Connect with us

สังคม/เศรษฐกิจ

คลังแจง เงินบาทแข็งค่า เพราะส่งออกเกินดุลต่อเนื่อง

Aindravudh

Published

 on

คลังแจง เงินบาทแข็งค่า เพราะส่งออกเกินดุลต่อเนื่อง | The Thaiger
ภาพโดย TheDigitalWay จาก Pixabay

กระทรวงการคลังแจง สถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทในปัจจุบันมีสาเหตุหลักมาจาก ผู้ส่งออกของไทยสามารถส่งสินค้าและบริการออกไปขายในต่างประเทศมีมูลค่าสูงกว่าการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายปี ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างต่อเนื่อง

ข่าวกระทรวงการคลัง รายงาน นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทในปัจจุบันมีสาเหตุหลักมาจาก ผู้ส่งออกของไทยสามารถส่งสินค้าและบริการออกไปขายในต่างประเทศมีมูลค่าสูงกว่าการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายปี ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติมีมุมมองที่ดีต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้มีเงินตราจากต่างประเทศไหลเข้ามาประเทศทั้งในรูปของการลงทุนในหลักทรัพย์ และการลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริง จึงส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ เพื่อลดแรงกดดันที่มีต่อค่าเงินบาท ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

1. การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การนำเงินรายได้จากการส่งออกกลับเข้าประเทศ โดยการขยายวงเงินรายได้จากการส่งสินค้าออกที่ไม่ต้องนำกลับเข้าประเทศ (Repatriation) จากเดิมที่มีมูลค่าต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (สรอ.) เป็นที่มีมูลค่าต่ำกว่า 200,000 ดอลลาร์ สรอ. และผ่อนผันให้ผู้ที่มีรายได้จากการส่งสินค้าออกไม่ต้องนำเงินดังกล่าวกลับเข้าประเทศในกรณีนำไปหักกลบกับคู่ค้าในต่างประเทศ

2. การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยอนุญาตให้สามารถโอนเงินออกนอกประเทศได้ทุกวัตถุประสงค์ ยกเว้นวัตถุประสงค์ที่กำหนดให้ต้องยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนอนุญาตให้สามารถโอนเงินไปซื้อ ซื้อสิทธิการเช่า หรือชำระค่าใช้จ่ายในการตกแต่งอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศได้ ทั้งกรณีถือกรรมสิทธิ์ด้วยตนเองและบุคคลในครอบครัว ในวงเงินไม่เกินปีละ 50 ล้านดอลลาร์ สรอ.

3. การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยสามารถโอนเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้เองในวงเงินไม่เกินปีละ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. จากเดิมที่ต้องผ่านตัวกลางในประเทศ และการเพิ่มวงเงินรวมสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จัดสรรให้แก่นักลงทุนภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จากเดิม 100,000 ล้านดอลลาร์ สรอ. เป็น 150,000 ล้านดอลลาร์ สรอ.

4. การผ่อนคลายการซื้อขายทองคำภายในประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังพร้อมจะประสานความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการออกมาตรการหรือนโยบายต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทและการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจต่อไป

ติดตามข่าวสารจาก The Thaiger ได้ทางเฟซบุ๊ก.

สังคม/เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์หั่น GDP ปี62 เหลือ 2.6 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี

Aindravudh

Published

on

สภาพัฒน์หั่น GDP ปี62 เหลือ 2.6 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี | The Thaiger
Mateusz Turbiński

สภาพัฒน์หั่น GDP ปี62 เหลือ 2.6 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี

วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2562) ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช) พร้อมด้วยผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่สามของปี 2562 และแนวโน้มปี 2562 – 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.6 โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าจะลดลงร้อยละ 2.0 การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 4.3 และร้อยละ 2.7 ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 0.8 และบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 6.2 ของ GDP

(สศช. ปรับประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี 2562 ใหม่เหลือ 2.6% จากเดิม 2.8% – ทั้งนี้เมื่อเดือนพ.ค.2562 วอยซ์ทีวีรายงานว่า สภาพัฒน์ เผยเศรษฐกิจไทยปี 2562 ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส หลังยังเผชิญปัญหาสงครามการค้า และบรรยากาศทางการเมืองไม่นิ่ง ปรับลดเป้าจีดีพีเหลือโตเพียงร้อยละ 3.6 จากที่รัฐบาลคาดโตร้อยละ 4.0)

