ธนาคารขอโทษ แจงสาเหตุ กรุงไทยล่ม แอปฯเป๋าตัง-บัตร MRT ใช้ไม่ได้เกือบครึ่งวัน

ธนาคารกรุงไทย โพสต์ขอโทษประชาชน พร้อมแจงสาเหตุ กรุงไทยล่ม แอปฯเป๋าตัง ไทยช่วยไทย บัตร MRT ใช้ไม่ได้เกือบครึ่งวัน

เรียกได้ว่าทำเอาเหล่ามนุษย์เงินเดือน รวมถึงพ่อค้าแม่ขาย และประชาชนทั่วประเทศต้องว้าวุ่นกันตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว เมื่อทาง ธนาคารกรุงไทย ประกาศปิดปรับปรุงพัฒนาระบบในช่วง 01.00 น. – 06.00 น. ของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้แอปพลิเคชัน Krung NEXT, เป๋าตัง, โครงการไทยช่วยไทย 60/40, การทำธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งออนไลน์และหน้าตู้ไม่สามารถใช้งานได้

รวมถึงบัตร MRT mangmoom ที่ใช้สำหรับโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน ก็ใช้งานไม่ได้เช่นกัน จน #กรุงไทยล่ม พุ่งติดเทรนด์ X ในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากเกินกำหนดเวลาที่ทางธนาคารแจ้งเอาไว้หลายชั่วโมงแล้วก็ยังไม่สามารถใช้บริการใด ๆ ได้ ตามที่รายงานไปแล้วก่อนหน้านี้

โฆษณา

แฮชแท็ก #กรุงไทยล่ม พุ่งติดเทรนด์ เป๋าตัง-บัตร MRT ใช้ไม่ได้ ทำมนุษย์เงินเดือนหัวเสียแต่เช้า

กระทั่งมีการอัปเดตจากธนาคารกรุงไทยผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ก Krungthai Care โดยแจ้งว่า “ธนาคารกรุงไทย ขอแจ้งให้ทราบว่า ระบบ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะกลับมาให้บริการได้ตามปกติในช่วงเวลาประมาณ 11:00 น. ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ค่ะ” แต่ก็ยังไม่ได้มีการชี้แจงแต่อย่างใดถึงสาเหตุที่เกิดความล่าช้าในการปรับปรุงระบบจนทำให้ประชาชนวุ่นวายกันทั่วประเทศ

ล่าสุดหน้าเฟซบุ๊ก Krungthai Care มีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยได้มีการขอโทษกับปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงสาเหตุ กรุงไทยล่ม ระบุว่า “ธนาคารขอแจ้งว่า ขณะนี้ระบบ Krungthai NEXT และเป๋าตัง รวมถึงไทยช่วยไทยพลัส กลับมาให้บริการได้ตามปกติแล้ว หลังเกิดเหตุขัดข้องระหว่างการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ธนาคารขออภัยประชาชนและผู้ใช้งานทุกท่านเป็นอย่างสูง สำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นค่ะ”

โฆษณา

ธนาคารขอโทษ แจงสาเหตุ กรุงไทยล่ม แอปฯเป๋าตัง-บัตร MRT ใช้ไม่ได้เกือบครึ่งวัน-1

ธนาคารขอโทษ แจงสาเหตุ กรุงไทยล่ม แอปฯเป๋าตัง-บัตร MRT ใช้ไม่ได้เกือบครึ่งวัน-2

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงจาก : FB Krungthai Care

โฆษณา

GIFT T.

Rewriter สาวจากรั้วสวนดุสิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์งานข่าวมากว่า 5 ปี ชื่นชอบการส่งต่อเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์ หวย และข่าวบันเทิง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้นักอ่านได้เห็นประเด็นรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button