สรุปดราม่า “ป้าดา ปืนกล” ทวงที่ดินวัดป่าอดุลยาราม 21 ไร่ เปิดทุกปมในโหนกระแสวันนี้

ป้าดา ปืนกล มาออกรายการโหนกระแสวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เพื่ออธิบายเหตุผลที่ครอบครัวยังทวงที่ดินประมาณ 21 ไร่ของวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น แม้ในรายการจะมีการพูดถึงว่าคดีที่ดินผ่านการพิจารณาของศาลมาแล้ว ประเด็นที่ป้าดายังติดใจคือเจตนาของเจ้าของที่ดินเดิม ขั้นตอนตั้งวัด การโอนกรรมสิทธิ์ และชื่อในโฉนดเลขที่ 61945 ที่เธอระบุว่ายังเป็นชื่อ นายเฮียง พิมพ์ศรี

ปมเริ่มจากที่ดิน 21 ไร่ของนายเฮียง

ป้าดาเล่าว่า นายเฮียง เจ้าของที่ดินเดิม มีความตั้งใจให้ใช้พื้นที่สร้างวัด แต่เงื่อนไขที่ครอบครัวเข้าใจคือจะทำนิติกรรมมอบที่ดินเมื่อสร้างวัดเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอจึงตั้งคำถามกับเอกสารตั้งวัดที่เกิดขึ้นหลังนายเฮียงเสียชีวิต และอ้างว่าทายาทไม่เคยมอบอำนาจให้ใครไปดำเนินการแทน

ในรายการยังมีการพูดถึงคดีที่ผ่านการพิจารณามาหลายชั้นศาล โดยมีคำวินิจฉัยเรื่องสิทธิของวัด แต่ป้าดายังโต้แย้งว่าในทางทะเบียน ชื่อบนโฉนดเลขที่ 61945 ยังเป็นนายเฮียง และครอบครัวยังได้รับเอกสารภาษีที่ดิน จึงมองว่าปัญหาการโอนกรรมสิทธิ์ยังมีข้อที่ต้องตรวจสอบ

โฆษณา

นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือ ทนายตุ๋ย ยังพูดถึง ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 และขั้นตอนการโอนที่ดินให้วัด โดยอธิบายว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ป้าดาจึงใช้ประเด็นนี้ตั้งคำถามว่า เหตุใดเมื่อวัดอ้างสิทธิเหนือที่ดินแล้ว ชื่อในโฉนดจึงยังไม่เปลี่ยน

ปมเริ่มจากที่ดิน 21 ไร่ของนายเฮียง
ภาพจาก : โหนกระแส

จากปมที่ดิน ลามถึงข้อกล่าวหาเรื่องภายในวัด

ระหว่างรายการ ป้าดายังยกเหตุผลอีกด้านว่า ครอบครัวไม่พอใจกับสภาพและการใช้พื้นที่ในวัด โดยกล่าวอ้างเรื่องช่องที่ถูกเจาะตามกำแพง การเข้าออกช่วงกลางคืน การตัดต้นไม้ และปัญหาที่เธอสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

เธอยังกล่าวถึงพฤติกรรมพระบางรูป รวมถึงคำอ้างเรื่อง “พระมีเมีย” แต่เมื่อ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ถามว่าเห็นด้วยตัวเองหรือไม่ ป้าดายอมรับว่าไม่ได้เห็นเอง แต่มีคนมาเล่าให้ฟัง

ข้อกล่าวหาเหล่านี้จึงยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ และต้องแยกออกจากข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยตรง

โฆษณา

ป้าดายังเล่าว่า เคยแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบปัญหาที่เธอสงสัยภายในวัด ก่อนตัดสินใจไปทุบกำแพงบริเวณที่อ้างว่ามีการเจาะช่อง

หลังจากนั้นตำรวจเข้ามาดำเนินการและมีการออกหมายเรียกในข้อหาที่เกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สิน ตามคำบอกเล่าของเธอในรายการ

จากปมที่ดิน ลามถึงข้อกล่าวหาเรื่องภายในวัด
ภาพจาก : โหนกระแส

ติดใจเอกสารตั้งวัดและคำว่า “ความลับราชการ”

อีกประเด็นที่ป้าดานำมาเล่าคือความพยายามตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการตั้งวัด เธออ้างว่าครอบครัวเคยทำหนังสือขอให้ตรวจสอบ และพยายามติดตามข้อมูลจากหลายหน่วยงาน แต่บางครั้งได้รับคำตอบว่าเอกสารเป็น “ความลับราชการ” หรือไม่สามารถให้สำเนาได้

ด้านผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ร่วมชี้แจงทางโทรศัพท์ในรายการ ระบุว่า การตั้งวัดเกิดขึ้นเมื่อปี 2541 ซึ่งช่วงนั้นงานเกี่ยวกับวัดยังอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนโอนมาอยู่กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในปี 2545 เอกสารเก่าจึงถูกเก็บไว้ส่วนกลาง ไม่ได้อยู่ที่สำนักงานจังหวัดตามที่ฝ่ายทายาทไปค้นหา

โฆษณา

ภาพรวมของโหนกระแสวันที่ 14 สิงหาคมจึงทำให้เห็นว่า ข้อพิพาทนี้ไม่ได้เหลือเพียงคำถามว่าใครถือโฉนด แต่มีทั้งเรื่องเจตนาของเจ้าของเดิม คำพิพากษาที่ถูกนำมาอ้าง ขั้นตอนทางทะเบียน เอกสารตั้งวัด และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ภายในวัด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องพฤติกรรมของพระ การใช้พื้นที่ผิดกฎหมาย หรือการทำงานที่ไม่ชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในบทความนี้ ล้วนเป็นคำกล่าวอ้างที่ปรากฏในรายการโหนกระแส ยังไม่ควรสรุปว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดกระทำผิดจนกว่าจะมีหลักฐานหรือผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

หมายเหตุ : ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้เรียบเรียงจากการถอดเทปรายการโหนกระแสวันที่ 14 สิงหาคมเท่านั้น หลายประเด็นเป็นคำกล่าวอ้างของป้าดาและผู้ร่วมรายการ ยังไม่มีแหล่งข้อมูลอื่นที่ใช้ยืนยันเพิ่มเติม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษณา

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button