ข่าว

สารวัตรแจ๊ะ หาจนเจอ “อ.วันดี” ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต จนรอดเป็นตำรวจน้ำดีของชาติ

สารวัตรแจ๊ะ ตามหาเจอ แพทย์หญิงวันดี วราวิทย์ กุมารแพทย์หญิง ช่วยชีวิตทารกน้อย ผ่านเสียงโทรศัพท์ของพ่อ ให้รอดตายจนเป็นตำรวจนครบาลในวันนี้

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 เพจเฟซบุ๊ก “จ๋อแจ๊ะจับโจร” โพสต์เล่าเรื่องราวชีวิตจริงดั่งละครของ “สารวัตรแจ๊ะ” ที่ตามหา “กุมารแพทย์หญิง” ผู้ชุบชีวิตทารกน้อยจากแดนไกลในยุค 90 ผ่านเสียงโทรศัพท์ของพ่อ ให้รอดตายจนเป็นตำรวจนครบาลในวันนี้ ว่า

Advertisements

“เสียงสวรรค์” ช่วงเช้าวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.1993 แพทย์หญิงวันดี รับสายหลังจากกระหน่ำโทรไปตลอดคืน พ่อของทารกน้อยรีบแนะนำตัวก่อนจะแจ้งอาการของทารกน้อยให้ฟังด้วยความร้อนรน แพทย์หญิงวันดี ได้ถามกลับว่า “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”

พ่อรีบตอบกลับไปว่า “ผมโทรมาจากกำแพงเพชร ตอนนี้อยู่ในป่า ถ้าต้องพาลูกไปกรุงเทพจะต้องรอรถเมล์ 2 ชั่วโมง แล้วนั่งไปอีก 2 ชั่วโมง จากกำแพงเพชรเข้าไปที่ จ.พิษณุโลก เพื่อรับลูกและจะพาขึ้นเครื่องบินที่มีวันละ 1 เที่ยวถึงจะไปถึงกรุงเทพ”

แพทย์หญิงวันดีตอบกลับว่า “คุณไม่ต้องมาเด็กจะเสียระหว่างทาง หมอจะรักษาผ่านทางโทรศัพท์ เราจะกระตุ้นให้ลำไส้เริ่มกลับมาทำงาน ก่อนที่เด็กจะเสียชีวิต รีบกลับไปทำตามที่หมอบอก”

จากนั้น แพทย์หญิงวันดี ได้เริ่มบอก “สูตรอาหารผสม” และวิธีการรักษาเบื้องต้น ให้กับพ่อของทารกน้อยจดทุกสิ่งทุกอย่างลงในกระดาษโน้ตแล้วพับเก็บใส่กระเป๋าอย่างประณีต ก่อนจะโดดงาน รีบออกจากไซต์งานขึ้นรถเมล์มุ่งหน้ากลับไปที่เมืองพิษณุโลกทันที

ภาพจาก: เฟซบุ๊ก จ๋อแจ๊ะจับโจร

“ปาฏิหาริย์ยามบ่าย” เมื่อพ่อกลับมาถึงแล้วพบว่าทารกน้อยยังไม่สิ้นใจ รีบนำอาหารผสมสูตรหมอวันดี แกะออกก่อนนำใส่ปากรักษาทารกน้อยตามโพยหมอในทันที แม้ยังไม่เห็นผลทันตา แต่ทารกยังคงสภาพไม่สิ้นใจ “เหมือนจะได้ผล” พ่อจดทุกอากับกริยาของทารกน้อย ก่อนจะรีบโบกรถข้ามจังหวัดกลับไปไซต์งานเพื่อโทรศัพท์หาหมอ

Advertisements

การเทียวไปเทียวมา 2 จังหวัดเพื่อรักษาผ่านทางโทรศัพท์ได้เริ่มต้นขึ้นทุก 7 โมงเช้า ของทุกวัน “ตลอด 3 เดือน” แพทย์หญิงวันดีจะใช้เวลาทุกเช้าก่อนเข้างาน รอรับสายโทรศัพท์จากพ่อ เพื่อตามติดรักษาอาการและปรับเปลี่ยนสูตรผสมอาหารตามอาการ จนเด็กทารกน้อย “ฟื้นชีพ” ดีวันดีคืน ผิวหนังที่เหี่ยวก็กลับมาเต่งตึง หายเป็นปกติในที่สุด