ทั้งนี้ การขยายตัว 2.6% ของเศรษฐกิจไทยปี 2562 นับเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งขยายตัวเพียง 1%

 

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สามของปี 2562

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สามของปี 2562 ขยายตัวร้อยละ 2.4 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.3 ในไตรมาสก่อนหน้า (%YOY) และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สามของปี 2562 ขยายตัวจากไตรมาสที่สองของปี 2562 ร้อยละ 0.1 (%QoQ_SA) รวม 9 เดือนแรกของปี 2562 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.5

ด้านการใช้จ่าย มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวในเกณฑ์ดีของการบริโภคภาคเอกชน และการเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายของรัฐบาล ในขณะที่ปริมาณการส่งออกสินค้าลดลง ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้า การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวในเกณฑ์ดี ร้อยละ 4.2 ต่อเนื่องจากการขยายตัวร้อยละ 4.6 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของราคาสินค้าเกษตร และการดำเนินมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ การขยายตัวของการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในไตรมาสนี้ สอดคล้องกับการขยายตัวต่อเนื่องของเครื่องชี้ด้านการใช้จ่ายสำคัญ ๆ โดยเฉพาะดัชนีปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน ดัชนีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซล และดัชนีปริมาณการนำเข้าสินค้าหมวดสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งขยายตัวร้อยละ 8.3 ร้อยละ 4.7 และร้อยละ 5.0 ตามลำดับ ในขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลปรับตัวลดลงร้อยละ 6.5 ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 60.8 เทียบกับระดับ 64.8 ในไตรมาสก่อนหน้า การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัวร้อยละ 1.8 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.1 ในไตรมาสก่อนหน้า อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายรวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ 21.0 (สูงกว่าอัตราเบิกจ่ายร้อยละ 20.5 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน) การลงทุนรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.9 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 2.4 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.1 ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวร้อยละ 3.1 ในขณะที่การลงทุนในสิ่งก่อสร้างทรงตัว ส่วนการลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 เร่งขึ้นจากการเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลงทุนของรัฐบาลขยายตัวร้อยละ 5.6 ขณะที่การลงทุนของรัฐวิสาหกิจลดลงร้อยละ 0.8 สำหรับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ 21.6 เทียบกับอัตราเบิกจ่ายร้อยละ 16.8 ในไตรมาสก่อนหน้า และร้อยละ 19.9 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในด้านภาคการค้าต่างประเทศ การส่งออกสินค้า มีมูลค่า 63,295 ล้านดอลลาร์ สรอ. ทรงตัว เทียบกับการลดลงร้อยละ 4.2 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณการส่งออกลดลงร้อยละ 0.4 และราคาส่งออกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.4 กลุ่มสินค้าส่งออกที่มูลค่าขยายตัว เช่น น้ำตาล (ร้อยละ 5.1) ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ (ร้อยละ 0.3) รถกระบะและรถบรรทุก (ร้อยละ 0.5) รถจักรยานยนต์ (ร้อยละ 19.5) เครื่องปรับอากาศ (ร้อยละ 4.0) และผลไม้ (ร้อยละ 41.4) เป็นต้น กลุ่มสินค้าส่งออกที่มูลค่าลดลง เช่น ข้าว (ลดลงร้อยละ 35.1) มันสำปะหลัง (ลดลงร้อยละ 27.3) ยางพารา (ลดลงร้อยละ 3.9) แผงวงจรรวมและชิ้นส่วน (ลดลงร้อยละ 8.4) เครื่องจักรและอุปกรณ์ (ลดลงร้อยละ 7.2) ผลิตภัณฑ์ยาง (ลดลงร้อยละ 14.2) รถยนต์นั่ง (ลดลงร้อยละ 4.4) ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (ลดลงร้อยละ 10.6) ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (ลดลงร้อยละ 29.3) และเคมีภัณฑ์ (ลดลงร้อยละ 18.8) เป็นต้น การนำเข้าสินค้า มีมูลค่า 55,333 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลงร้อยละ 6.8 (ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม) เทียบกับการลดลงร้อยละ 3.4 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณการนำเข้าลดลงร้อยละ 6.6 เทียบกับการลดลงร้อยละ 3.3 ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงของปริมาณการนำเข้าในหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางร้อยละ 3.8 สอดคล้องกับการลดลงของการส่งออก ขณะที่ราคานำเข้าปรับตัวลดลงร้อยละ 0.2 เทียบกับการลดลงร้อยละ 0.1 ในไตรมาสก่อนหน้า

