ออมสิน ศศิภาพร ตบสนั่น 28 แต้ม จนถูกตรวจโด๊ป เปิดเกณฑ์ FIVB เล็งนักกีฬาอย่างไร

“ออมสิน” ศศิภาพร จันทวิสูตร ยิงมุกหลังถูกถามกินอะไรถึงตบแรง เจ้าตัวเฉลยถูกเรียกตรวจโด๊ปในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 แต่การตรวจไม่ได้แปลว่าถูกกล่าวหาหรือพบสารต้องห้าม เปิดขั้นตอน FIVB เลือกได้ทั้งจับสลาก เจาะจงตรวจ
ผลงานร้อนแรงจนระบบตรวจสารต้องห้ามต้องขอคุยด้วย สำหรับ “ออมสิน” ศศิภาพร จันทวิสูตร หัวเสาทีมชาติไทย หลังทำคะแนนสูงสุดในรอบชิงชนะเลิศวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 ช่วยไทยเอาชนะเจ้าภาพจีน 3-2 เซต คว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 พร้อมตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028
ระหว่างให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามออมสินว่า “กินอะไร ทำไมตบแรงจัง” ก่อนเจ้าตัวตอบติดตลกว่า “หนูไม่รู้ค่ะ หนูโดนตรวจโด๊ปด้วยนะ”
คำตอบตรงไปตรงมาตามสไตล์ออมสินเรียกเสียงหัวเราะจากแฟนกีฬา ขณะเดียวกันก็ทำให้หลายคนสงสัยว่า เธอถูกเจ้าภาพจีนเรียกตรวจเพราะเล่นดีเกินคาด หรือเป็นขั้นตอนปกติของการแข่งขัน
ออมสินกด 28 แต้ม ท็อปสกอร์นัดชิง
ออมสินทำได้ทั้งหมด 28 คะแนนในเกมรอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วยคะแนนจากการตบ 25 แต้ม และเสิร์ฟเอซอีก 3 แต้ม
ตลอดการแข่งขันทั้ง 5 เซต หัวเสาตัวสายหนัก รับบทเป็นหนึ่งในตัวทำคะแนนหลักของไทย ทั้งการขึ้นตีหัวเสา การแก้บอลยาก และการเสิร์ฟกดดันเกมรับของจีน ก่อนพาทีมปิดการแข่งขันด้วยชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์
Volleyball World ยกให้ฟอร์มของศศิภาพรเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ไทยคว้าแชมป์ พร้อมได้สิทธิ์เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรก
เมื่อผู้เล่นทำผลงานโดดเด่นแล้วถูกเรียกตรวจ จึงเกิดมุกในหมู่แฟนกีฬาว่า “ตบแรงจนโดนตรวจโด๊ป” แต่ในทางกฎระเบียบ นักกีฬาที่ถูกเลือกไม่จำเป็นต้องเป็นคนทำคะแนนสูงสุดเสมอไป

ใครเป็นคนสั่งตรวจโด๊ป ไม่ใช่โค้ชหรือทีมจีน
การแข่งขันระดับนานาชาติมีองค์กรผู้รับผิดชอบกระบวนการตรวจสารต้องห้ามโดยเฉพาะ ทีมคู่แข่ง โค้ช หรือเจ้าภาพไม่สามารถเดินมาชี้ตัวนักกีฬาแล้วสั่งตรวจตามความพอใจได้
FIVB Medical and Anti-Doping Regulations กำหนดว่า การตรวจภายในรายการนานาชาติต้องริเริ่มและควบคุมโดยองค์กรเจ้าของการแข่งขันตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ส่วนองค์กรต่อต้านสารต้องห้ามอื่นที่ต้องการตรวจเพิ่มเติมภายในสนามแข่งขัน ต้องขออนุญาตและประสานกับองค์กรผู้ดูแลรายการก่อน
ตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้มอบหมายให้ International Testing Agency หรือ ITAดำเนินโครงการตรวจสารต้องห้ามของ FIVB ทั้งระหว่างการแข่งขันและนอกการแข่งขัน โดยใช้ข้อมูลความเสี่ยง ลักษณะของกีฬาและข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาวางแผนตรวจ
FIVB เลือกนักกีฬาตรวจโด๊ปอย่างไร
ระเบียบของ FIVB เปิดทางให้เลือกนักกีฬาวอลเลย์บอลเข้ารับการตรวจได้ 2 วิธีหลัก ได้แก่
1. จับสลาก
หลังจบการแข่งขัน เจ้าหน้าที่สามารถนำหมายเลขเสื้อของนักกีฬาที่มีชื่อในใบบันทึกการแข่งขันมาจับสลาก นักกีฬาทุกคนมีสิทธิ์ถูกเลือก แม้ไม่ได้ลงสนามหรือออกจากเกมเพราะได้รับบาดเจ็บ
การจับสลากต้องดำเนินการต่อหน้าตัวแทนของสองทีม เจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขัน และผู้แทนด้านการแพทย์ หากมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแมตช์นั้น
2. เลือกตรวจเฉพาะบุคคล
องค์กรต่อต้านสารต้องห้ามสามารถเลือกนักกีฬาบางคนเข้ารับการตรวจแบบเจาะจง หรือ Target Testing ได้ โดยพิจารณาจากแผนตรวจ ผลการแข่งขัน ระดับการแข่งขัน ประวัติการตรวจ ข้อมูลความเสี่ยง หรือข่าวกรองด้านสารต้องห้าม
ITA อธิบายว่า การเลือกตรวจแบบเจาะจงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนตามความเสี่ยง ไม่ได้หมายความว่านักกีฬาคนนั้นมีความผิดหรือถูกกล่าวหาว่าโกง

ขั้นตอนตรวจโด๊ป นักกีฬาต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ควบคุมสารต้องห้าม นักกีฬาต้องแสดงตัวและเข้าสู่กระบวนการเก็บตัวอย่าง โดยจะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ติดตามเฝ้าดูเพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนตัวอย่าง
- เจ้าหน้าที่แจ้งว่านักกีฬาถูกเลือกเข้ารับการตรวจ พร้อมตรวจสอบตัวตน
- นักกีฬาเลือกภาชนะและชุดเก็บตัวอย่างที่ยังปิดผนึก
- เก็บตัวอย่างปัสสาวะ เลือด หรือทั้งสองประเภทตามคำสั่งตรวจ
- ตัวอย่างปัสสาวะถูกแบ่งใส่ขวด A และขวด B
- นักกีฬาแจ้งยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้ พร้อมตรวจสอบข้อมูลในแบบฟอร์ม
- ตัวอย่างถูกปิดผนึกและส่งไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจาก WADA
- ห้องปฏิบัติการตรวจตัวอย่างโดยใช้รหัส ไม่ใช้ชื่อนักกีฬาโดยตรง
นักกีฬาสามารถมีตัวแทนร่วมสังเกตการณ์ ขอข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอน และบันทึกข้อทักท้วงลงในแบบฟอร์มได้ แต่ไม่สามารถปฏิเสธหรือหลบเลี่ยงการตรวจโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพราะการปฏิเสธถือเป็นการละเมิดกฎต่อต้านสารต้องห้ามได้
ถูกตรวจไม่ได้แปลว่าผลเป็นบวก
การถูกเรียกตรวจเป็นกระบวนการปกติของกีฬาระดับนานาชาติ นักกีฬาอาจถูกตรวจหลังการแข่งขัน ระหว่างทัวร์นาเมนต์ ช่วงเก็บตัว หรือแม้แต่อยู่นอกฤดูกาลแข่งขัน โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
หากตัวอย่าง A พบสารหรือวิธีการต้องห้าม ห้องปฏิบัติการจะรายงานเป็น Adverse Analytical Finding หรือ AAF จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เช่น นักกีฬามีข้อยกเว้นการใช้ยาเพื่อการรักษา หรือ TUE หรือไม่ รวมถึงสิทธิ์ขอตรวจตัวอย่าง B
ผลจากตัวอย่าง A เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่คำตัดสินสุดท้ายว่านักกีฬาละเมิดกฎ และข้อมูลจะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาผลอย่างเป็นทางการก่อนมีการประกาศบทลงโทษ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วอลเลย์บอลหญิงไทยได้ตั๋วไปโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์
- รัฐบาลอัดฉีดลูกยางสาวไทย 11.76 ล้าน หลังคว้าแชมป์เอเชียสมัย 4
- อันดับโลกพุ่ง เปิดผลงานสาวไทยหลังจบชิงแชมป์เอเชีย 2026
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





