การเงินเศรษฐกิจ

กนง.ลดดอกเบี้ย เหลือ 2.00% สู้สุดชีวิต หวังแก้เศรษฐกิจซบเซา

เผยหมาก ‘ลดดอกเบี้ย’ ล้มกระดานเศรษฐกิจ? กนง. เสียงแตก 6:1 หั่นดอกเบี้ยนโยบาย เหลือ 2.00 เปอร์เซ็นต์ มีผลบังคับใช้ทันที หวังสู้ศึกเศรษฐกิจไทยซึมยาว

ในโมงยามที่เข็มนาฬิกาเศรษฐกิจไทยเดินช้าลง ท่ามกลางเงาของการชะลอตัวที่ทอดตัวยาว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้เปิดประชุม เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ และในที่สุด หลังการถกเถียงที่กินเวลา มติ 6 ต่อ 1 เสียง ก็ถูกเคาะออกมา อัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับลดลง 0.25% จาก 2.25% สู่ 2.00% ต่อปี มีผลบังคับใช้ทันที

Advertisements

เลขานุการ กนง. นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ออกมาเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังมติครั้งประวัติศาสตร์นี้ ใจความสำคัญคือ เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญมรสุมลูกใหญ่ การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเหมือนคนหลังพิงฝา ถูกบีบด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกินจากภายใน ซ้ำร้ายยังต้องเจอคลื่นซัดจากภายนอก เมื่อสินค้าจากต่างแดนดาหน้าเข้ามาตีตลาด แถม นโยบายการค้าของชาติมหาอำนาจ ก็ยังเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

กนง. เสียงแตก 61 หั่นดอกเบี้ยนโยบาย เหลือ 2.00 เปอร์เซ็นต์

ถึงแม้ว่า แรงหนุนจากภายในประเทศ ทั้งการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว จะยังพอประคองสถานการณ์ไว้ได้ แต่ในสายตาของกรรมการส่วนใหญ่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คือ ยาขนานเอก ที่จะช่วย ประคองชีพจรเศรษฐกิจ ให้เต้นต่อไปได้ การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ จะช่วยให้ สภาพคล่องทางการเงิน ไหลเวียนได้สะดวกขึ้น สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแรง และช่วย ลดความเสี่ยง ที่เศรษฐกิจจะทรุดหนักลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม ในมติเสียงข้างน้อย 1 เสียง กลับมองต่างมุม กรรมการท่านนี้ ให้น้ำหนักกับการรักษา ขีดความสามารถในการใช้นโยบายการเงิน เพื่อรับมือกับ ความไม่แน่นอนในอนาคต ที่ยังคงสูงลิ่ว การลดดอกเบี้ยในวันนี้ อาจทำให้ เครื่องมือ ในการรับมือกับวิกฤตในวันหน้า มีจำกัด

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่ผ่านมา ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความอ่อนแอ การเติบโตต่ำกว่าที่ประเมิน ส่วนหนึ่งมาจากการ ระบายสินค้าคงคลัง ที่สูงเกินจำเป็น แม้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งออก จะยังพอมีแรงส่ง แต่เมื่อมองไปข้างหน้า แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงน่าห่วง โดยเฉพาะ ภาคการผลิต ที่ยังจมปลักกับ ปัญหาเชิงโครงสร้าง และ การแข่งขันจากสินค้านำเข้า ที่นับวันจะยิ่งรุนแรง โดยเฉพาะใน อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง มีเพียง ภาคบริการ เท่านั้นที่ยังพอหายใจหายคอได้

Advertisements

ด้าน กำลังซื้อภายในประเทศ ยังพอมีความหวังจาก การบริโภคภาคเอกชน ที่ยังขยายตัวได้ ส่วน การส่งออก คาดว่าจะพึ่งพา สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและเกษตรแปรรูป เป็นหลัก แต่สิ่งที่ กนง. ยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด คือ ภาคการผลิต ที่อาจจะยังถูกกดดันต่อเนื่อง โดยเฉพาะ SMEs ที่กำลังเผชิญ ปัญหาความสามารถในการแข่งขัน และ ผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ที่อาจจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงเศรษฐกิจไทย

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่ผ่านมา ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความอ่อนแอ

ในส่วนของ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มที่จะ ทรงตัวใกล้เคียงเส้นตายล่าง ของกรอบเป้าหมาย ปัจจัยหลักมาจาก ด้านอุปทาน โดยเฉพาะ ราคาน้ำมันดิบโลก ที่ยังคงมีแนวโน้มลดลง

รวมถึง ปัจจัยเชิงโครงสร้าง อย่าง การแข่งขันด้านราคาจากสินค้านำเข้า ที่กดดันให้ราคาสินค้าในประเทศทรงตัว อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่า อัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับต่ำนี้ ยังไม่ถึงขั้น “ภาวะเงินฝืด” และยังพอช่วย บรรเทาภาระค่าครองชีพ และ ต้นทุนของผู้ประกอบการ ได้บ้าง ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง ยังคง ทรงตัวในกรอบเป้าหมาย แต่ก็ยังต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงด้านต่ำ จาก ราคาน้ำมันดิบโลก และ มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศ ที่อาจจะส่งผลต่อเงินเฟ้อในอนาคต

ภาวะการเงินโดยรวม ยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว แม้ว่าการขยายตัวและคุณภาพของสินเชื่อ ในภาพรวมจะเริ่มมีสัญญาณทรงตัวบ้าง แต่สินเชื่อ SMEs โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงหดตัว ต่อเนื่อง

ด้านสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ก็ปรับลดลง สะท้อนถึงครัวเรือนที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และยังแบกภาระหนี้สิน ที่หนักอึ้ง

กนง. จึงมองว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ จะช่วยคลายปม ภาวะการเงินตึงตัว ลงได้ โดยที่ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาว แต่ก็ยังคงต้อง จับตาแนวโน้มการขยายตัวและคุณภาพสินเชื่อของกลุ่มเปราะบาง รวมถึง ผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างใกล้ชิด

ธนาคารแห่งประเทศไทย ลดอัตราดอกเบี้ย 2.0

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง : ธนาคารแห่งประเทศไทย (BANK OF THAILAND)

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button