สภาพัฒน์หั่น GDP ปี62 เหลือ 2.6 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี | News by The Thaiger

ด้านการผลิต การผลิตสาขาเกษตรกรรมกลับมาขยายตัว การผลิตสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารขยายตัวเร่งขึ้น การผลิตสาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่การผลิตสาขาการขายส่ง การขายปลีก และการซ่อมฯ สาขาก่อสร้าง และสาขาไฟฟ้า ก๊าซฯ ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนสาขาอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง ขยายตัวร้อยละ 1.5 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 1.3 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรร้อยละ 1.1 โดยผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา (ร้อยละ 5.9) มันสำปะหลัง (ร้อยละ 6.9) และปาล์มน้ำมัน (ร้อยละ 10.8) เป็นต้น ส่วนผลผลิตพืชเกษตรสำคัญที่ลดลง เช่น ข้าวเปลือก (ลดลงร้อยละ 6.3) และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ลดลงร้อยละ 5.2) เป็นต้น ด้านหมวดประมงขยายตัวร้อยละ 5.1 ในขณะที่หมวดปศุสัตว์ลดลงร้อยละ 1.0 ดัชนีราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.1 ในไตรมาสก่อนหน้า และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือก (ร้อยละ 9.9) ราคาสุกร (ร้อยละ 15.9) และราคากลุ่มไม้ผล (ร้อยละ 5.7) เป็นต้น การเพิ่มขึ้นของทั้งดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรและดัชนีราคาสินค้าเกษตร ส่งผลให้ดัชนีรายได้เกษตรกรโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 สาขาการผลิตอุตสาหกรรม ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.5 ต่อเนื่องจากการลดลงร้อยละ 0.2 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการลดลงของการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกีดกันทางการค้า โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออกในช่วงร้อยละ 30 – 60 และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก (สัดส่วนส่งออกมากกว่าร้อยละ 60) ลดลงร้อยละ 5.9 และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมกลุ่มการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ (สัดส่วนส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 30) ลดลงร้อยละ 2.3 อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 65.0 ลดลงจากร้อยละ 65.6 ในไตรมาสก่อนหน้า และร้อยละ 68.7 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ที่ลดลง เช่น การผลิตยานยนต์ (ลดลงร้อยละ 6.3) การผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (ลดลงร้อยละ 7.4) และการผลิตผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ (ลดลงร้อยละ 18.2) เป็นต้น ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น การต้ม การกลั่น และการผสมสุรา (ร้อยละ 36.1) การผลิตพลาสติกและยาง (ร้อยละ 3.8) และการผลิตสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำสด แช่เย็นหรือแช่แข็ง (ร้อยละ 10.3) เป็นต้น สาขาที่พักแรมและบริการ

ด้านอาหาร ขยายตัวในเกณฑ์สูงร้อยละ 6.6 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 3.7 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวในเกณฑ์สูงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยในไตรมาสนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 9.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.4 ในไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ในไตรมาสนี้มีรายรับรวมจากการท่องเที่ยว 738.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.9 ในไตรมาสก่อนหน้า ประกอบด้วย (1) รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 476.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 โดยรายรับจากนักท่องเที่ยวจากประเทศสำคัญที่ยังขยายตัวสูง ประกอบด้วย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน เป็นต้น และ (2) รายรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทย 261.8 พันล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.0 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 64.08 ลดลงจากร้อยละ 69.83 ในไตรมาสก่อนหน้า และลดลงจากร้อยละ 65.38 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า ขยายตัวร้อยละ 2.5 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.3 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวเร่งขึ้นของบริการขนส่งผู้โดยสาร เป็นสำคัญ โดยบริการขนส่งทางบกและท่อลำเลียงขยายตัวร้อยละ 4.2 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 3.8 ในไตรมาสก่อนหน้า และบริการขนส่งทางอากาศขยายตัวร้อยละ 2.5 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.2 ในไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่บริการขนส่งทางน้ำลดลงร้อยละ 3.0 ส่วนบริการสนับสนุนการขนส่งและบริการไปรษณีย์ขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 3.9 และร้อยละ 1.6 ตามลำดับ

เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 1.1 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 0.6 บัญชีเดินสะพัดเกินดุล 9.1 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (2.8 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็นร้อยละ 6.8 ของ GDP เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 อยู่ที่ 220.5 พันล้านดอลลาร์ สรอ. และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 มีมูลค่าทั้งสิ้น 6,902 พันล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40.9 ของ GDP

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2563
เศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.7 – 3.7 โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญ ประกอบด้วย (1) แนวโน้มการขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจของอุปสงค์ภายในประเทศทั้งในด้านการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนภาครัฐและเอกชน (2) การปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ ของการส่งออกภายใต้แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ ของเศรษฐกิจโลก และการปรับตัวของภาคการส่งออกต่อมาตรการกีดกันทางการค้าที่จะมีความชัดเจนมากขึ้น (3) การดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ และ (4) การปรับตัวดีขึ้นของภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัวร้อยละ 2.3 การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 3.7 และร้อยละ 4.8 ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 และบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 5.6 ของ GDP

รายละเอียดของการประมาณการเศรษฐกิจในปี 2563 ในด้านต่าง ๆ มีดังนี้

1. การใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค (1) การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7 ชะลอลงจากร้อยละ 4.3 ในปี 2562 โดยเป็นการชะลอตัวจากฐานการขยายตัวสูงโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ซึ่งการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนประเภทรถยนต์ที่มีการขยายตัวสูง อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในเกณฑ์ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ และการดำเนินนโยบายของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกร และ (2) การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคภาครัฐบาล คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.6 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.2 ในปี 2562 สอดคล้องกับกรอบวงเงินงบรายจ่ายประจำภายใต้งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2563 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 จากปีงบประมาณ 2562

2. การลงทุนรวม คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.8 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.7 ในปี 2562 โดยคาดว่าการลงทุนภาครัฐ จะขยายตัวร้อยละ 6.5 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.3 ในปี 2562 สอดคล้องกับกรอบวงเงินงบรายจ่ายลงทุนภายใต้งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2563 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 จากปีงบประมาณ 2562 ส่วนการลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.2 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.8 ในปี 2562 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานด้านการลงทุนที่อยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งในด้านการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งการลงทุนภายใต้โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) และแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีความรุนแรงมากขึ้นตลอดช่วงปี 2562 ภายใต้การดำเนินมาตรการสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนที่มีความชัดเจนมากขึ้น

3. มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ สรอ. คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.3 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 2.0 ในปี 2562 โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกสินค้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 2.3 ในปี 2562 ตามแนวโน้มการขยายตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ ของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกและการปรับตัวของการส่งออกต่อมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้น เมื่อรวมกับการส่งออกบริการที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่องจากครึ่งหลังของปี 2562 ตามแนวโน้มการขยายตัวเร่งขึ้นของรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ คาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 0.7 ในปี 2562

ประเด็นการบริหารเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2562 และปี 2563

ประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2562 และปี 2563 ควรให้ความสำคัญกับ

(1) การขับเคลื่อนการส่งออกให้สามารถขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3.0 โดยให้ความสำคัญกับ (i) การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการกีดกันทางการค้า (ii) การให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบผ่านความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิต (iii) การปฏิบัติตามกรอบกติกาการค้าโลก ข้อกำหนด และแนวทางปฏิบัติในประเทศคู่ค้า และ (iv) การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า โดยเฉพาะกับประเทศที่มีโอกาสใช้ประโยชน์จากการเบี่ยงเบนทิศทางทางการค้า

(2) การขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวให้สามารถขยายตัวและสนับสนุนเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวรายได้สูง การกระจายตลาดนักท่องเที่ยวให้มีความสมดุลมากขึ้น การรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การป้องกันและแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศ (PM 2.5) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกและลดปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยว และการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

(3) การรักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับ (i) การเตรียมโครงการให้มีความพร้อมต่อการเบิกจ่าย เมื่องบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีผลบังคับใช้ (ii) การเร่งรัดอัตราเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีในปีงบประมาณ 2563 ให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 92.3 โดยงบประจำ และงบลงทุน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 98.0 และร้อยละ 70.0 ตามลำดับ งบเหลื่อมปีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 73.0 และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80.0 (iii) การเร่งรัดดำเนินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการเบิกจ่ายจากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และ (iv) การขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการยกระดับศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

