เกาะเชจู ที่เที่ยวดังเกาหลี ภูเขาไฟยูเนสโก เบื้องหลังคดีคนหายสุดสะพรึง

ประวัติ เกาะเชจู อดีตยาวนานตั้งแต่อาณาจักรทัมนา วัฒนธรรมนักดำน้ำหญิงแฮนยอ ไปจนถึงมรดกภูเขาไฟจากยูเนสโก ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายสำหรับคนรักธรรมชาติ อาหาร เดินทางแบบเนิบช้า ล่าสุดสะเทือนขวัญ คนหายนับพัน
พูดถึงเกาะเชจู คนไทยนึกถึงทุ่งดอกไม้สีเหลือง ส้มหวานฉ่ำ ชายหาดน้ำใส ซีรีส์เกาหลีมักมาจบฉากโรแมนติกท่ามกลางสายลมที่เกาะแห่งนี้ แต่ใต้ภาพสวยเหล่านั้น เชจูมีเรื่องราวเก่าแก่กว่ากรุงโซลในรูปแบบที่เรารู้จักทุกวันนี้
ผืนดินกลางทะเลแห่งนี้เคยเป็นอาณาจักรอิสระ ผ่านสงคราม การยึดครอง สูญเสียครั้งใหญ่ ผู้คนเติบโตมากับหินภูเขาไฟ ลมแรง และทะเล ก่อนเปลี่ยนบ้านเกิดให้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของเอเชีย
เกาะเชจูเกิดจากภูเขาไฟ
เกาะเชจู หรือเชจูโด ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ภูมิประเทศก่อตัวจากกิจกรรมของภูเขาไฟซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 1.8 ล้านปีก่อน ลาวาจากการปะทุหลายยุคสร้างทั้งภูเขา ถ้ำใต้ดิน หน้าผา และกรวยภูเขาไฟขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วเกาะ
ใจกลางเชจูคือภูเขาฮัลลาซาน ยอดเขาสูง 1,947 เมตร และเป็นจุดสูงที่สุดของเกาหลีใต้ บนยอดมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟแพงนกดัม ส่วนรอบเกาะมีเนินภูเขาไฟขนาดเล็กที่ชาวเชจูเรียกว่า “โอรึม” มากกว่า 360 แห่ง
ภูมิประเทศเหล่านี้ทำให้เชจูเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟกลางแจ้ง ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวา” เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี 2550 ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ เขตอนุรักษ์ฮัลลาซาน ระบบอุโมงค์ลาวากอมุนโอรึม และซองซานอิลชุลบง
เชจูได้รับการรับรองเป็นเขตสงวนชีวมณฑลในปี 2545 และอุทยานธรณีโลกในปี 2553 จนได้รับการเรียกว่าเป็นเกาะที่ครองสถานะด้านธรรมชาติจากยูเนสโกครบสามประเภท

จากอาณาจักรทัมนา สู่ชื่อเกาะเชจู
ก่อนรวมเป็นส่วนหนึ่งของเกาหลี เกาะเคยมีชื่อว่า “ทัมนา” อาณาจักรทางทะเลที่พัฒนาขึ้นจากชุมชนบนเกาะและดำรงอยู่แยกจากรัฐบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นเวลานาน
หลักฐานทางโบราณคดีและบันทึกประวัติศาสตร์เขียนว่า ทัมนาติดต่อค้าขายกับอาณาจักรแพ็กเจ โกคูรยอ และชิลลา รวมถึงมีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ถังของจีนและญี่ปุ่น ทำเลกลางทะเลช่วยให้เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือในเอเชียตะวันออกได้ตั้งแต่ยุคโบราณ
ปี 1105 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าซุกจงแห่งราชวงศ์โครยอ ทัมนาสูญเสียสถานะอาณาจักรอิสระและถูกผนวกเข้ากับโครยอ ต่อมาในรัชสมัยพระเจ้าโกจง ชื่อพื้นที่ถูกเปลี่ยนเป็น “เชจู” มีความหมายโดยประมาณว่าเมืองหรือชุมชนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกฟากของทะเล
นักท่องเที่ยวที่ต้องการตามรอยยุคทัมนาสามารถเริ่มต้นได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชจู ซึ่งรวบรวมโบราณวัตถุตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงราชวงศ์โชซอน หรือไปยังซัมซองฮยอล สถานที่ในตำนานซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดของผู้ก่อตั้งทัมนาสามตระกูล

เกาะแห่งหิน ลม และผู้หญิง
เชจูมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ซัมดาโด” หมายถึงเกาะที่มีสามสิ่งอยู่มาก ได้แก่ หิน ลม และผู้หญิง คำขวัญท่องเที่ยว เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของชาวเกาะโดยตรง
หินภูเขาไฟถูกนำมาสร้างบ้าน กำแพงไร่นา แนวกันลม และรูปสลัก “ทลฮารือบัง” หรือคุณปู่หิน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเกาะ ส่วนลมแรงจากทะเลกำหนดรูปแบบบ้านเรือน เกษตรกรรม และการเดินเรือของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน
คำว่าผู้หญิงเชื่อมโยงกับบทบาทของหญิงชาวเชจูที่ทำงานทั้งในไร่นา ตลาด ท้องทะเล โดยกลุ่มที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ “แฮนยอ” นักดำน้ำหญิงซึ่งลงทะเลโดยไม่ใช้ถังออกซิเจน เพื่อเก็บหอยเป๋าฮื้อ เม่นทะเล สาหร่าย และสัตว์ทะเลชนิดต่าง ๆ
นักดำน้ำบางคนยังคงทำงานแม้มีอายุมากกว่า 80 ปี พวกเธอถ่ายทอดความรู้เรื่องกระแสน้ำ สภาพอากาศ และการหายใจจากรุ่นสู่รุ่น วัฒนธรรมแฮนยอได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโกในปี 2559
ผู้ที่อยากทำความรู้จักชีวิตของแฮนยอสามารถแวะพิพิธภัณฑ์แฮนยอทางตะวันออกของเกาะ หรือชมการสาธิตดำน้ำและเลือกกินอาหารทะเลจากชุมชน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่พาออกจากภาพเชจูแบบซีรีส์เกาหลีไปพบชีวิตจริงของคนบนเกาะ
เราจะเห็นอาชีพนี้แทรกอยู่ในตัวละครแม่นางเอก ซีรีส์เรื่อง ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน

บาดแผลจากเหตุการณ์เชจู 4·3
ความงดงามของเชจูมีประวัติศาสตร์ด้านมืดที่ไม่ควรถูกละเลย เหตุการณ์เชจู 4·3 เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองหลังเกาหลีหลุดพ้นจากการปกครองของญี่ปุ่นและก่อนการก่อตั้งประเทศเกาหลีใต้
เหตุการณ์เริ่มต้นในปี 2490 ก่อนขยายเป็นการลุกฮือ การปราบปราม และความรุนแรงต่อประชาชน ซึ่งดำเนินต่อเนื่องจนถึงปี 2497 ชาวเกาะจำนวนมากเสียชีวิต สูญหาย หรือถูกบังคับให้ออกจากหมู่บ้าน เรื่องราวของผู้เสียหายถูกพูดถึงอย่างจำกัดเป็นเวลาหลายสิบปี ก่อนรัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มกระบวนการค้นหาความจริง ฟื้นฟูเกียรติ และเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย
ปัจจุบันอุทยานสันติภาพเชจู 4·3 ทำหน้าที่เป็นทั้งอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ ผู้มาเยือนจะได้เข้าใจว่าเบื้องหลังเกาะพักตากอากาศแห่งนี้มีครอบครัวและชุมชนที่เคยผ่านช่วงเวลาอันหนักหน่วง การเที่ยวสถานที่แห่งนี้จึงควรใช้ความสำรวมและให้เกียรติผู้เสียชีวิต

