สื่อยักษ์ตีข่าว กลุ่มชาวอุยกูร์ ถูกขังในไทยกว่า 10 ปี อาจถูกส่งกลับจีนแล้ว

สำนักข่าวระดับโลก (AP) รายงานว่า – สมาชิกรัฐสภาไทย นักเคลื่อนไหว และทนายความ เชื่อว่า กลุ่มชายชาวอุยกูร์ ที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยมานานกว่าทศวรรษ อาจถูกส่งตัวกลับประเทศจีนแล้ว ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดี หลังจากมีผู้พบเห็นรถบรรทุกหน้าต่างทึบออกจากศูนย์กักตัว และทางการจีนระบุว่าได้มีการส่งตัวชาวจีนกลับจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การส่งกลับดังกล่าวถูกกำหนดไว้ในช่วงเช้ามืดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยรายหนึ่ง เจ้าหน้าที่ต่างชาติ และบุคคล 3 รายที่ติดต่อกับทางการไทย ทั้ง 5 คนปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นข้อมูลภายในที่ละเอียดอ่อน
ในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า “ผู้อพยพผิดกฎหมายชาวจีน 40 คน” ได้ถูกส่งตัวกลับประเทศ โดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กล่าวว่า บุคคลเหล่านี้ “ถูกหลอกลวงโดยองค์กรอาชญากรรม” และติดค้างอยู่ในประเทศไทย รายงานไม่ได้ระบุเชื้อชาติของบุคคลดังกล่าว แต่ภาพถ่ายของผู้ที่ถูกส่งกลับซึ่งเผยแพร่โดย CCTV ปรากฏ

สื่อรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มชายที่ถูกควบคุมตัวได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณชนให้ระงับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นของการถูกส่งกลับ โดยระบุว่าพวกเขาเผชิญกับการจำคุกและอาจถึงแก่ชีวิตในประเทศจีน สมาชิกรัฐสภาไทยหลายคนเรียกร้องให้รัฐบาลไทยระงับแผนการส่งกลับใด ๆ
คู่ขนานกับความเคลื่อนไหวในประเทศไทย หรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเตรียมส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทาง ด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่งว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ชาวอุยกูร์ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายต่อชีวิต อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ได้แก่

การไม่ผลักดันบุคคลไปสู่อันตราย (Non-refoulement principle) และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของไทยอย่างร้ายแรง ทั้งพันธกรณีตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT)
นอกจากนี้ ยังจะกระทบต่อสถานะของประเทศไทยในประชาคมโลก ตลอดจนต่อความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างไทยกับมิตรประเทศที่สำคัญ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงมีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี แจ้งข้อห่วงกังวลต่อการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทาง โดยขอให้พิจารณาเรื่องนี้ ดังนี้
1. การส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทางจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของไทยในฐานะสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) เนื่องจากขัดต่อเจตนารมณ์และคำมั่นของประเทศไทยที่จะส่งเสริมการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ได้ให้ไว้ในการรณรงค์หาเสียงในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก HRC
การที่ไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิก HRC เมื่อเดือน ต.ค.2567 ที่ผ่านมาด้วยคะแนนสูงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าประเทศต่าง ๆ มีความเชื่อมั่นต่อนโยบาย ความมุ่งมั่น และการดำเนินการของไทยในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในหลายด้าน เช่น การออกกฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย ตามพันธกรณีในอนุสัญญา CAT ได้อย่างมีประสิทธิผล การดูแลผู้หนีภัยสู้รบชาวเมียนมา การแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล เป็นต้น
2. กลุ่มประเทศมุสลิมหลายประเทศ รวมทั้งองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation: OIC) ได้มีท่าทีและติดตามสถานะของเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การส่งกลับชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่นับถือศาสนาอิสลาม จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศมุสลิม
ทั้งในอาเซียนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง รวมถึงอาจกระทบต่อความสัมพันธ์กับ OIC ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความพยายามของไทยในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอาจส่งผลให้สถานการณ์กลับมาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น อันจะกระทบต่อสิทธิและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่จะนำความสงบคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้และตั้งเป้าที่จะยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงในพื้นที่ภายในปี 2570
3. การส่งชาวอุยกูร์กลับยังจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับประเทศตะวันตก ซึ่งให้ความสำคัญอย่างมากกับการเคารพสิทธิมนุษยชนในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ นอกจากนี้ อาจมีผลต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่นักลงทุนต่างชาตินำมาประกอบการพิจารณานำเงินมาลงทุน
ทั้งนี้ หากการค้าการลงทุนจากต่างประเทศลดลง ย่อมมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในสภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจของโลก รวมถึงต่อมาตรฐานการครองชีพและความกินดีอยู่ดีของประชาชนไทยเอง
4. ประเทศไทยมีวิวัฒนาการในการพัฒนาประเทศมาหลายทศวรรษ ทั้งในบริบทของการเมือง สังคม เศรษฐกิจ จนมีศักดิ์ศรีและสถานะเป็นที่ยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศว่ายึดมั่นในหลักการสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศโดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน กสม. จึงขอกราบเรียนมาเพื่อนายกรัฐมนตรีทบทวนนโยบายการส่งกลับดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ประเทศไทยสูญเสียการยอมรับที่พัฒนามายาวนานข้างต้น และกระทบต่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนโดยรวม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! ยื่นศาลไต่สวนฉุกเฉิน “นายกฯ-สตช.” ปมส่งอุยกูร์กลับจีน? หวั่นอุ้มหาย-ทรมาน ซ้ำรอยปี 58
- กัณวีร์ โพสต์เจอรถบรรทุกประหลาด ติดเทปดำทั้งคัน สงสัยขนชาวอุยกูร์ 48 คน
- ลุ้น ศาลไทยไต่สวน ปล่อยตัว ชาวมุสลิมอุยกูร์ 43 ชีวิต