(4) การสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน โดย (i) การขับเคลื่อนการส่งออกเพื่อเพิ่มระดับการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรม (ii) การผลักดันโครงการลงทุนที่ขอรับและได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้มีการลงทุนจริงโดยเร็ว (iii) การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มการใช้กำลังการผลิตและย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทย โดยเฉพาะการดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุนและมาตรการรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ (Thailand Plus Package) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (iv) การขับเคลื่อนโครงการลงทุนของภาครัฐ และ (v) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังแรงงานและคุณภาพแรงงาน และ (5) การดูแลเกษตรกร กำลังแรงงาน ผู้มีรายได้น้อย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และเศรษฐกิจฐานราก

ที่มา: สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช)

ติดตามข่าวสารจาก The Thaiger ได้ทางเฟซบุ๊ก.
Continue Reading

สังคม/เศรษฐกิจ

เลิกจ้าง หยุดผลิตอีกโรงงาน บริษัทห้องเย็น แจงเพราะปัญหาเศรษกิจชะลอตัว

Aindravudh

Published

on

เลิกจ้าง หยุดผลิตอีกโรงงาน บริษัทห้องเย็น แจงเพราะปัญหาเศรษกิจชะลอตัว | The Thaiger
ภาพถ่ายโดย Kateryna Babaieva จาก Pexels (ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

หยุดการผลิตอีกโรงงาน บริษัทห้องเย็น แจงเพราะปัญหาเศรษกิจชะลอตัว ค่าเงินบาทแข็ง

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่องแจ้งหยุดการผลิตสินค้าที่โรงงานสาขาจังหวัดระยอง เนื้อความระบุว่า

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา มีมติให้หยุดการผลิตสินค้าที่โรงงานสาขาระนอง ตั้งอยู่เลขที่ 93/17-18 หมู่ที่ 5 ถนนสะพานปลา ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ปัจจัยที่ส่งผลให้ทางบริษัทฯ ต้องหยุดการผลิตที่สาขาระนองเนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประกอบการเงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ต้นปี 2562 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออกของบริษัท

คณะกรรมการมีความเห็นว่า การหยุดการผลิตที่โรงงานสาขาระนองจะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุน และสามารถบริหารต้นทุนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างโอกาสการแข่งขันในด้านราคาขายกับคู่แข่งทางการตลาดได้ สำหรับในด้านแหล่งวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตที่โรงงานสาขาระนองนั้น จัดหาได้น้อยลงเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงได้มีมติให้หยุดการผลิตที่โรงงานสาขาระนอง ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 62 เป็นต้นไป สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ ต้องเลิกจ้างพนักงานที่สาขาระนอง โดยบริษัทฯ จะจ่ายชดเชยค่าจ้างตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และคาดว่าเงินชดเชยค่าจ้างที่ต้องจ่ายให้กับพนักงานรวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 20-22 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบในด้านการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงงานที่จังหวัดสงขลาสามารถรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าได้อย่างเพียงพอ

ติดตามข่าวสารจาก The Thaiger ได้ทางเฟซบุ๊ก.
Continue Reading

คอมพิวเตอร์

สหรัฐฯเตรียมออกกฏ ติดฟังชั่นวัดแอลกอฮอล์ในรถ, เกินค่า สตาร์ทไม่ติด

The Thaiger

Published

on

สหรัฐฯเตรียมออกกฏ ติดฟังชั่นวัดแอลกอฮอล์ในรถ, เกินค่า สตาร์ทไม่ติด | The Thaiger

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าจะมีการรณรงค์ จัดแคมป์เปญหรือตั้งด่านถี่แค่ไหน แต่พฤติกรรมเมาแล้วขับ ยังคงเป็นอะไรที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล พฤติกรรมนี้ยังสร้างความเสียหายมากมายต่อทั้งผู้คนและทรัพย์สิน. ปัญหาเมาแล้วขับมีสามปัจจัยหลักๆคือ บุคคล+แอลกอฮอล์+รถ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราตัดเรื่อง ‘รถ’ ออกไป.

