“หมอแทน” อัปเดตภารกิจสานฝัน “ฮลุน โซโล่” คุยกับเด็กอัฟกานิสถานแล้ว ผลการเรียนยังห่างไกลหมอ

นายแพทย์ธนีย์ ธนียวัน หรือหมอแทน เจ้าของเพจ Doctor Tany โพสต์อัปเดตความคืบหน้าการสานต่อความตั้งใจของ ฮลุน โซโล่ ยูทูบเบอร์ชาวไทยผู้ล่วงลับ ที่ต้องการช่วยให้เด็กหนุ่มชาวอัฟกานิสถานได้เรียนแพทย์ โดยระบุว่าขณะนี้ตามหาตัวพบและได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว
เขาระบุว่าต้องขอบคุณเพจหนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ รวมถึงองค์การสหประชาชาติในอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะผู้ประสานงานในพื้นที่ที่ช่วยลงพื้นที่จนตามหาตัวจนพบ
การเดินทางไปหาเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากพื้นที่ที่เด็กหนุ่มอาศัยอยู่ค่อนข้างกันดารและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ผู้ประสานงานซึ่งเป็นคนท้องถิ่นต้องระมัดระวังอย่างมากกว่าจะเข้าไปถึงที่พักได้
สภาพความเป็นอยู่
หมอแทนเล่าว่า เด็กหนุ่มกำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ครอบครัวมีสมาชิก 6 คน ฐานะค่อนข้างยากจน บิดาและพี่ชายต้องทำงานรับจ้าง ส่วนตัวเขาเองก็ต้องช่วยงานครอบครัว ทำให้ไม่มีโอกาสเรียนอย่างเต็มที่
ภาษาอังกฤษถือว่าดีเมื่อเทียบกับคนในพื้นที่ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเรียนแพทย์หรือการเรียนต่อต่างประเทศ
ที่บ้านเดิมมีโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวซึ่งเป็นของบิดา ไม่มีคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ต และอินเทอร์เน็ตก็ไม่ได้มีตลอดเวลา ล่าสุดองค์การสหประชาชาติในอัฟกานิสถานมอบโทรศัพท์ให้อีกเครื่อง เพื่อให้ใช้เรียนและเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น
หมอแทนระบุว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือพื้นฐานการเรียน โดยจากการตรวจดูผลการเรียน ทั้งวิชาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และวิชาอื่น คะแนนส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 25 จาก 100 คะแนน ซึ่งยังห่างไกลจากการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์มาก
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าไม่ได้แปลว่าเด็กหนุ่มไม่เก่งหรือไม่พยายาม แต่เป็นเพราะขาดโอกาส เนื่องจากเรียนโรงเรียนรัฐบาลที่มีข้อจำกัดด้านการเรียนการสอน และบางครั้งต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยครอบครัว
หมอแทนระบุว่าหากนำหนังสือแพทย์หรือหนังสือวิทยาศาสตร์ระดับสูงไปให้ตอนนี้ ก็คงอ่านไม่เข้าใจ การช่วยเหลือจึงต้องเริ่มจากพื้นฐานและค่อยๆ เดินไปทีละขั้น
หลังปรึกษากับผู้ประสานงานชาวอัฟกานิสถานซึ่งจบวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับคำแนะนำเรื่องหลักสูตร Kankor Course ซึ่งเป็นหลักสูตรเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเข้มข้นประมาณ 1 ปี
เป้าหมายแรกจึงเป็นการให้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วเข้าเรียนหลักสูตรดังกล่าว เพื่อพัฒนาพื้นฐาน โดยจะประเมินผลเป็นระยะ ก่อนค่อยพิจารณาเรื่องการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์
หมอแทนระบุว่ายังไม่กล้ายืนยันว่าจะพร้อมภายใน 1 ปี เพราะจากคะแนนระดับ 20 ถึง 25 การพัฒนาไปถึงระดับที่สอบแพทย์ได้เป็นเรื่องยากมาก และอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น
