ประวัติ ป้าดาขอนแก่นคือใคร อ้างทวงคืนที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม สรุปดราม่า พิพาทโฉนด 21 ไร่ยาวนานกว่า 20 ปี
เปิดประวัติ ป้าดา ขอนแก่น ทายาททวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม สรุปปมพิพาทโฉนด 21 ไร่ยาวนานกว่า 20 ปี
ดารุณี หลานสาวนายเฮียง กางหลักฐานอ้างสิทธิ์ครอบครองที่ดินสร้างวัดเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังสัญญาตั้งเงื่อนไขโมฆะ สู้คดีถึงชั้นศาลฎีกาก่อนเกิดเหตุปิดทางเข้าออก
นางดารุณี หรือ ป้าดา กำลังเป็นไวรัล หลังเถียงหนุ่ม กรรชัย กลางโหนกระแส เป็นนักอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่น มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้กับวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ป้าดาเป็นหลานสาวของนายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินเดิมผู้เคยทำเรื่องมอบที่ดินสำหรับสร้างวัด ป้าดากลายเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังออกมาชี้แจงพร้อมประกาศทวงคืนพื้นที่วัดผ่านสื่อมวลชน
เปิดผังลำดับญาติ ป้าดา เป็นอะไรกับ นายเฮียง
รายการโหนกระแส เปิดผังลำดับญาติของนายเฮียง มีภรรยาชื่อยายนาง มีลูก 9 คน ส่วนป้าดามีศักดิ์เป็นหลานของยายนาง โดยยายนาง มีน้องสาว ป้าดาเป็นลูกของน้องสาวยายนาง
ทนายตุ๋ย อธิบายว่า จากลำดับญาติดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ป้าดาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นแค่หลาน เพราะเจ้าของที่ดินเขามีลูกอยู่ ทายาทลำดับชั้นลูก หรือผู้สืบสันดาน จึงตัดสิทธิ์ทายาทลำดับท้ายๆ ไป ไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดก ป้าดาจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ส่วนป้าดาอยู่ในสถานะผู้รับมอบอำนาจหรือไม่ ต้องไปดูในสำนวน หากไม่มี ป้าดาก็ไม่เกี่ยวในคดีเช่นกัน
สรุปดราม่า “ยกพวกยึดวัด” ที่ดินป่าอดุลยาราม ขอนแก่น อ้างมีเจ้าของ ไล่พระออก
สรุปคดี ข้อพิพาท โฉนดที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ข้อพิพาทเรื่องการออกโฉนดและการครอบครองที่ดินระหว่างฝ่ายทายาทกับทางวัดยืดเยื้อยาวนานกว่า 20 ปี ปัจจุบันคดีความอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา ฝ่ายทายาทนำท่อปูนมาปิดกั้นทางเข้าออกวัดเพื่อปกป้องทรัพย์สินของครอบครัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ต้องจัดกำลังสายตรวจเฝ้าระวังพื้นที่รอบวัดป่าอดุลยารามอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายรวมถึงดูแลความปลอดภัยให้แก่พระสงฆ์และประชาชน
อย่างไรก็ดี ตามความเป็นจริงที่พิสูจน์แล้วในอดีต จากผลพิพากษาทั้ง 5 ศาล ในคดีแรก ซึ่งภรรยาของนายเฮียง (ผู้บริจาคเดิม) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขับไล่วัดและขอเพิกถอนการยกที่ดิน คดีได้สู้กันถึงชั้นศาลฎีกา ผลคำตัดสินว่า
คำพิพากษาศาลฎีกา วางหลักกฎหมายว่า เมื่อนายเฮียงผู้เป็นเจ้าของที่ดินได้แสดงเจตนาอุทิศยกที่ดินเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ให้สร้างวัดตั้งแต่ปี 2533 ที่ดินดังกล่าวย่อมตกเป็นของแผ่นดินเพื่อใช้สำหรับสร้างวัดทันทีตามเจตนาของผู้ให้อุทิศ โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียนโอนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน
การพิสูจน์เจตนา ในชั้นศาล ฝ่ายภรรยานายเฮียงเองก็ได้ยอมรับกลางศาลว่า นายเฮียงตั้งใจมอบที่ดินให้สร้างวัดจริง ศาลจึงพิพากษาให้วัดชนะคดี
ต่อมา ฝ่ายทายาท (นำโดยผู้จัดการมรดกและป้าดา) ได้ยื่นฟ้องรอบใหม่ต่อศาลแพ่ง โดยฟ้องวัดป่าอดุลยาราม เจ้าพนักงานที่ดินขอนแก่น และเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อขอคืนที่ดินโดยอ้างประเด็นทางเอกสารสิทธิ์ เงื่อนไขในสัญญา และการรังวัดแบ่งแยกโฉนด
คำสั่งศาลแพ่งชั้นต้น และ ศาลฎีกา (คำร้อง) ศาลได้มีคำสั่ง ยกคำร้อง/ยกฟ้อง ของฝ่ายทายาท เนื่องจากมีคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งเป็นบรรทัดฐานรับรองกรรมสิทธิ์การอุทิศที่ดินเพื่อศาสนสมบัติไว้แล้ว





