจงหลังเข้าพบนายอนุทินชาญวีรกูล
ภาพ @NolKannavee

จากนั้นบัญชีโซเชียลของส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ร่ายยาวต่อว่า “อย่าเพิ่งตกใจ ! หรือผิดหวังที่เห็นผมไปแสดงความยินดีกับคุณอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพูดคุยบอกว่าจะโหวตให้เป็นนายกฯ ซึ่งก็หมายถึงการสนับสนุนให้เป็นรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะได้ประโยชน์อะไรกับเรื่องนี้ มากไปกว่าการเห็นประเทศชาติมีทางออกและไม่เกิดสูญญากาศในการแก้ไขปัญหา”

  • ขอให้มั่นใจว่าผมเป็นคนชัดเจนในจุดยืนของผม ผมบอกตั้งแต่แรกว่าการแก้ไขปัญหาทางการเมืองไทยในปัจจุบันนี้ คือ “การยุบสภา” และผมยังยืนยันว่าต้องคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชนแล้วเลือกผู้รับใช้พี่น้องประชาชนเข้าสภาฯ ใหม่โดยเร็ว นี่คือจุดยืนของผม ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง !! แต่ผมเห็นครับว่ารัฐบาลรักษาการณ์กำลังเล่นเกมทางการเมืองเพื่อดึงเวลา และจะให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นคนของพรรคเพื่อไทย และผมพูดเสมอว่ากว่าสองปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยขาดความชอบธรรมในการเป็นรัฐบาลแล้ว เนื่องจากการทำงานเชิงนโยบายและบริหารจัดการที่ล้มเหลว และไม่ตอบโจทย์ในการเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ดังนั้นนี่คือ “เกมการเมืองที่พรรคเพื่อไทย” กำลังพยายามให้มีการโหวตเลือกแคนดิเดทของพรรคเพื่อไทย

ผมจึงมองไปที่แคนดิเดททั้งหมด และที่เห็นว่าเป็นไปได้มากสุดคือ คุณชัยเกษม แห่งเพื่อไทย และคุณอนุทิน แห่งภูมิใจไทย ผมเป็นคนชัดเจนว่าหากนี่คือการเกมการเมืองที่จะต้องถูกลากนำไป ผมก็แสดงให้สังคมเห็นว่าผมชัดเจนว่าใครควรได้รับเลือกเป็นนายกฯ !!

ผมบอกชัดว่าหากใครสามารถตอบโจทย์ผม 2 ข้อ คือออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 และมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องยุบสภาในเวลาอันชอบโดยเร่งด่วน และสามารถเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีแผนระยะเฉพาะหน้า กลางและยาว และคนที่สามารถสถาปนาจุดยืนทางการทูตเชิงรุกของไทยที่จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน และเรียกศรัทธาของพี่น้องประชาชนคนไทยกลับคืนมาได้อย่างชอบธรรม ผมจะยกมือเสียงนี้ให้สำหรับการเป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อคืนผมจึงเข้าไปที่พรรคภูมิใจไทย เพราะคุณอนุทินฯ ยืนยันว่าสามารถทำทั้ง 2 ข้อที่ผมเสนอไปได้ และยังได้ฟังจุดยืนจากคุณอนุทินฯ อีกครั้งว่าจะเป็นเพียงรัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือน แล้วยุบสภา ตามเงื่อนไขของประชาชน ซึ่งตรงกับจุดยืนของผมจากคุณอนุทินฯ เองด้วย เพราะอย่างที่ตอบนักข่าวไปว่า ถ้าระหว่างคุณชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย กับ คุณอนุทิน พรรคภูมิใจไทย ผมจะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ ผมบอกว่าเสียงเดียวของผม คงโหวตให้คุณอนุทิน เพราะพรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมไปแล้ว !!!

เราเคยผ่านการตั้งรัฐบาลตระบัดสัตย์มาแล้ว ผมก็เคยไปแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลมาแล้ว แล้วผลเป็นอย่างไรครับ !! กว่า 2 ปี เรามีนายกฯ 2 คน การบริหารโดยการนำของพรรคเพื่อไทย ผลเป็นอย่างไร ทุกท่านก็ทราบดี แล้วถ้าคุณอนุทิน ได้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ หลายคนบอกว่า หน้าตารัฐบาลคงมีรัฐมนตรีไม่ต่างจากเดิม ซึ่งก็อาจจะเป็นเช่นนั้น และเรายังไม่รู้เลยว่าที่จับมือกันนั้น จะได้เป็นรัฐบาลจริงไหม !!!

ตัดไฟแก๊งคอลเซ็นเตอร์
แฟ้มภาพ

“ผมขอยืนยันว่าผมจะเป็นฝ่ายค้านอิสระ และจะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ จากรัฐบาลชุดใหม่จริงๆ ผมจะทำงานของผมอย่างที่ผมเป็น ตามจุดยืนที่ผมมีต่อไปครับ”

“ผมจะยังตามงานของพี่น้องจะนะ เรื่องการต่อต้านการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ การเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่หมอสุภัทร (พี่หมอจุ๊ก) จากคำสั่งตรวจสอบจาก สธ ที่น่าสงสัย การออกโฉนดให้พี่น้องหลายพื้นที่ ผมจะตามเรื่องการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนต้องเป็นผู้นำในการสร้างสันติภาพและปฏิรุูประบบราชการใน จชต. ผมจะตามงานในเรื่องงานชายแดนทั้งไทย-กัมพูชา และไทย-เมียนมา เรื่องมลพิษข้ามแดน จุดยืนทางการทูตของไทยที่ต้องเปลี่ยนจากการทูตแบบเงียบๆ ไปเป็นการทูตแบบแทรกแทรงอย่างสร้างสรรค์ (constructive interventions) งานผู้ลี้ภัย บุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ งานการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ การค้ามนุษย์และขบวนการนำพา คอลเซนเตอร์และสแกมเมอร์ ผมยังจะทำหน้าที่ในนามรัฐสภาไทยในเวทีโลกเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ไทยในเวทีโลก ฯลฯ”

“ขอให้เชื่อมั่นในจุดยืนของผมทางการเมือง บททดสอบที่ผมได้ทำให้สังคมเห็นตั้งแต่ พ.ค.2566 จนถึงปัจจุบันน่าจะเป็นหลักฐานให้สังคมมั่นใจในตัวผมได้ดี ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนคนๆ นี้ได้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจ เหมือนที่ผมพูดเสมอครับ หากเสนอตัวมารับใช้พี่น้องประชาชนแล้วต้องทำการเมืองแบบตรงไปตรงมา หากจะทำแบบบิดๆ เบี้ยวๆ แล้ว อย่ามาทำ เสียเวลาประเทศชาติ !!”.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

0 0 โหวต
Article Rating
สมัครรับข้อมูล
แจ้งเตือนเกี่ยวกับ
0 Comments
เก่าแก่ที่สุด
ใหม่ล่าสุด ถูกโหวตมากที่สุด
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button
0
เราอยากทราบความคิดเห็นของคุณ โปรดแสดงความคิดเห็นx