ข่าวการเมือง

“อนุทิน” ไม่ปิดช่องทางเจรจา แก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ พร้อมใช้กฎหมายเคร่งครัด

อนุทิน ไม่ปิดช่องทางเจรจา แก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ พร้อมใช้กฎหมายเคร่งครัด หากเขามารังแกเรา ทำเรื่องความไม่สงบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เหตุความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ว่า ตนได้รับฟังความทุกข์ร้อนของประชาชน ทั้งเรื่องการบริหารแนวชายแดน จะดำเนินการอย่างไร หรือหากจะมีนโยบายปิดด่าน ก็ได้รับเสียงสะท้อนว่า หากปิดหมด ก็ทำมาหากินลำบาก ซึ่งต้องรับฟัง

ส่วนจุดไหนที่ยังไม่มีความเสี่ยงมาก ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมหรือกำกับดูแล สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการสื่อสารซึ่งกันและกัน อีกเรื่องคือการปรับปรุงแผนควบคุมสถานการณ์และมาตรการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งได้ประชุม สมช.เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องปรับปรุงรูปแบบการทำงานให้บูรณาการร่วมกันอย่างชัดเจน

โฆษณา

สมัยก่อนเมื่อพูดถึงการบูรณาการ นายกฯคนหนึ่ง รัฐมนตรีมหาดไทยก็คนหนึ่ง แต่วันนี้เป็นคนเดียวกันแล้ว การบูรณาการจะเห็นเป็นรูปธรรม นายกฯกำกับดูแลตำรวจ กองทัพ ขณะที่รมว.มหาดไทย ดูแลฝ่ายปกครอง ฉะนั้นจากนี้ไป จะเห็นว่า นายอำเภอ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง พลเรือน จะร่วมกันทำงานร่วมกัน และต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือบุคลากรให้เหมาะสม โดยทั้ง 4-5 คน ที่เป็นหัวเรือนี้ ต้องทำงานร่วมกันให้ได้

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) ผลการหารือกับคนในพื้นที่ โดยชูธงคนในพื้นที่ช่วยแก้ไฟใต้ นายกฯ กล่าวว่า ต้องทำงานร่วมกัน ทุกท่านต้องช่วยรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลไม่มีทางรู้จักคนในพื้นที่ได้มากกว่าญาติพี่น้องของพวกเขาที่อยู่ในพื้นที่ จึงอยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว รัฐบาลมีทั้งงบประมาณและสิ่งสนับสนุนต่างๆ

“เจตนาเพื่อทำให้พวกเขา สร้างสันติสุขในพื้นที่ได้ ถ้าพวกเขาร่วมมือกันทำงาน แลกเปลี่ยนข่าวสารกัน ที่สำคัญคือการเจรจา ต้องไม่ปิดช่องเจรจา ซึ่งเราได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อความมั่นคง โดยเน้นการเจรจา และต้องเคารพกฎหมาย โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไหนที่ต้องเข้าไปปราบปราม หรือหากเขามารังแกเรา ทำเรื่องความไม่สงบ เราต้องดำเนินการ ตรงนี้ไม่มีใครห้ามเราอยู่ ไม่ใช่เราไม่พูดคุยกับเขาเลย” นายกฯ ระบุ

เมื่อถามว่าการปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้ จะทำให้ไฟใต้ดับลงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันต้องดีขึ้น จะมาบอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นมา 30-40 ปีแล้ว พอมาเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งเดียว โอ้โหจะเปลี่ยน แล้วมั่นใจได้เลย มันไม่มีใคร พูดได้”

โฆษณา

มั่นใจว่าฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำที่ตนเป็นนายกฯ มั่นใจว่าจะได้เห็นการบูรณาการความร่วมมือ ในฝ่ายบริหารที่ให้บริการประชาชนอย่างเป็นหนึ่งเดียวแน่นอน ตอนนี้สิ่งเดียวที่คาดหวัง และอยากให้เกิดขึ้นคือการร่วมมือของประชาชนทุกฝ่าย ที่จะทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

โฆษณา

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button