อีกเรื่องที่ให้ความสำคัญคือภาษาอังกฤษ โดยหากมีโอกาส เด็กหนุ่มอาจทำงานเล็กๆ กับองค์กรพัฒนาเอกชนควบคู่ไปกับการเรียน เพื่อได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริงและมีรายได้เล็กน้อยช่วยครอบครัว
หมอแทนเล่าถึงจุดที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด คือเด็กหนุ่มไม่ได้คิดถึงแค่ตัวเอง แต่เป็นห่วงน้องสาววัยเพียง 9 ขวบมาก
เขากลัวว่าหากตัวเองต้องออกไปเรียนไกลและไม่สามารถช่วยครอบครัวหารายได้ได้ ครอบครัวอาจเลี้ยงดูน้องสาวไม่ไหว และอาจเกิดสถานการณ์ที่น้องสาวถูกผลักเข้าสู่การแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาอยากพาครอบครัวไปด้วยหากต้องไปเรียนต่างประเทศ
หมอแทนระบุตรงไปตรงมาว่า ในความเป็นจริงตนสามารถช่วยได้เฉพาะด้านการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถดูแลค่าใช้จ่ายของครอบครัวทั้ง 6 คน รวมถึงที่พัก การเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายรายเดือนได้
ส่วนการไปเรียนต่างประเทศยังมีอุปสรรคอีกมาก ทั้งเรื่องหนังสือเดินทาง วีซ่า ภาษา และสถานการณ์ของแต่ละประเทศ
หมอแทนจึงระบุว่าตอนนี้ยังไม่ควรรีบตัดสินว่าต้องไปเรียนที่ไหน สิ่งที่ต้องทำก่อนคือทำให้เด็กหนุ่มพร้อมเสียก่อน โดยยังไม่ต้องคิดเรื่องประเทศไทย มหาวิทยาลัย หรือวีซ่า แต่ให้โฟกัสเรื่องเดียวคือทำพื้นฐานการเรียนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
จากนี้เขาจะค่อยๆ พูดคุยและเพิ่มระดับภาษาและคำถามขึ้นทีละนิดเพื่อดูพัฒนาการ ขณะที่ผู้ประสานงานในพื้นที่จะช่วยอธิบายให้เห็นภาพว่าเส้นทางข้างหน้าต้องเตรียมตัวอย่างไร
หมอแทนระบุชัดเจนว่า หากในอนาคตมีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากสาธารณะ จะประสานกับองค์การสหประชาชาติในอัฟกานิสถาน และหากมีช่องทางช่วยเหลือจะแจ้งให้ช่วยผ่านองค์การสหประชาชาติโดยตรง
พร้อมย้ำว่าไม่ต้องส่งเงินผ่านตน เพราะต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมั่นใจว่าความช่วยเหลือไปถึงจริง โดยขณะนี้ขอจัดการในส่วนที่ตนทำได้ก่อน และให้องค์การสหประชาชาติช่วยดูแลในส่วนที่ทำได้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2567 เมื่อฮลุน โซโล่ เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศอัฟกานิสถาน และพบกับเด็กหนุ่มท้องถิ่นที่ทำหน้าที่เป็นไกด์พาเที่ยวในทริปนั้น
จากการพูดคุยพบว่าเด็กหนุ่มมีความฝันอยากเรียนต่อเพื่อเป็นแพทย์ แต่ไม่มีทุนเพราะครอบครัวมีฐานะยากจน ฮลุน โซโล่ จึงรับปากว่าหากตั้งใจเรียนระดับมัธยมศึกษาอีก 2 ถึง 3 ปี แล้วสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้ ให้ติดต่อมาขอความช่วยเหลือได้ทันที
หลังฮลุน โซโล่ เสียชีวิต หมอแทนโพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษเพื่อตามหาตัวเด็กหนุ่ม โดยระบุว่าจะสานต่อคำสัญญาดังกล่าว กระทั่งมีผู้ช่วยกันตามหาจนพบตัวเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พบแล้ว! นาซาตาลา เด็กหนุ่มที่ ‘ฮลุน โซโล่’ จะส่งเสียเรียนแพทย์ เศร้ารู้ข่าวเสียชีวิต
- พี่ชาย “ฮลุน โซโล่” ยืนยันครอบครัวไม่เปิดรับบริจาค ยังสรุปสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้
- กำหนดการ “ฮลุน โซโล่” วันสุดท้าย ก่อนเดินทางไกล ครอบครัวขอบคุณทุกกำลังใจ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:

