ครม.ไฟเขียว ยุบข้าราชการ 11 ตำแหน่ง เริ่มปีงบประมาณ 2570

ครม. เห็นชอบ ยุบข้าราชการ 11 ตำแหน่ง ทุกกรณี ที่ว่างจากเกษียณ เลิกสายงานสนับสนุน เริ่มปีงบประมาณ 2570
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุม ครม. ว่า งบประมาณรายจ่ายประจำของประเทศสูงถึงร้อยละ 70 โดยงบด้านบุคลากรคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมาก ขณะที่รัฐบาลยังมีภารกิจอีกหลายด้านที่ต้องใช้งบประมาณ
ครม. มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ หรือ คปร. มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทำหน้าที่ศึกษาแนวทางปฏิรูปให้สอดคล้องกับนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา
มาตรการแรกคือชะลอการขอรับจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี ให้ส่วนราชการตรึงอัตรากำลังและบริหารอัตราที่มีอยู่เดิม บรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นตามบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่ประกาศไว้แล้ว
มาตรการที่สองคือการยุบเลิกตำแหน่ง แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกให้ อ.ก.พ. กระทรวง ยุบเลิกกรอบอัตราที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567
ครอบคลุมประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการและชำนาญการ กับประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานและชำนาญงาน ข้อยกเว้นคือตำแหน่งที่ประกาศรับสมัครไว้แล้ว โดยให้รายงานผลต่อ คปร. ภายในเดือนธันวาคม 2569
ส่วนที่สองคือยุบเลิกอัตราว่างจากการเกษียณในปีงบประมาณ 2570 เฉพาะตำแหน่งประเภทวิชาการและทั่วไปที่เดิมเคยทดแทนด้วยพนักงานราชการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 ถึง 2575 จะไม่ทดแทนด้วยกรอบพนักงานราชการอีก
ยกเว้นสายงานแพทย์และทันตแพทย์ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ
ส่วนที่สามคือทยอยยุบเลิกตำแหน่งสายงานสนับสนุน 11 สายงาน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเกษียณ เริ่มปีงบประมาณ 2570 โดยให้ใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมทดแทน ประกอบด้วย
- เจ้าพนักงานธุรการ เฉพาะส่วนกลาง
- เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
- เจ้าพนักงานสื่อสาร
- เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
- เจ้าพนักงานห้องสมุด
- นายช่างขุดลอก
- นายช่างพิมพ์
- นายช่างภาพ
- นายช่างศิลป์
- บรรณารักษ์ ยกเว้นกรมศิลปากร
- ผู้ประกาศและรายงานข่าว
ครม. มอบหมายให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาทและปรับปรุงโครงสร้างให้สอดรับกับมาตรการตรึงอัตรากำลัง โดยต้องไม่กระทบประสิทธิภาพการบริการประชาชน
สำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพิ่มเติม เช่น มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด การชะลอกำหนดตำแหน่งระดับสูงขึ้น และการส่งเสริมระบบจ้างเหมาบริการ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการปฏิรูประบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศ
นายปกรณ์ กล่าวว่า แนวทางนี้จะใช้อัตรากำลังปัจจุบันเป็นเพดานสูงสุด ตั้งเป้าลดสัดส่วนงบบุคลากรจากร้อยละ 70 เหลือร้อยละ 30 คาดว่าใช้เวลาราว 8 ปี
ปัจจุบันไทยมีกำลังคนภาครัฐราว 3 ล้านคน นับรวมข้าราชการพลเรือน ทหาร และพนักงานของรัฐ เป้าหมายระยะยาวคือลดเหลือราว 2 ล้านคน
นอกจากนี้ยังมีการศึกษามาตรการเกษียณก่อนกำหนด พร้อมเงินก้อน 8 ถึง 12 เท่า
มาตรการชุดนี้ไม่กระทบผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่เดิม เพราะการยุบเลิกจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ครองตำแหน่งเกษียณหรือตำแหน่งว่างลงเท่านั้น
ผู้ที่กระทบโดยตรงคือผู้เตรียมสอบบรรจุใน 11 สายงานนี้ ซึ่งจะมีอัตราเปิดใหม่ลดลงตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปกรณ์ สั่ง ก.พ. ศึกษา “ประกันสุขภาพ” แทนระบบเบิกจ่ายค่ารักษาข้าราชการ
- ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ งบพุ่งไม่หยุด แตะ 94,200 ล้าน ปีงบ 2570
- โพลเผย “ข้าราชการ” กอดงานแน่น เหตุผลหลัก มั่นคง-สวัสดิการดี เงินเดือนเริ่ด