ที่เที่ยวเชจู พบร่องรอยประวัติศาสตร์กลางธรรมชาติ
1. ภูเขาฮัลลาซาน
ภูเขาที่ตั้งเด่นอยู่กลางเกาะเหมาะสำหรับนักเดินป่า เส้นทางมีตั้งแต่ระยะสั้นไปจนถึงเส้นขึ้นยอดเขา บางเส้นทางต้องจองล่วงหน้าและกำหนดเวลาเข้าสำหรับแต่ละฤดูกาล ควรตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดิน เพราะลม ฝน และหิมะสามารถทำให้เส้นทางปิดได้
2. ซองซานอิลชุลบง
กรวยภูเขาไฟริมทะเลทางฝั่งตะวันออกเกิดจากการปะทุใต้น้ำเมื่อประมาณ 5,000 ปีก่อน ปัจจุบันเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยอดนิยม การเดินขึ้นยอดใช้เวลาประมาณ 30 นาที ด้านบนมองเห็นปล่องภูเขาไฟและแนวชายฝั่งได้พร้อมกัน
3. ถ้ำมันจังกุล
มันจังกุลเป็นส่วนหนึ่งของระบบอุโมงค์ลาวากอมุนโอรึม ภายในมีโครงสร้างจากลาวาหลากหลายรูปแบบ ทั้งรอยไหลของลาวา เสาหิน และผนังถ้ำสีเข้ม ทางเดินมีความชื้นและอุณหภูมิต่ำกว่าภายนอก จึงควรสวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและพกเสื้อคลุมบาง
4. เส้นทางเชจูโอลเล
นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสเชจูแบบช้า ๆ สามารถเลือกเดินเส้นทางโอลเล ซึ่งเชื่อมหมู่บ้าน ชายฝั่ง ป่า และพื้นที่เกษตรรอบเกาะ แต่ละเส้นมีระยะและระดับความยากต่างกัน เส้นยอดนิยม ได้แก่ เส้นทางหมายเลข 1 ใกล้ซองซานอิลชุลบง และหมายเลข 7 บริเวณชายฝั่งซอกวีโพ
5. ตลาดดงมุนและเมืองซอกวีโพ
ตลาดดงมุนเหมาะสำหรับชิมอาหารพื้นเมืองและซื้อของฝาก ส่วนซอกวีโพทางตอนใต้มีน้ำตก เส้นทางเดินริมทะเล ร้านอาหาร และบรรยากาศผ่อนคลายกว่าเขตเมืองเชจู เมนูที่ควรลอง ได้แก่ หมูดำย่าง ปลาหางดาบย่างหรือเคี่ยว หอยเป๋าฮื้อ ซุปเม่นทะเล ต็อกโอเมกี และผลไม้ตระกูลส้ม
เกาะเชจูเที่ยวฤดูไหนดี

ฤดูใบไม้ผลิระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเหมาะกับการชมดอกซากุระและทุ่งดอกคาโนลา อากาศไม่ร้อนเกินไป เหมาะกับการเดินเขาและเที่ยวกลางแจ้ง
ฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมเป็นช่วงของกิจกรรมชายหาด แต่อากาศค่อนข้างร้อนชื้น มีฝนและนักท่องเที่ยวหนาแน่น ส่วนฤดูใบไม้ร่วงตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนเหมาะกับการเดินเส้นทางโอลเลและขึ้นฮัลลาซาน เพราะอากาศเย็นลงและมีสีสันของใบไม้
ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า ลมแรงและอากาศหนาว แต่มีโอกาสเห็นฮัลลาซานปกคลุมด้วยหิมะ รวมถึงดอกคามิเลียที่เริ่มบานในช่วงปลายปี
เชจูจึงไม่ใช่เกาะที่ต้องเที่ยวตามรายการสถานที่ให้ครบ การเดินผ่านกำแพงหิน นั่งกินอาหารทะเลในหมู่บ้านแฮนยอ หรือหยุดมองเนินโอรึมข้างทาง ล้วนช่วยให้เข้าใจเกาะแห่งนี้ได้ไม่แพ้การขึ้นจุดชมวิวชื่อดัง
ข่าวดังเกาหลีใต้ ตำรวจเกาะเชจูถูกกล่าวหาปิดคดีคนหายเท็จ
ท่ามกลางภาพลักษณ์เกาะท่องเที่ยวชื่อดัง เกาะเชจูกลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมโลก หลังพบร่างผู้ที่เคยถูกแจ้งสูญหาย 4 รายภายในเวลาเพียง 3 วัน แม้ทั้ง 4 คดีไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่มีอย่างน้อย 2 คดีที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนเดียวกันปิดการสอบสวนโดยไม่ได้ตรวจสอบว่าผู้สูญหายปลอดภัยจริง