NHTSA (the National Highway Traffic Safety Administration)หรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางจราจรบนทางหลวงของสหรัฐฯ ได้เริ่มทำการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยลดปัญหาเมาแล้วขับ. โดย สว. Tom Udall จากพรรค Democrat และ Rick Scott จาก Republican มีการเตียมเสนอกฏหมายใหม่เพื่อบังคับให้บริษัทรถยนต์ต่างๆ ติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในรถยนต์และจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ภายใน 5 ปีข้างหน้า.

สหรัฐฯเตรียมออกกฏ ติดฟังชั่นวัดแอลกอฮอล์ในรถ, เกินค่า สตาร์ทไม่ติด | News by The Thaiger

ภาพ : drugabuse.com

โดยเทคโนโลยีนี้จะเป็นในลักษณะของการตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดโดยการใช้อินฟรเรทฉายไปที่ปลายนิ้ว ใช้เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้ที่บริเวรปุ่มกดสตาร์ทหรือที่บริเวรพวงมาลัย หากมีการตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ ระบบจะทำการตัดไปไม่ให้สามารถสตาร์ทรถได้. อีกความเป็นไปได้คือการตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตาหรือลมหายใจของผู้ขับขี่.

NHTSA ลงทุนไปหลานล้านกับโปรเจ็คนี้, เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและทดสอบ ตั้งเป้าภายในปี 2024 รถทุดคันในอเมริกาจะต้องมีฟีเจอร์ตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือดติดตั้งเป็นอุปกรณ์พิ้นฐาน. สำหรับรถในรุ่นปีที่เก่ากว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร อาจมีการบังคับให้ติดตั้งในลักษณะของอุปกรณ์เสริมจ้างอู่ที่ได้มาตรฐานและมีใบอนุญาต ก็เป็นได้.

ที่มา : CNET

ติดตามข่าวสารจาก The Thaiger ได้ทางเฟซบุ๊ก.
Continue Reading

ล่าสุด

อรอนงค์ เปิดใจชีวิตหลังหย่า สวยขึ้น ลูกชายหวง | The Thaiger อรอนงค์ เปิดใจชีวิตหลังหย่า สวยขึ้น ลูกชายหวง | The Thaiger
ดาราไทย6 mins ago

อรอนงค์ เปิดใจชีวิตหลังหย่า สวยขึ้น ลูกชายหวง

อรอนงค์ เปิดใจชีวิตหลังหย่า สวยขึ้น ลูกชายหวง เรียกได้ว่าเป็นคุณแม่สายสตรองมากๆ สำหรับอดีตนางสาวไทย อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ที่ออกมาประกาศหย่ากับสามีเป็นที่เรียบร้อย งานนี้เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจชีวิตหลังหย่า ในรายการ บางกอก City เลขที่ 36 ทาง PPTV HD ช่อง 36...

อนาคตใหม่ เผย 9 ข้อควรรู้ ก่อนฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีวีลัคของ | The Thaiger อนาคตใหม่ เผย 9 ข้อควรรู้ ก่อนฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีวีลัคของ | The Thaiger
ข่าวการเมือง9 mins ago

อนาคตใหม่ เผย 9 ข้อควรรู้ ก่อนฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีวีลัคของ

อนาคตใหม่ เผย 9 ข้อควรรู้ ก่อนฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีวีลัคของ ธนาธร – พรรคอนาคตใหม่ รายงาน 9 ข้อควรรู้ ก่อนฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีวีลัคของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 1. หากนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนรับเรื่องร้องเรียนของ กกต. ไปจนถึงวันที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กระบวนการทั้งหมดของดอน...

Vivo S1 Pro สเปคดี ดีไซน์โดน กล้องหน้า 32 กล้องหลัง 48 ราคาหมื่นมีทอน | The Thaiger Vivo S1 Pro สเปคดี ดีไซน์โดน กล้องหน้า 32 กล้องหลัง 48 ราคาหมื่นมีทอน | The Thaiger
สมาร์ทโฟน24 mins ago

Vivo S1 Pro สเปคดี ดีไซน์โดน กล้องหน้า 32 กล้องหลัง 48 ราคาหมื่นมีทอน

Vivo S1 Pro สมาร์ทโฟนดีไซน์สวย เรียบหรู ต่อยอดจากความสำเร็จจาก Vivo S1 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พร้อมอัพเกรตเทคโนโลยีใหม่ๆมากมาย. ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่แตกต่างออกไปโดยเฉพาะในส่วนของกล้องหลัง การดีไซน์ใหม่แบบ Diamond ที่ครั้งนี้มาพร้อมเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/1.8, เลนส์ wide-angle ที่ความบละเอียด...

