เปิดประวัติ “ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” มือกฎหมายสุชาติ หลังปะทะ “ไอซ์ รักชนก”

รู้จัก ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมาย อดีตอัยการ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อไทยสร้างไทย หลังปรากฏตัวในฐานะผู้รับมอบอำนาจของ “สุชาติ ชมกลิ่น” จนเกิดจังหวะปะทะคารมกับ “ไอซ์ รักชนก” หน้า สน.ทองหล่อ พร้อมเปิดอีกประเด็นที่กำลังถูกจับตาเรื่องสถานะใบอนุญาตว่าความ
ชื่อของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม กลายเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังปรากฏตัวที่ สน.ทองหล่อ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนเกิดจังหวะปะทะคารมกับ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จนคลิปถูกแชร์ต่อบนโลกออนไลน์
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังรักชนกเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาใน 2 คดี ทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีโพสต์ข้อความพาดพิงสุชาติ โดยรักชนกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและผ่านขั้นตอนพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนเตรียมยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายหลัง
ระหว่างนั้น ณัฐวุฒิเดินทางมาติดตามคดีในฐานะตัวแทนสุชาติและผู้รับมอบอำนาจในการแจ้งความ เมื่อรักชนกออกมาเตรียมให้สัมภาษณ์กับสื่อและขอให้ณัฐวุฒิออกจากเฟรม อีกฝ่ายตอบกลับว่า “คุณไม่ต้องมาไล่ผม” ก่อนรักชนกจะย้ายไปให้สัมภาษณ์อีกจุดหนึ่ง เหตุการณ์สั้น ๆ หน้าโรงพักจึงพาชื่อของณัฐวุฒิกลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง
ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม คือใคร?
ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือที่ปรากฏชื่อในสื่อว่า “ดร.ณัฏฐ์” เป็นนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ทั้งงานทนายความ งานราชการอัยการ งานวิชาการ และงานที่ปรึกษาทางการเมือง โดยประวัติที่เผยแพร่บนเว็บไซต์พรรคไทยสร้างไทยระบุว่า เขาเคยประกอบวิชาชีพทนายความ บริหารสำนักงานกฎหมาย รวมถึงเคยทำงานในบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเอกชน ก่อนเข้าสู่ราชการอัยการ
สำหรับการศึกษา ข้อมูลส่วนนี้ควรระบุให้ชัดว่าเป็นประวัติที่พรรคไทยสร้างไทยเผยแพร่ โดยระบุว่า ณัฐวุฒิจบปริญญาตรีนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาโทหลายสาขา พร้อมเป็นเนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 57
หน้าโปรไฟล์เดียวกันระบุวุฒิปริญญาเอกที่สำเร็จการศึกษา 4 หลักสูตร ได้แก่ การบริหารกระบวนการยุติธรรม (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, การเมือง มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยปทุมธานี และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ส่วนหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่ายังอยู่ระหว่างเขียนวิจัย
วุฒิการศึกษาของณัฐวุฒิเคยถูก สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งข้อสงสัยเมื่อเดือนเมษายน 2569 แต่หลังตรวจสอบข้อมูล สมชัยยอมรับภายหลังว่าณัฐวุฒิจบปริญญาเอกจริงในส่วนที่ตนเคยตั้งข้อสงสัยไว้

เส้นทางราชการ เคยเป็นอัยการหลายพื้นที่
ประวัติจากพรรคไทยสร้างไทยระบุว่า ณัฐวุฒิเข้ารับราชการเป็นอัยการผู้ช่วย รุ่น 47 ก่อนผ่านงานในสำนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10, สำนักงานอัยการจังหวัดนครพนม, สำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ และสำนักงานอัยการคดีแรงงาน โดยตำแหน่งที่ระบุท้ายสุดคืออัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุการพ้นจากราชการอัยการที่ขัดกันอยู่ และจำเป็นต้องแยกที่มาให้ชัด
เว็บไซต์พรรคไทยสร้างไทยระบุว่า ณัฐวุฒิ “ลาออกเพื่อลงสมัคร สส.ในปี 2566” ขณะที่ในเดือนเมษายน 2569 สมชัยนำคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด หมายเลขคดีดำที่ ฟบ.46/2561 และคดีแดงที่ ฟบ.49/2565 มาเชื่อมโยงกับณัฐวุฒิ โดยคำพิพากษามีเนื้อหาเกี่ยวกับอดีตอัยการผู้ถูกลงโทษให้ออกจากราชการและต่อมาศาลยกฟ้องคำขอเพิกถอนมติ
ณัฐวุฒิปฏิเสธการเชื่อมโยงนี้ โดยยืนยันว่าเอกสารที่ถูกนำมาอ้างเป็นเอกสารปลอมและมีผู้สวมชื่อ พร้อมระบุว่าเคยแจ้งความผู้เผยแพร่ไว้แล้ว ขณะที่ THE STANDARD ตรวจสอบพบว่าเอกสารคำพิพากษาเคยอยู่บนระบบของสำนักงานศาลปกครอง ก่อนถูกระงับการเผยแพร่ช่วงหนึ่ง และกลับมาเข้าถึงได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569
