ดราม่าแรง! นางเอกดัง ภูมิใจทวดเป็นหมอ ถูกขุดยับฝักใฝ่ญี่ปุ่น ขอโทษไม่รู้ความจริง

เกาหลีใต้เดือด! ฮายอง ภูมิใจปู่ทวดเป็นหมอ ถวายการรักษาจักรพรรดิโกจง ชาวเน็ตขุดยับฝักใฝ่ญี่ปุ่นยุคอาณานิคม เจ้าตัวขอโทษ ยอมรับผิดไม่รู้ความจริงในตอนแรก
เส้นทางในวงการบันเทิงของ ฮายอง (Ha Young) นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ซีรีส์ Our Sticky Love ต้องสะดุดกะทันหัน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีปู่ทวดของเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ ประเด็นนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนถึงวันฉลองอิสรภาพแห่งชาติในวันที่ 15 สิงหาคมที่จะถึงนี้
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ฮายองไปร่วมรายการวาไรตี้ Problem Child in House ทางช่อง KBS เธอเล่าประวัติครอบครัวด้วยความภาคภูมิใจว่า ปู่ทวดเปิดคลินิกแพทย์แผนตะวันตกในเมืองฮันยาง (กรุงโซล) และเคยถวายการรักษาจักรพรรดิโกจง ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหว เพราะในปี 1919 จักรพรรดิโกจงสวรรคตกะทันหัน โดยมีข่าวลือว่าถูกวางยาพิษ ฉะนั้นแพทย์ที่ทำการรักษาจึงถูกสงสัยว่าได้รับอภิสิทธิ์จากการสวามิภักดิ์
นอกจากนี้เธอยังเล่าเสริมในรายการว่า ปู่ พ่อ และพี่สาวของเธอล้วนเป็นแพทย์ ทำให้ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวแพทย์ถึง 4 ชั่วอายุคน
แม้ฮายองจะไม่ได้เอ่ยชื่อปู่ทวดในรายการ แต่ชาวเน็ตสืบค้นข้อมูลจนพบว่าบุคคลนั้นคือ “อันซังโฮ” แพทย์ในยุคที่เกาหลีตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ข้อมูลประวัติศาสตร์ระบุว่า อันซังโฮ เป็นชาวเกาหลีคนแรกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของญี่ปุ่น
หลังข้อมูลแพร่ออกไป ชาวเน็ตเกาหลีใต้ไม่พอใจอย่างรุนแรง

จากนั้น Bistus Entertainment ต้นสังกัดของฮายอง ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องปู่ทวดฝักใฝ่ญี่ปุ่น แต่ต้องกลับลำในวันรุ่งขึ้น หลังตรวจสอบบันทึกทางประวัติศาสตร์และยืนยันว่าอันซังโฮคือสมาชิกสภาของสมาคม จึงได้กล่าวขอโทษที่รีบออกแถลงการณ์โดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อน
ล่าสุด ฮายองเขียนจดหมายขอโทษต่อสาธารณชน ระบุว่า
“ฮายองค่ะ
ก่อนอื่นฉันขอโทษที่สร้างความผิดหวังและทำให้ทุกคนเสียใจจากเรื่องราวของปู่ทวด ล่าสุดฉันรับทราบพฤติกรรมในอดีตของปู่ทวด “อันซังโฮ” และได้ทบทวนประวัติศาสตร์ครอบครัวด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
ที่ผ่านมาฉันรับรู้ชีวิตของปู่ทวดเพียงบางส่วนผ่านเรื่องเล่าจากครอบครัว น่าละอายใจที่ฉันนำเรื่องราวเหล่านั้นไปเล่าเป็นความภาคภูมิใจตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองและรับรู้พฤติกรรมฝักใฝ่ญี่ปุ่นของปู่ทวด ฉันขอสำนึกผิดที่พูดถึงประวัติครอบครัวอย่างผิวเผิน โดยไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ชาติที่ต้องเผชิญช่วงเวลาอันเจ็บปวดในยุคอาณานิคม
นอกจากนี้ ตอนที่เกิดประเด็นข้อพิพาทขึ้นครั้งแรก ฉันยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่แน่ชัด จึงให้ต้นสังกัดออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าเรื่องนี้ “ไม่มีมูลความจริง” การส่งสารที่ผิดพลาดโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนถือเป็นความบกพร่องของฉันเอง ฉันขอโทษจากใจจริงที่ทำให้เกิดความสับสนและทำให้ทุกคนเสียใจมากขึ้น
ประเด็นนี้เป็นเรื่องร้ายแรงและฉันรู้สึกผิดอย่างมาก ฉันใช้เวลาคิดทบทวนว่าจะถ่ายทอดคำขอโทษอย่างไรดีจึงทำให้ออกมาชี้แจงล่าช้า ฉันขออภัยอีกครั้ง
ความไม่รู้ของฉันไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการเพิกเฉยหรือมองข้ามประวัติศาสตร์ได้ ฉันขอน้อมรับความผิดพลาดนี้และขอโทษจากใจจริงในฐานะลูกหลาน ฉันรู้สึกละอายใจอย่างยิ่งที่สร้างความวุ่นวายในช่วงใกล้ถึงวันฉลองอิสรภาพแห่งชาติ
ฉันจะจดจำเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ในใจ ฉันจะศึกษาประวัติศาสตร์ครอบครัวและยุคสมัยนั้นอย่างละเอียด และจะระมัดระวังในการปฏิบัติต่อประวัติศาสตร์ให้มากขึ้นในอนาคต ฉันจะตั้งใจศึกษาประวัติศาสตร์ชาติให้ลึกซึ้ง และจะเคารพยกย่องผู้มีคุณูปการต่อการเรียกร้องเอกราช รวมถึงทุกท่านที่อุทิศตนเพื่ออิสรภาพและความสงบสุขของชาติอย่างเต็มที่ ฉันจะพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด
ฉันขออภัยทุกคนที่ทำให้ต้องกังวลใจอีกครั้ง
ลงชื่อ ฮายอง”

