กทม. ให้ยืมอุปกรณ์การแพทย์ เตียงผู้ป่วย รถเข็น เครื่องออกซิเจนฟรี เช็กใครมีสิทธิ์ ยื่นที่ไหน
กทม. มีของให้ยืมฟรี ผู้ป่วยติดบ้านขอเตียง รถเข็น เครื่องออกซิเจนได้ เช็กเงื่อนไขที่นี่
ครอบครัวที่กำลังดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่บ้าน อาจยังไม่ต้องรีบควักเงินซื้อเตียงผู้ป่วย รถเข็น หรือเครื่องผลิตออกซิเจน เพราะกรุงเทพมหานครมีบริการให้ยืมอุปกรณ์เหล่านี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านระบบ Fa-Equipment ของสำนักอนามัย กทม.
บริการครอบคลุมอุปกรณ์หลายประเภท ตั้งแต่เตียงผู้ป่วย รถเข็น เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ ไปจนถึงอุปกรณ์ช่วยเดิน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุหรือคนพิการทุกคนสามารถเลือกอุปกรณ์แล้วรับกลับบ้านได้ทันที ผู้ขอต้องเข้าเกณฑ์ของโครงการ อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุข และผ่านการประเมินความจำเป็นจากนักสังคมสงเคราะห์หรือทีมสหวิชาชีพก่อน
ใครยืมอุปกรณ์การแพทย์ กทม. ฟรีได้บ้าง
กรุงเทพมหานคร ประชาสัมพันธ์บริการสำหรับ ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้สูงอายุหรือคนพิการเพียงอย่างเดียวยังไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ
หลักเกณฑ์ใน ระบบ Fa-Equipment ของสำนักอนามัย กทม. กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้ขอความช่วยเหลือต้องมีภาวะพึ่งพิงหรือเจ็บป่วยเรื้อรัง มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย และได้รับการเยี่ยมบ้านเพื่อประเมินความต้องการจากนักสังคมสงเคราะห์หรือทีมสหวิชาชีพ
พูดง่าย ๆ คือ เจ้าหน้าที่จะดูจาก สภาพของผู้ป่วยและความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์จริง ไม่ได้พิจารณาจากอายุหรือสถานะความพิการเพียงอย่างเดียว

มีอุปกรณ์อะไรให้ยืมบ้าง
รายการที่ กทม. ยกตัวอย่างไว้ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์สำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวลำบากและผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน ได้แก่
- เตียงผู้ป่วย
- รถเข็นผู้ป่วย
- เครื่องผลิตออกซิเจน
- เครื่องดูดเสมหะ
- ไม้เท้า
- Walker หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน
- ไม้ค้ำยัน
- อุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามความจำเป็น
การมีอุปกรณ์อยู่ในรายการไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นคำขอจะได้รับทุกชนิด เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าอุปกรณ์ใดเหมาะกับสภาพและการดูแลผู้ป่วยแต่ละคน
จำนวนอุปกรณ์ที่พร้อมให้ยืมในแต่ละช่วงก็อาจแตกต่างกัน จึงควรสอบถามศูนย์บริการสาธารณสุขที่ดูแลพื้นที่อีกครั้งหลังยื่นคำขอ
ยืมอุปกรณ์การแพทย์ กทม. ต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนไม่ได้เริ่มจากการเดินทางไปรับอุปกรณ์ แต่เริ่มจาก ยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ประเมินก่อน
ประชาชนสามารถเริ่มเรื่องได้ 2 ช่องทาง คือ ยื่นคำขอผ่าน เว็บไซต์ Fa-Equipment หรือติดต่อนักสังคมสงเคราะห์ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
หลังรับคำขอ นักสังคมสงเคราะห์หรือทีมสหวิชาชีพจะเข้าสู่กระบวนการเยี่ยมบ้านและประเมินความจำเป็น รวมถึงดูว่าสภาพของผู้ป่วยเหมาะกับอุปกรณ์ชนิดใด
เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนรับอุปกรณ์ พร้อมคำแนะนำในการใช้งาน ส่วนอุปกรณ์ที่ได้รับเป็นการ ยืมใช้ ไม่ใช่การแจกให้เป็นกรรมสิทธิ์ เมื่อผู้ป่วยหมดความจำเป็นต้องใช้ต้องส่งคืนให้ กทม. เพื่อนำไปหมุนเวียนช่วยผู้ป่วยรายอื่นต่อ
ผู้ป่วยไปเองไม่ได้ ให้ผู้อื่นยื่นคำขอแทนได้
ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงหลายคนอาจไม่สามารถเดินทางไปติดต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง กทม. เปิดให้ ผู้อื่นดำเนินการยื่นคำขอแทนได้
กรณีมีผู้ยื่นแทน ให้นำ บัตรประชาชนของผู้ป่วย และบัตรประชาชนของผู้ยื่นคำขอ มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ตามรายละเอียดที่ กทม. ประชาสัมพันธ์ไว้
ต้นทางล่าสุดไม่ได้จำกัดว่าผู้ยื่นแทนต้องเป็นลูก หลาน หรือสมาชิกในครอบครัว จึงไม่จำเป็นต้องตีความสิทธิ์ให้แคบกว่าหลักเกณฑ์ที่ประกาศ
ส่วนเอกสารอื่น เช่น ใบรับรองแพทย์ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารประกอบเฉพาะโรค กทม. ไม่ได้แจกแจงไว้เป็นรายการเดียวกันในประกาศล่าสุด หากเลือกยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการสาธารณสุข แนะนำให้โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อเตรียมเอกสารให้ตรงกับกรณีของผู้ป่วย