“ตามหาผู้มีพระคุณ” ทารกน้อยในวัยหนุ่มออกตามหาหมอวันดีที่โรงพยาบาลรามาฯ แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าท่านได้เกษียณไม่ได้มาทำงานเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว จนต้องออกตระเวนถามหาบ้าน จนได้มาถึงหน้าบ้านเก่าๆ สุดสมถะ บรรยากาศสุดเงียบสงบ “มีใครอยู่ไหมครับ” หลังสิ้นเสียงเรียก เงาหญิงชราเคลื่อนไหวรางๆ เป็นเงาสะท้อนออกมาจากประตูบ้าน ก่อนเปิดออกมาด้วยใบหน้าอันสงสัย

“มาหาใครคะ” น้ำเสียงหญิงชราอันแสนเมตตาขยับเข้ามาใกล้ๆ ครั้งได้สบตาอากับกริยาสุดแสนใจดีทำให้ทารกน้อยวัยหนุ่มเข่าทรุดติดพื้นก้มลงกราบโดยอัตโนมัติก่อนบอกกับหมอที่อยู่ในอาการงุนงงว่า “ไม่รู้หมอจะจำผมได้มั้ย ผมคือเด็กที่หมอช่วยชีวิตผ่านโทรศัพท์เมื่อ 32 ปีก่อนพ่อผมเล่าให้ฟังตอนผมไปเจอกระดาษโน้ตอันนี้ ที่ท่านบอกสูตรผสมกับวิธีการรักษาให้พ่อผม ทำให้ผมรอดตาย”

ภาพจาก: เฟซบุ๊ก จ๋อแจ๊ะจับโจร

หมอวันดีหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจก่อนกล่าวว่า “นี่มันสูตรของชั้นจริงๆ ด้วย….ขอให้มีความสุขความเจริญนะ แล้วตอนนี้หนูเป็นอะไร” ทารกน้อยวัยหนุ่มกล่าวตอบ “ผมเป็นตำรวจอยู่นครบาลครับ” ก่อนจะถอดเสื้อคลุมสืบนครบาลตัวเก่งให้กับหมอวันดีโดยไม่ลังเล “เสื้อนี้มีค่าสำหรับผมมากครับ ผมขอให้หมอไว้นะครับ ถ้าไม่มีหมอผมคงตายไปแล้ว”

หมอวันดีคลีเสื้อดูก่อนบรรจงอ่านตัวอักษรบนเสื้อก่อนกล่าวว่า “ขอมอบให้ 9 ชีวิตเลยนะ ขอให้ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นคนดีช่วยเหลือคนอื่นๆ นะลูก ขอบใจนะที่คิดถึงกัน”

หมอเทวดาในร่างหญิงชราค่อยหันหลังและเดินกลับเข้าบ้านไปพร้อมๆ สายลมที่พัดเบาๆ พาใบเอาไม้ปลิวว่อน ภาพเบื้องหน้าความรู้สึกชวนให้ทารกน้อยวัยหนุ่มน้ำตาคลอ เสมือนเวลาได้ถูกหยุดลงที่หน้าบ้านของหมอวันดี

ภาพจาก: เฟซบุ๊ก จ๋อแจ๊ะจับโจร

“ทารกน้อยจากแดนไกล” ปัจจุบันคือ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ หรือสารวัตรแจ๊ะ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. เกิดมาพร้อมอาการป่วยออดๆ แอดๆ และแพทย์ในจังหวัดพิษณุโลกได้วินิจฉัยว่าเป็นโรค “โลต้าไวรัส” แต่การรักษาไม่ดีขึ้นจนสภาพร่างกายลีบแห่งใกล้เสียชีวิต เพราะแท้จริงเป็นโรคอุจจาระร่วงจากสารอาหารที่เข้มข้นในลำไส้ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในสมัยนั้น

