ป้าดา บุก สน.พระโขนง ทวงหลักฐานคดี อ้างถูกยัดข้อหา ตำรวจโต้ศาลออกหมายจับ

ป้าดา ชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี เดินทางไป สน.พระโขนง วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เพื่อขอดูหลักฐานในคดีที่ดินย่านพระโขนง โดยอ้างว่าตน นายอับบาส และผู้เกี่ยวข้องรวม 31 คน ถูกดำเนินคดีด้วยหลักฐานที่ไม่ตรงกับพื้นที่พิพาท จึงต้องการให้ตำรวจชี้แจงหลักฐานที่ใช้ดำเนินคดี

ป้าดาอ้างว่า พื้นที่ที่กลุ่มของตนเข้าไปคือบริเวณ ท่าเรือ 18 D โฉนดเลขที่ 2465 ซึ่งเป็นที่ดินของนายอับบาส แต่การดำเนินคดีกลับมีโฉนดเลขที่ 2397, 2398 และ 4093 ซึ่งอยู่คนละพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมบอกว่าตนถูกศาลพิพากษาจำคุกแล้ว 2 คดี แต่ยังเชื่อว่ากระบวนการตั้งแต่ต้นมีปัญหา และครอบครัวต่อสู้เรื่องนี้มานานประมาณ 10 ปี

เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้ตำรวจเริ่มสอบสวนคดีใหม่ทั้งหมด แต่ต้องการเห็นหลักฐานที่นำไปสู่การจับกุม

โฆษณา

รวมถึงต้องการทราบว่าใครเป็นผู้แจ้งให้ดำเนินคดีกับนายอับบาสและทายาท พร้อมย้ำว่าการรวมตัวในอดีตเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทโฉนดเลขที่ 2465 ไม่ใช่ม็อบรับจ้างตามที่ถูกกล่าวหา

ป้าดายังกล่าวถึงการถูกจับเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 โดยอ้างว่าถูกควบคุมตัวจากหน้าบ้าน ก่อนนำมาที่ สน.พระโขนง และส่งตัวไปศาล พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องขั้นตอนการพิมพ์ลายนิ้วมือและเอกสารในคดี ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อกล่าวอ้างของป้าดา ขณะที่ตำรวจมีคำชี้แจงอีกด้าน

หลังให้สัมภาษณ์ ป้าดาและทีมงานเข้าไปภายใน สน.พระโขนง เพื่อขอพบ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน.พระโขนง และ พ.ต.ท.โอปอ โนนทะขันธ์ สว.(สอบสวน) เจ้าของสำนวน แต่ผู้กำกับติดประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ประดิษฐ ปลายด่วน รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน และ พ.ต.ท.โอปอ

ระหว่างการพูดคุย ป้าดาสอบถามถึงพยานหลักฐานที่ใช้ดำเนินคดี พร้อมนำเอกสารของตนมาแสดง ฝั่ง พ.ต.ท.ประดิษฐ ชี้แจงว่า คดีเข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว

โฆษณา

หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถรวบรวมหลักฐานที่เป็นประโยชน์ยื่นต่อศาลตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่ป้าดายังคงยืนยันว่าต้องการเห็นหลักฐานที่ตำรวจใช้ดำเนินคดีกับตนโดยตรง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ชี้แจงว่า ตามข้อมูลคดีของตำรวจ ข้อพิพาทเริ่มตั้งแต่ปี 2538 เมื่อนายอับบาสยื่นฟ้องกรมธนารักษ์ ก่อนคดีดำเนินมาถึงศาลฎีกาและมีคำพิพากษาถึงที่สุดในปี 2559

จากนั้นเกิดเหตุบุกรุกและทำลายทรัพย์สินในพื้นที่เช่าของบริษัทน้ำมัน จนนำไปสู่คดีอาญาหลายคดี

ตำรวจให้ข้อมูลว่า ป้าดาถูกดำเนินคดีในปี 2561 จำนวน 1 คดี และปี 2563 อีก 3 คดี โดยคดีแรกศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกและอยู่ระหว่างอุทธรณ์ของทั้งสองฝ่าย ขณะที่บางคดียังไม่ได้ส่งฟ้อง

โฆษณา

กระทั่งปี 2567 อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มนี้ เมื่อตำรวจแจ้งให้นำตัวส่งอัยการแล้วป้าดาไม่มาตามหมายเรียก จึงยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายจับ โดยตำรวจย้ำว่า ศาลเป็นผู้ออกหมายจับ ไม่ใช่ตำรวจ และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าตำรวจทำหมายจับปลอมเพื่อดำเนินคดี

ส่วนกรณีที่ป้าดาเรียกว่า “ถูกอุ้ม” ตำรวจอธิบายว่าเป็นการจับตามหมายจับเพื่อนำตัวส่งอัยการ ขณะที่การไม่พิมพ์ลายนิ้วมือซ้ำเกิดจากเป็นการจับในคดีเดิมเพื่อส่งฟ้อง ไม่ใช่คดีใหม่ เนื่องจากมีการพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจประวัติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ย้ำว่า คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล จึงควรให้ศาลดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย

ส่วนข้อกล่าวหาอื่นที่ป้าดาพาดพิงตำรวจ เจ้าหน้าที่จะไม่ตอบโต้ผ่านกระแสสังคม แต่หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะดำเนินการตามขั้นตอน

โฆษณา

สำหรับเรื่องที่ป้าดาเดินทางมาที่ สน.พระโขนงครั้งนี้ เป็นคนละข้อพิพาทกับกรณีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ซึ่งกำลังเป็นข่าวอยู่ในช่วงเดียวกัน โดยประเด็นพระโขนงเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทที่ดินและคดีของกลุ่มนายอับบาส ส่วนกรณีวัดป่าอดุลยารามเกี่ยวข้องกับที่ดินของนายเฮียง พิมพ์ศรีและทายาทใน จ.ขอนแก่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  1. ประวัติ ป้าดาขอนแก่นคือใคร อ้างทวงคืนที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม สรุปดราม่า พิพาทโฉนด 21 ไร่
  2. ป้าดา บุกสำนักพุทธฯ ขอตรวจเอกสารก่อตั้งวัดป่าอดุลยาราม คาดรู้ผล 21 ส.ค.
  3. “ป้าดา” และพวก โดนแจ้งความ ม.112 อ้างเบื้องสูง ขณะปิดล้อมวัดอดุลยาราม

แหล่งข่าวอ้างอิง

โฆษณา

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button