ยื่นเรื่องที่ไหน มีศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
คนที่ไม่สะดวกยื่นผ่านเว็บไซต์สามารถเข้าไปติดต่อนักสังคมสงเคราะห์ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กทม. ใกล้บ้าน
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ตั้งแต่ศูนย์บริการสาธารณสุข 1 สะพานมอญ ไปจนถึงศูนย์บริการสาธารณสุข 69 คันนายาว
สามารถค้นหาศูนย์ใกล้บ้าน พร้อมข้อมูลติดต่อได้จาก รายชื่อศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่งของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
หากผู้ป่วยยังไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุข การติดต่อศูนย์ใกล้บ้านโดยตรงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะที่สุด เพราะเกณฑ์ Fa-Equipment กำหนดให้ผู้รับความช่วยเหลืออยู่ในระบบดูแลของศูนย์และผ่านการประเมินก่อน
ยืมได้นานกี่วัน
ประกาศของ กทม. วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ไม่ได้กำหนดระยะเวลายืมเป็นจำนวนวันหรือจำนวนเดือนตายตัว
หลักที่ระบุไว้คือ ผู้รับต้องส่งคืนอุปกรณ์เมื่อ หมดความจำเป็นในการใช้งาน จึงไม่ควรนำระยะเวลายืมจากโครงการอื่นหรือข้อมูลในอดีตมาใช้แทนเงื่อนไขปัจจุบัน
หากต้องใช้อุปกรณ์เป็นระยะเวลานาน ผู้ขอควรสอบถามเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเคสโดยตรง

Fa-Equipment ไม่ได้เพิ่งเริ่มวันที่ 24 สิงหาคม
แม้บริการนี้กลับมาได้รับความสนใจหลัง กทม. ประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 แต่ระบบไม่ได้เพิ่งเริ่มในวันนั้น
ข้อมูลติดตามโครงการของกรุงเทพมหานครระบุว่า Fa-Equipment เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นระบบสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ผู้ที่มีความจำเป็น
ดังนั้น ประกาศวันที่ 24 สิงหาคมควรมองเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จักช่องทางใช้บริการมากขึ้น ไม่ใช่วันเริ่มต้นโครงการครั้งแรก

มีอุปกรณ์ไม่ได้ใช้ สามารถแจ้งบริจาคได้
Fa-Equipment ไม่ได้ทำหน้าที่รับคำขอยืมเพียงด้านเดียว ครอบครัวหรือประชาชนที่มี วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วและต้องการส่งต่อ สามารถแจ้งความประสงค์บริจาคผ่านระบบได้เช่นกัน ตามข้อมูลจาก กรุงเทพมหานคร
อุปกรณ์ที่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบจึงสามารถถูกนำไปช่วยผู้ป่วยรายอื่นที่ผ่านการประเมินและมีความจำเป็นต่อได้
สรุป ยืมอุปกรณ์การแพทย์ กทม. ฟรี ต้องทำอะไรบ้าง
หากกำลังดูแลพ่อ แม่ ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองได้จำกัด และจำเป็นต้องใช้เตียงผู้ป่วย รถเข็น เครื่องผลิตออกซิเจน หรืออุปกรณ์อื่นที่บ้าน สามารถเริ่มตรวจสอบสิทธิ์กับ กทม. ได้โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ทันที
หลักสำคัญมี 3 เรื่อง คือ ผู้ป่วยต้องพักอาศัยในกรุงเทพมหานคร มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ และต้องผ่านการประเมินจากนักสังคมสงเคราะห์หรือทีมสหวิชาชีพ
เริ่มยื่นคำขอได้ที่ Fa-Equipment กรุงเทพมหานคร หรือติดต่อศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เมื่อผ่านการประเมินจึงรับอุปกรณ์ไปใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และคืนให้ กทม. เมื่อหมดความจำเป็น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- กรุงเทพมหานคร: บริการยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ระบบ Fa-Equipment สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
- รายชื่อศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร





