สรุปปมที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” โหนกระแส 17 ส.ค. 69 คดีจบแล้ว ทำไมโฉนดยังชื่อนายเฮียง?
ข้อพิพาท วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ยังไม่จบ แม้คดีที่ดินรอบแรกถึงที่สุดแล้ว เพราะโฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่กว่า 21 ไร่ยังเป็นชื่อ นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของเดิม ขณะที่วัดกำลังขอเปลี่ยนชื่อทางทะเบียน และฝั่งทายาทยังมีคดีอีกชุดอยู่ในกระบวนการศาล
พื้นที่พิพาทรวมประมาณ 26 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินมีโฉนดกว่า 21 ไร่ และพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์อีกราว 5 ไร่ โดยประเด็นที่กำลังดำเนินการกับสำนักงานที่ดินอยู่ขณะนี้คือโฉนดเลขที่ 61945
คดีเดิมถึงที่สุด ศาลให้สิทธิฝั่งวัด
คดีรอบแรกเริ่มจากการฟ้องขับไล่วัดและขอเพิกถอนการยกที่ดิน ศาลจังหวัดขอนแก่นวินิจฉัยว่า นายเฮียงอุทิศและส่งมอบที่ดินเพื่อสร้างวัดแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ส่วนศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกา ทำให้คดีชุดนี้ถึงที่สุด
ฝั่งวัดยืนยันว่า การอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัดมีผลได้แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนโอน โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อ้างแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ประกอบ ขณะที่วัดป่าอดุลยารามได้รับอนุญาตจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2541 และมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการรองรับ

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามนำโฉนดเลขที่ 61945 ฉบับจริงไปสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นโฉนดจริง และชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ยังเป็นนายเฮียง วัดจึงยื่นขอเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นวัดป่าอดุลยาราม
สำนักงานที่ดินชี้แจงว่า คำพิพากษาเรื่องสิทธิในที่ดินกับการเปลี่ยนชื่อในทะเบียนเป็นคนละขั้นตอน การได้มาซึ่งที่ดินของวัดยังต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 ตรวจเอกสารและพื้นที่ ก่อนเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาอนุมัติ เมื่อครบขั้นตอนจึงเปลี่ยนชื่อในโฉนดได้
ดังนั้น การที่โฉนดยังเป็นชื่อนายเฮียง ไม่ได้แปลว่าคดีเดิมยังไม่จบ แต่การเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนยังดำเนินการไม่เสร็จ
ทำไมป้าดาและทายาทคนอื่นยังสู้ต่อ?
หลังคดีเดิมถึงที่สุด ฝั่งทายาทมีการฟ้องคดีอีกชุดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานที่ดิน การรังวัด เอกสารสิทธิ และสิทธิในพื้นที่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกฟ้อง ขณะที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ฝ่ายทายาทยังอยู่ในขั้นตอนขอให้ศาลฎีกาพิจารณารับฎีกา
ฝั่งป้าดายังตั้งคำถามเรื่องเจตนาของนายเฮียง ขั้นตอนการตั้งวัด และการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ ส่วนฝั่งวัดยืนยันผลคดีเดิมและเอกสารจัดตั้งวัด จึงต้องแยกให้ชัดว่า คดีสิทธิในที่ดินรอบแรกถึงที่สุดแล้ว แต่คดีที่ฟ้องภายหลังและขั้นตอนเปลี่ยนชื่อในโฉนดยังไม่เสร็จ
ล่าสุดวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง พร้อมผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ขอให้เร่งเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จากนายเฮียงเป็นวัดป่าอดุลยาราม ขณะที่ฝ่ายทายาทยังสามารถยื่นคัดค้านและใช้สิทธิทางศาลได้ตามกฎหมาย