หนึ่งในนั้นคือ จาง มีรัน หญิงวัย 37 ปี ซึ่งหายออกจากที่พักในเขตฮัลลิมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 แฟนหนุ่มเข้าแจ้งความในวันที่ 15 พฤษภาคม แต่ตำรวจปิดคดีหลังรับแจ้งเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยบันทึกว่าได้ติดต่อจางแล้ว แต่เธอไม่ต้องการเปิดเผยที่อยู่
ครอบครัวพยายามติดตาม แจ้งความซ้ำ ก่อนตำรวจเริ่มการค้นหาอย่างจริงจังในเวลาต่อมา กระทั่งพบร่างของจางในสวนปาล์มห่างจากที่พักประมาณ 400 เมตร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม หรือ 104 วันหลังเธอหายตัวไป ความล่าช้าทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดบางส่วนถูกลบตามรอบจัดเก็บ จนอาจสูญเสียหลักฐานสำคัญสำหรับตรวจสอบเหตุการณ์
อีกคดีเป็นชายวัยกว่า 60 ปี ครอบครัวแจ้งคนหาย แต่เจ้าหน้าที่ปิดคดีโดยอ้างว่าติดต่อชายคนดังกล่าวได้แล้ว เจ้าตัวไม่ต้องการเปิดเผยตำแหน่ง หลังครอบครัวกลับมาแจ้งความอีกครั้ง ตำรวจจึงเริ่มค้นหา ก่อนพบร่างของเขาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ นามว่า จ่าพู ซึ่งปฏิบัติงานในหน่วยติดตามคนหายของสถานีตำรวจเชจูตะวันตก ถูกควบคุมตัวในข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ปลอมแปลงข้อมูลราชการอิเล็กทรอนิกส์ ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันว่าเคยติดต่อผู้สูญหายทั้งสองคนแล้ว
ตำรวจเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบคดีคนหายทั้งหมด 298 คดีที่เจ้าหน้าที่รายนี้เคยรับผิดชอบตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปี 5 เดือน เพื่อค้นหาว่ามีคดีอื่นถูกปิดอย่างไม่ถูกต้องอีกหรือไม่ เบื้องต้นมีประมาณ 10 คดีที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเป็นพิเศษ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ยังสั่งตรวจทานคดีคนหายที่ถูกปิดทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มเงื่อนไขให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบก่อนอนุญาตให้ยุติคดี ส่วนผู้บังคับบัญชา 4 นายของสถานีตำรวจเชจูตะวันตกถูกสั่งพักหน้าที่ระหว่างตรวจสอบความรับผิดชอบด้านการกำกับดูแล
ประธานาธิบดีอี แจมยอง เรียกร้องให้ตำรวจรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจมากขึ้น ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาขอโทษครอบครัวผู้เสียหาย เหตุการณ์นี้จึงขยายจากคดีเจ้าหน้าที่รายบุคคลไปสู่คำถามเรื่องระบบติดตามคนหายของเกาหลีใต้ทั้งประเทศ
แหล่งข้อมูล: Reuters, SBS News, The Korea Herald ผ่าน The Straits Times
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่พบศพผู้สูญหายรายที่ 4 บนเกาะเชจู
- K-ETA คืออะไร ก่อนเดินทางเข้าเกาหลีใต้และเกาะเชจู
- นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่อง