ดราม่าครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่องานในวงการบันเทิงของฮายอง กำหนดการสัมภาษณ์สื่อมวลชนร่วมกับ “จองแฮอิน” นักแสดงนำชาย เพื่อโปรโมตซีรีส์เรื่องใหม่บนแพลตฟอร์ม Netflix ต้องยกเลิกไป นอกจากนี้เธอยังเสียโอกาสรับงานโฆษณามูลค่าหลายล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะฮายองเพิ่งได้รับบทนำเต็มตัวเป็นครั้งแรก หลังจากเดบิวต์ในปี 2562 และรับบทสมทบในซีรีส์ดังอย่าง The Trauma Code: Heroes on Call และ Doona! มาก่อน
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้ความเห็นว่า กระแสต่อต้านที่รุนแรงไม่ได้มาจากประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตีความบทบาทของปู่ทวดและการวางตัวของตัวนักแสดงเอง
อีซองมิน รองศาสตราจารย์ภาควิชาสื่อศิลปะและวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเปิดแห่งชาติเกาหลี อธิบายว่า การให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นในยุคอาณานิคมมีหลายระดับ บางคนอาจมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต แต่กรณีของปู่ทวดฮายองจัดอยู่ในกลุ่มที่ให้ความร่วมมือกับทางการอย่างแข็งขัน แม้ความตึงเครียดเรื่องนี้ในสังคมเกาหลีจะค่อย ๆ คลี่คลายลง และคนรุ่นใหม่เริ่มแยกแยะได้ว่าสิ่งที่บรรพบุรุษทำผิดพลาดไม่ได้แปลว่าลูกหลานต้องผิดตาม หากลูกหลานแสดงจุดยืนชัดเจนว่าพฤติกรรมในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สังคมก็พร้อมยอมรับ แต่ในกรณีนี้ ฮายองแสดงให้เห็นถึงการขาดความตระหนักรู้ตั้งแต่แรก
ขณะที่ จองด็อกฮยอน นักวิจารณ์วัฒนธรรมป๊อป มองว่า ประชาชนไม่สบายใจกับวิธีที่ฮายองนำเสนอเรื่องราวครอบครัวด้วยความภาคภูมิใจ หากลูกหลานมีมุมมองเชิงลบต่อการกระทำผิดของบรรพบุรุษ พวกเขาจะไม่นำเรื่องนี้มาพูดโอ้อวด หากฮายองวางตัวถ่อมตนและแสดงความใส่ใจต่อประวัติศาสตร์ สังคมเกาหลีก็จะไม่วิจารณ์รุนแรงเช่นนี้



โฆษณาView this post on Instagram
ข้อมูลจาก : koreaherald
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นักวิจัยเผย สาวญี่ปุ่น Gen Z ฮิตเทรนด์แฟชั่น ไทย-เวียดนาม มากกว่าเกาหลี
- สื่อเกาหลีใต้แฉ นักแสดงสาวลวงเพื่อนร่วมชาติ ไปทำงานไลฟ์โป๊ที่กัมพูชา
- งานเข้า นักแสดงสาวถูกสื่อแบน-ซีรีส์เลื่อนถ่าย หลังโดนแฉพฤติกรรม จนเพื่อนเอือม