เอิน กัลยกร เป็นวิทยากรช่วยเหลือผู้ป่วยซึมเศร้า | The Thaiger เอิน กัลยกร เป็นวิทยากรช่วยเหลือผู้ป่วยซึมเศร้า | The Thaiger
ดาราไทย29 mins ago

เอิน กัลยกร เป็นวิทยากรช่วยเหลือผู้ป่วยซึมเศร้า

เอิน กัลยกร เป็นวิทยากรช่วยเหลือผู้ป่วยซึมเศร้า ไม่อยากให้ใครต้องเผชิญแบบตัวเอง สำหรับอดีตนักร้องสาว เอิน กัลยกร ที่ตอนนี้กลายมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ และช่วยเหลือผู้ป่วยเรื่องโรคซึมเศร้า หลังจากที่เผชิญกับโรคดังกล่าวมานานกว่า 20ปี งานนี้เอินเลย ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ เมย์ เอ๋ โอ๋ Mama’s Talk ในเรื่องที่พบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า ไปหาหมอเพื่อพูดคุย...

ข่าวดี ลดค่าโดยสาร MRT สายสีม่วง จ่ายสูงสุด 20 บาทตลอดสาย | The Thaiger ข่าวดี ลดค่าโดยสาร MRT สายสีม่วง จ่ายสูงสุด 20 บาทตลอดสาย | The Thaiger
ข่าว50 mins ago

ข่าวดี ลดค่าโดยสาร MRT สายสีม่วง จ่ายสูงสุด 20 บาทตลอดสาย

ข่าวดี ลดค่าโดยสาร MRT สายสีม่วง จ่ายสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ลดค่าโดยสาร MRT – นับเป็นข่าวดีของผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MRT ล่าสุด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ MRTA ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดโปรโมชั่นลดค่าโดยสาร MRT...

เผยภาพฟรอยด์ และรุ่นน้อง ร่วมโต๊ะนศ.สาว เตรียมให้ปากคำ | The Thaiger เผยภาพฟรอยด์ และรุ่นน้อง ร่วมโต๊ะนศ.สาว เตรียมให้ปากคำ | The Thaiger
ดาราไทย50 mins ago

เผยภาพฟรอยด์ และรุ่นน้อง ร่วมโต๊ะนศ.สาว เตรียมให้ปากคำ

เผยภาพฟรอยด์ และรุ่นน้อง ร่วมโต๊ะนศ.สาว เตรียมให้ปากคำ หลังจากที่ตำรวจตรวจพบสารกัญชาในปัสสาวะนักศึกษาสาว ที่อ้างว่าถูกมอมยา ทำให้มึนงง แต่ยังไม่พบสารอื่นเจือปน ขณะนี้รอผลตรวจเยลลี่ ที่น.ศ.สาวกินว่ามีส่วนผสมกัญชาหรือไม่ ผกก.สน.ลาดกระบัง แจงว่าขณะนี้รอผลตรวจร่างกายผู้เสียหาย ส่วนดาราหนุ่ม ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ และรุ่นพี่ จะมาให้ปากคำในวันนี้ (20 พ.ย.) และได้ส่งตำรวจไปสอบสวนเจ้าของร้านอาหารที่เกิดเหตุแล้ว...

ธนาธรลั่น ไม่มีแผนสอง ยอมสละทุกสิ่ง ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาคดีหุ้นวีลัควันนี้ | The Thaiger ธนาธรลั่น ไม่มีแผนสอง ยอมสละทุกสิ่ง ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาคดีหุ้นวีลัควันนี้ | The Thaiger
ข่าวการเมือง1 hour ago

ธนาธรลั่น ไม่มีแผนสอง ยอมสละทุกสิ่ง ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาคดีหุ้นวีลัควันนี้

ธนาธรลั่น ไม่มีแผนสอง ยอมสละทุกสิ่ง ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาคดีหุ้นวีลัควันนี้ คดีหุ้นสื่อธนาธร – วันนี้ (20 พ.ย.) เวลา 14.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูย มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา...

