ประกาศแล้ว กฎหมายเนรเทศฉบับแรกของไทย กวาดล้างต่างชาติพฤติกรรมแย่
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ระเบียบออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยนายกรัฐมนตรีวางระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ประเทศไทยมีนโยบายต้อนรับคนต่างด้าวผู้สุจริตให้เข้ามาท่องเที่ยว พำนัก ทำงาน และประกอบธุรกิจในราชอาณาจักร โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
แต่พบว่ามีคนต่างด้าวจำนวนหนึ่งซึ่งแม้จะเข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือมีพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นอกจากนี้ยังพบคนต่างด้าวอีกจำนวนหนึ่งที่เข้ามาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ระเบียบระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศเป็นการเฉพาะ จึงจำเป็นต้องวางระเบียบเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ระเบียบกำหนดช่องทางการสั่งเนรเทศไว้ 2 ช่องทาง
ช่องทางแรกตามข้อ 4 กรณีคนต่างด้าวมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย รายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมีคำสั่งเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร
ช่องทางนี้ครอบคลุมถึงคนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าวด้วย
ช่องทางที่สองตามข้อ 5 เป็นกรณีที่กระทำความผิดตามฐานที่ระเบียบกำหนด โดยระเบียบกำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า จะสั่งเนรเทศได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้รับโทษตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดครบถ้วน และได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว
ฐานความผิดที่เข้าข่าย
ฐานความผิดตามข้อ 5 ประกอบด้วย
- เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
- ทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
- ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- ปลอมแปลงเอกสารทางราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม
- กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
- เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนให้มีการกระทำความผิดตามข้อ 1 ถึง 5
ระเบียบกำหนดให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจ้งรายชื่อ สัญชาติ สำนวนคดี และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวนั้น ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ก่อนปล่อยตัวจากเรือนจำไม่น้อยกว่า 15 วัน
เมื่อได้รับแจ้งแล้ว ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรายงานรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศโดยไม่ชักช้า โดยคำสั่งดังกล่าวจะกำหนดเวลาห้ามมิให้คนต่างด้าวนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ด้วยก็ได้
อีกกรณีหนึ่งคือหากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก แต่รอการลงโทษหรือปรับ ให้สำนักงานศาลยุติธรรมแจ้งข้อมูลต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาดำเนินการโดยด่วนต่อไป
ข้อ 6 ของระเบียบกำหนดว่า การออกคำสั่งเนรเทศต้องคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งพันธกรณีของไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 8 กำหนดกลไกรองรับกรณีที่ประเทศอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศมีหนังสือร้องขอผ่านวิธีทางการทูต ภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ผู้นั้นถูกสั่งเนรเทศ เพื่อขอให้ไทยส่งตัวไปยังประเทศของตนหรือประเทศที่สาม
โดยเหตุผลที่ระเบียบระบุไว้คือเพื่อให้ผู้นั้นพ้นจากอันตรายที่จะถูกกระทำทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือถูกกระทำให้สูญหาย
เงื่อนไขคือประเทศผู้ร้องขอต้องแสดงเจตนาว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และตัวผู้ถูกสั่งเนรเทศต้องยินยอมเป็นหนังสือ โดยต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน และขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน
หากพ้นกำหนดแล้วยังส่งตัวไม่ได้ ให้เจ้าพนักงานดำเนินการส่งกลับประเทศที่ผู้นั้นมีสัญชาติตามข้อ 7 โดยเร็ว
ข้อ 7 กำหนดว่า หากนายกรัฐมนตรีมิได้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือมิได้มีคำสั่งไม่ให้ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร ให้เจ้าพนักงานส่งตัวกลับไปยังประเทศที่ผู้นั้นมีสัญชาติ
ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งเนรเทศไม่มีสัญชาติแน่นอน ให้เนรเทศกลับไปยังประเทศที่ผู้นั้นแจ้งว่าตนอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้ามาในราชอาณาจักร
ส่วนค่าใช้จ่ายในการเนรเทศ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และหากมีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ เมื่อรัฐมนตรีวินิจฉัยเป็นประการใดให้ปฏิบัติไปตามนั้น
ระเบียบฉบับนี้เริ่มต้นจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคนเข้าเมือง
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างระเบียบเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ตำรวจเอาจริง 3 เดือน กวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมาย อาชญากรข้ามชาติ
- 27 อาชีพ คนต่างด้าวห้ามทำ ผิดกฎหมายไทย พบเห็นแจ้งเบาะแสได้ทันที
- อธิบดีกรมการปกครอง แจง “บัตรสีชมพู” ให้ผู้ลี้ภัยสงครามเมียนมา ไม่ใช่ให้สัญชาติไทย