แต่ได้รับการรักษาจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงวันดี วราวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคนี้โดยตรง “ผ่านทางโทรศัพท์” ซึ่งได้รักษาด้วยการให้สูตรอาหารผสมที่มีส่วนผสมของเกลือแกงและน้ำตาลทรายทำให้สารวัตรแจ๊ะจนรอดตายอย่างปาฏิหารเมื่อปี ค.ศ.1993

ภาพจาก: เฟซบุ๊ก จ๋อแจ๊ะจับโจร

ต่อมา แพทย์หญิงวันดีฯ ได้วิจัยพัฒนาจนกลายเป็น “ผงวันดี” หรือ “วันดีรามา ORS” หรือที่เรียกว่า ผงน้ำตาลเกลือแร่ สารช่วยทดแทนการสูญเสียเกลือแร่ ใช้รักษาโรคท้องร่วงเฉียบพลัน ซึ่งคิดค้นมาจากการสังเกตว่าคนไข้โรคอุจจาระร่วงจำนวนมากมักชักและตายอย่างรวดเร็วเพราะการที่ได้สารน้ำที่เข้มข้นเกินไป ซึ่งการคิดค้นสูตรของ แพทย์หญิงวันดีฯ ผลออกมาเป็นที่ยอมรับและใช้ได้ผล มีการนำเสนอผลงานนี้ทางเวทีวิจัยระดับนานาชาติจนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก และที่สำคัญท่านได้ช่วยชีวิตคนมามากมาย “นับไม่ถ้วน”

ขอสดุดีจิตวิญญาณ “หมอเทวดา” แพทย์หญิงวันดี วราวิทย์

ประวัติ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงวันดี วราวิทย์ อายุ 85 ปี

-การศึกษา
1.พ.ศ.2503 แพทยศาสตร์บัณฑิต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
2.พ.ศ.2508 Diploma Anerican Board of Pediatrics, USA
3.พ.ศ.2510 Certificate in Pediatric Metabolism, Children’s Mercy Hospital, Missouri University, U.S.A.
4.พ.ศ.2518 อนุมัติบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์
5.พ.ศ.2547 อนุมัติบัตร สาขาโรคทางเดินอาหารและโรคตับในเด็ก

-ตำแหน่งงานที่เคยได้รับ
1.รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
2.รองคณบดีฝ่ายการศึกษาหลังปริญญา คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
3.WHO Advisory Board of Enteric Infection and Waterborne Diseases,
4.WHO Regional Technical Advisory Group on Integrated Control of Acute Diarrheal and Respiratory Diseases (RTAG-ICDR)
5.Council member of APPSGHAN
6.ประธานชมรมโรคทางเดินอาหารและตับในเด็ก

-รางวัลที่เคยได้รับ
1.รางวัลชมเชยสภาวิจัยแห่งชาติและมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ.2523
2.รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิจัย ปี พ.ศ.2528
3.รางวัล Life Time Achievement Award in diarrheal Diseases, Asian Society Conference on Diarrheal Diseases Committee 2006
4.รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล บี.บราวน์ ปี พ.ศ.2550
5.ปริญญาแพทย์ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปี พ.ศ.2552
6.รางวัลกุมารแพทย์ดีเด่นจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ในวาระราชวิทยาลัยก่อตั้งครบ 50 ปี ปี พ.ศ.2554
7.รางวัลมหิดลทยากร สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ.2555

-ผลงานดีเด่น
1.รางวัลงานวิจัยเรื่อง “โรคอุจจาระร่วง” จากสภาวิจัยและมหิดล
2.รางวัลความเป็นครู “อาจารย์ที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง” ในวาระฉลองภาควิชากุมารฯรามาธิบดีครบ 50 ปี ปี พ.ศ.2558
3.เป็นกุมารแพทย์ที่ให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความรักความเมตตา
4.เป็นผู้ตั้งกองทุนสำหรับผู้ป่วยยากไร้
5.อุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่สังคม “เป็นกรรมการพิจารณารับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม” กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี พ.ศ.2538-ปัจจุบัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button