นีโน่ สารภาพชอบบุ๋มมานาน ไม่เคยสร้างกระแส | The Thaiger นีโน่ สารภาพชอบบุ๋มมานาน ไม่เคยสร้างกระแส | The Thaiger
ดาราไทย1 hour ago

นีโน่ สารภาพชอบบุ๋มมานาน ไม่เคยสร้างกระแส

นีโน่ สารภาพชอบบุ๋มมานาน ไม่เคยสร้างกระแส หลังจากที่มีหลายคนแอบเชียร์ รุ่นใหญ่ในวงการบันเทิงอย่าง นีโน่ เมทนี และ บุ๋ม ตรีรัก ว่าอยากให้ทั้งคู่คบกัน งานนี้ทั้งสองก็ได้ออกมาเปิดใจถึงความสัมพันธ์ในรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ตอนนี้จีบหรือยัง นีโน่: ยังไม่ได้จีบบุ๋ม แต่คุยกัน...

มิค บรมวุฒิ ทำใจถูกหลอกสั่งทำอาหาร เสียเงินเป็นแสน | The Thaiger มิค บรมวุฒิ ทำใจถูกหลอกสั่งทำอาหาร เสียเงินเป็นแสน | The Thaiger
ดาราไทย2 hours ago

มิค บรมวุฒิ ทำใจถูกหลอกสั่งทำอาหาร เสียเงินเป็นแสน

มิค บรมวุฒิ ทำใจถูกหลอกสั่งทำอาหาร เสียเงินเป็นแสน หลังจากที่นักแสดงและพิธีกรอารมณ์ดี มิค บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ ถูกหลอกให้ทำอาหารทั้งปูดองและข้าวผัดต่างๆ กว่า 200 กล่อง โดยสั่งให้ไปส่งที่กระทรวงแรงงานเพื่อทานในงานเลี้ยง แต่เมื่อถึงวันงาน ทางกระทรวงบอกว่าไม่มีงานเลี้ยงและไม่ได้สั่งออเดอร์แต่อย่างใด ส่วนคนสั่งก็ติดต่อไม่ได้ ต่อมามิคจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 19 พ.ย....

แจงกำหนดการ สันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเยือนไทย 20 -23 พ.ย. -ช่องถ่ายทอดสด | The Thaiger แจงกำหนดการ สันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเยือนไทย 20 -23 พ.ย. -ช่องถ่ายทอดสด | The Thaiger
ข่าว2 hours ago

แจงกำหนดการ สันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเยือนไทย 20 -23 พ.ย. -ช่องถ่ายทอดสด

แจงกำหนดการ สันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเยือนไทย 20 -23 พ.ย. – ช่องทางถ่ายทอดสด สมเด็จพระสันตปาปา – นับเป็นเรื่องปีติน่าชินดีของเหล่าคริสตศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกในไทย เนื่องในโอกาสสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส(His Holiness Pope Francis) เสด็จเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ กระทรวงการต่างประเทศได้เผยกำหนดการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส (His Holiness Pope...

ย้อนไทม์ไลน์คดีหุ้นสื่อธนาธร ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย บ่าย 2 | The Thaiger ย้อนไทม์ไลน์คดีหุ้นสื่อธนาธร ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย บ่าย 2 | The Thaiger
ข่าวการเมือง2 hours ago

ย้อนไทม์ไลน์คดีหุ้นสื่อธนาธร ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย บ่าย 2

รอฟัง บ่าย 2 20 พ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย คดีหุ้นสื่อวีลัค ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ – ย้อนไทม์ไลน์ที่ผ่านมาก่อนฟังคำพิพากษา คดีธนาธรล่าสุด – วันที่ 20 พ.ย. มีรายงานว่า เวลา 14.00 น....

มิว meyou ขอโทษ โต้ง illslick ยังนับถือพี่เหมือนเดิม | The Thaiger มิว meyou ขอโทษ โต้ง illslick ยังนับถือพี่เหมือนเดิม | The Thaiger
บันเทิง2 hours ago

มิว meyou ขอโทษ โต้ง illslick ยังนับถือพี่เหมือนเดิม

มิว meyou ขอโทษ โต้ง illslick ยังนับถือพี่เหมือนเดิม จากประเด็นดราม่าการของแร๊ปเปอร์ต่างรุ่น มิว ชิษณุชา นักร้องวง MEYOU ที่นำเพลง M-Leg และ ใจร้าย ของโต้ง illslick นักร้องรุ่นพี่มา cover เป็นเพลงใหม่ลงบนช่องยูทูบของตัวเอง...

Trending