ด้วยข้อมูลที่ขัดกันเช่นนี้ จึงยังไม่ควรสรุปในบทความประวัติด้วยถ้อยคำเด็ดขาดว่า ณัฐวุฒิ “ลาออก” หรือ “ถูกไล่ออก” โดยไม่มีการระบุที่มาของข้อมูลแต่ละฝ่าย
จากนักกฎหมายเข้าสู่สนามการเมือง
นอกเหนือจากงานกฎหมาย ณัฐวุฒิยังมีประสบการณ์ทำงานการเมืองหลายตำแหน่ง ตามประวัติที่พรรคไทยสร้างไทยเผยแพร่ เขาเคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงทำงานเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการในรัฐสภาหลายชุด
เขายังเคยทำงานที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เช่น เป็นอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 12 และอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง ก่อนกลับมาเป็นที่รู้จักในปี 2569 จากการเป็นพยานฝ่าย กกต. ในคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ณัฐวุฒิลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ลำดับที่ 34 โดยรายชื่อปรากฏในเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
เคยได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา “สุชาติ ชมกลิ่น”
ความเชื่อมโยงระหว่างณัฐวุฒิกับสุชาติปรากฏชัดในเดือนพฤศจิกายน 2568 เมื่อสุชาติ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามคำสั่งที่ 472/2568 แต่งตั้งณัฐวุฒิเป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีผลตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นด้านต่าง ๆ ต่อรัฐมนตรี
หลังมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 สุชาติได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง แต่ไม่ได้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเหมือนรัฐบาลก่อนหน้า
สำหรับณัฐวุฒิ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ยังปรากฏบทบาทใกล้ชิดกับสุชาติในฐานะทีมกฎหมายและผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีหลายครั้ง เช่น วันที่ 25 มิถุนายน เขาเดินทางเข้า สน.ทองหล่อ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของสุชาติ เพื่อร้องทุกข์บุคคลที่สุชาติเห็นว่าเผยแพร่ข้อความสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง
อย่างไรก็ตาม หากใช้คำว่า “ที่ปรึกษารัฐมนตรีคนปัจจุบัน” ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากคำสั่งแต่งตั้งที่ตรวจสอบพบเป็นคำสั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ในรัฐบาลชุดก่อน และยังไม่พบคำสั่งแต่งตั้งฉบับใหม่หลังการตั้ง ครม. เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
ล่าสุดมีข้อสงสัยเรื่องสถานะใบอนุญาตทนายความ
อีกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 คือข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะใบอนุญาตว่าความของณัฐวุฒิ หลังสมชัย ศรีสุทธิยากร เปิดเผยว่า เคยยื่นคำร้องต่อประธานกรรมการมรรยาท สภาทนายความ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของณัฐวุฒิ
สมชัยอ้างว่า คณะกรรมการสภาทนายความมีมติถอนใบอนุญาตว่าความของณัฐวุฒิแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงยังไม่มีประกาศต่อสาธารณะ พร้อมระบุว่าจะเดินทางไปสภาทนายความในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
จุดสำคัญคือ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ยังไม่ควรเขียนฟันธงว่า ณัฐวุฒิถูกถอนใบอนุญาตทนายความอย่างเป็นทางการแล้ว เพราะข้อมูลเรื่องมติที่เผยแพร่ในขณะนี้มาจากคำกล่าวของสมชัย และยังไม่พบประกาศจากสภาทนายความที่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อยืนยันสถานะโดยตรง
ดังนั้น หากกล่าวถึงณัฐวุฒิในสถานการณ์ปัจจุบัน คำว่า “นักกฎหมาย” “ทีมกฎหมายของสุชาติ” หรือ “ผู้รับมอบอำนาจของสุชาติ” จึงเป็นคำที่แม่นยำกว่าในช่วงที่สถานะใบอนุญาตว่าความยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
จากนักกฎหมายที่ผ่านทั้งสำนักงานทนายความ งานราชการอัยการ สนามเลือกตั้ง และงานที่ปรึกษาการเมือง ชื่อของณัฐวุฒิจึงไม่ได้เพิ่งปรากฏในหน้าข่าวจากเหตุเผชิญหน้ากับรักชนก แต่เหตุการณ์หน้า สน.ทองหล่อครั้งล่าสุดทำให้ประวัติและสถานะทางวิชาชีพของเขาถูกนำกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นที่ยังมีข้อมูลจากแต่ละฝ่ายไม่ตรงกัน ซึ่งต้องรอเอกสารหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนกว่านี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “สุชาติ” เอาผิด “ไอซ์ รักชนก” โพสต์บิดเบือน ปั่นกระแสโจมตี ยันไม่ได้ฟ้องปิดปาก
- “สุชาติ” แจ้งความ “ไอซ์ รักชนก” เพิ่มอีกคดี หลังเพิ่งฟ้องเอาผิดหมิ่นประมาท
- สน.ทองหล่อ เตรียมออกหมายเรียก “ไอซ์ รักชนก” คดีโพสต์หมิ่น “สุชาติ ชมกลิ่น”





