ตร.เกาหลีฉาว หญิงหายตัว 104 วัน พบศพห่างบ้านแค่ 500 เมตร ปิดคดีเท็จ อ้างโทรคุยแล้วทั้งที่ไม่เคยติดต่อ

เกาหลีใต้สั่งสอบใหญ่ทั้งวงการตำรวจ หลังพบร่างของ จาง มี รัน หญิงวัย 37 ปี ที่หายตัวไปนาน 104 วัน ในสวนปาล์มบนเกาะเชจู จุดที่พบอยู่ห่างจากที่พักไม่ถึง 500 เมตร ห่างจากพิกัดสัญญาณโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายเพียง 1 กิโลเมตร
เรื่องนี้กลายเป็นกรณีอื้อฉาว เพราะตำรวจเจ้าของคดีสั่งปิดคดีคนหายของเธอด้วยข้อมูลเท็จตั้งแต่วันแรกที่รับแจ้ง โดยอ้างว่าติดต่อเธอได้แล้วทั้งที่ไม่เคยตรวจสอบจริง
ร่างที่พบเน่าเปื่อยรุนแรงจนเหลือเพียงโครงกระดูก เจ้าหน้าที่ระบุตัวตนเบื้องต้นจากโทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า และกำไลข้อมือทองคำที่สวมอยู่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่าข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคือเสียชีวิตด้วยตัวเอง ไม่พบร่องรอยการฆาตกรรมหรือการประทุษร้าย แต่ต้องรอผลชันสูตรและตรวจ DNA จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (NFS) ยืนยันอีกครั้ง
สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า จาง มี รัน หายออกจากบ้านย่านฮัลลิมอึปบนเกาะเชจูตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 แฟนหนุ่มไปแจ้งความคนหายเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม แต่ผ่านไปเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง จ่าสิบตำรวจนามสกุลบู จากสถานีตำรวจเชจูฝั่งตะวันตก ก็สั่งปิดคดีและลบชื่อเธอออกจากระบบติดตามคนหายในเวลาประมาณ 21.00 น.

นายตำรวจคนนี้แจ้งครอบครัวและบันทึกในระบบราชการว่า โทรศัพท์คุยกับจาง มี รัน แล้ว เธอสบายดีและขอไม่ให้เปิดเผยที่อยู่กับคนในครอบครัว แต่เมื่อตรวจประวัติการโทรย้อนหลัง กลับไม่พบการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น
การตรวจสอบยังพบว่าเขาปิดคดีคนหายในลักษณะเดียวกันอีกถึง 298 คดี หนึ่งในนั้นคือคดีชายวัย 60 ปีที่ถูกแจ้งว่าหายตัว แล้วมีผู้ไปพบเป็นศพเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
ขณะนี้จ่าสิบตำรวจบูถูกตั้งข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงปลอมแปลงและใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของราชการอันเป็นเท็จ แม้ศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราวเพราะขั้นตอนการจับกุมฉุกเฉินมีข้อผิดพลาด แต่อัยการกำลังยื่นขอหมายขังเพื่อควบคุมตัวมาดำเนินคดีต่อ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้สั่งตรวจสอบกระบวนการปิดคดีคนหายย้อนหลังทั่วประเทศ ด้านประธานาธิบดีอี แจ-มยอง สั่งสอบสวนการทำคดีของตำรวจอย่างละเอียด พร้อมทบทวนระบบการปิดคดีคนหายและการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ทั้งหมด
คัง ยู-จอง โฆษกประธานาธิบดี แถลงเมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) ว่า ประธานาธิบดีสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกระบวนการสอบสวนของตำรวจอย่างถี่ถ้วน และให้ตำรวจจัดทำแผนปฏิรูปของตัวเอง ซึ่งรวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กรและมาตรการปฏิรูปขั้นพื้นฐานอื่นๆ ด้วย






