อ.ปวิน โต้แทน ไอซ์ รักชนก ปมถูกแซะติดบัตรใกล้จุดลับ ชี้ล้ำเส้นเหยียดผู้หญิง
อ.ปวิน ย้ำ แม้ไม่ได้เห็นด้วยกับ ไอซ์ รักชนก ทุกเรื่อง แต่การโจมตีด้วยเรื่องเพศไม่ใช่การวิจารณ์นักการเมือง ย้อนที่มาภาพคุยรัฐมนตรีปมโครงการ NDLP
กลายเป็นดราม่าที่ลุกลามจากภาพถ่ายเพียงภาพเดียว หลังชาวเน็ตบางกลุ่มวิจารณ์ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน กรณีหนีบบัตรประจำตัวไว้บริเวณช่วงเอว ขณะยืนสนทนากับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรืออาจารย์เชน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายในอาคารรัฐสภา
ภาพดังกล่าวถูกนำไปขยายความในเชิงล้อเลียนทางเพศ ทั้งตำแหน่งของบัตร เสื้อผ้า และท่าทางของบุคคลในภาพ จนเกิดความคิดเห็นหยาบคายตามมาเป็นจำนวนมาก ทั้งที่บทสนทนาในวันนั้นเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบโครงการใช้งบประมาณของภาครัฐ
ล่าสุด อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ออกมาแสดงความเห็นปกป้องรักชนก โดยระบุว่า แม้ตัวเขาไม่ได้เห็นด้วยกับทุกเรื่องที่ สส.หญิงรายนี้พูด และเคยวิจารณ์เธออย่างรุนแรงหลายครั้ง แต่การที่ฝ่ายตรงข้ามนำเรื่องเพศมาใช้โจมตีถือว่า “เลยเส้น” เพราะไม่ได้เป็นเพียงการดูหมิ่นนักการเมือง แต่เป็นการดูหมิ่นผู้หญิงด้วย
อ.ปวิน ยังตอบโต้ผู้ที่วิจารณ์ด้วยถ้อยคำรุนแรง โดยมีใจความว่า ตำแหน่งที่รักชนกจะใช้ติดบัตรเป็นเรื่องของเจ้าตัว ไม่ใช่เรื่องที่บุคคลอื่นควรนำไปเหยียดหยามหรือเชื่อมโยงกับอวัยวะเพศ แม้ข้อความของเขาจะใช้ภาษาตรงและหยาบตามลักษณะการตอบโต้ แต่แกนสำคัญอยู่ที่การปฏิเสธการโจมตีผู้หญิงผ่านเรื่องร่างกายและเพศ

ย้อนที่มาภาพ ไอซ์คุยอาจารย์เชนเรื่องโครงการ NDLP
ก่อนหน้านี้ รักชนกชี้แจงว่า ภาพที่ถูกนำไปวิจารณ์เกิดขึ้นระหว่างที่เธอหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เกี่ยวกับโครงการ National Digital Learning Platform หรือ NDLP ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รักชนกระบุว่า โครงการระยะแรกใช้งบประมาณประมาณ 445 ล้านบาท โดยขอบเขตงานระบุการจ้างที่ปรึกษา 475 คน แต่ผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบกลับเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้และสื่อการสอนประมาณ 5,000 คลิป เธอจึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ระบุการจ้างพัฒนาแพลตฟอร์มและผลิตเนื้อหาให้ตรงกับงานตั้งแต่ต้น
เธอยังกล่าวว่า คณะกรรมาธิการติดตามการใช้งบประมาณได้ขอรายชื่อที่ปรึกษาทั้ง 475 คนจาก สพฐ. แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีรายชื่ออยู่ในมือ ทั้งที่โครงการมีการเบิกจ่ายเงินแล้ว จากนั้นจึงขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งรับดำเนินโครงการ แต่ยังไม่ได้รับรายชื่อ โดยมีการอ้างเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
รักชนกจึงตั้งข้อสงสัยต่อว่า ผู้ปฏิบัติงานทั้ง 475 คนเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยทั้งหมดหรือไม่ มีการส่งงานต่อให้เอกชนหรือเปล่า และผลงานที่ส่งมอบตรงตาม TOR มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยดังกล่าวยังเป็นการตรวจสอบและการตั้งคำถามของรักชนก ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ หรือเอกชนรายใดกระทำความผิด
ช่วงท้าย รักชนกระบุว่า ข้อมูลรายชื่อผู้ปฏิบัติงานอาจเป็นส่วนสำคัญในการตรวจสอบโครงการอื่นในกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยมีอำนาจกำกับดูแล พร้อมพาดพิงถึงบริษัทที่เธอมองว่าเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน”
ส่วนนี้ยังเป็นการกล่าวหาและการประเมินทางการเมืองของรักชนก จึงต้องรอ TOR สัญญาจ้าง รายงานการส่งมอบงาน หลักฐานการเบิกจ่าย และคำชี้แจงจากหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึง ก่อนจะสรุปว่ามีการเอื้อประโยชน์หรือทุจริตเกิดขึ้นจริง
จากเดิมที่ภาพควรถูกพูดถึงในฐานะการสนทนาเรื่องงบประมาณหลายร้อยล้านบาท ประเด็นกลับถูกดึงไปอยู่ที่ตำแหน่งติดบัตรของนักการเมืองหญิง การออกมาเคลื่อนไหวของปวินจึงทำให้การถกเถียงกลับมาอยู่ที่คำถามว่า การวิจารณ์นักการเมืองควรพุ่งไปที่การทำงานและหลักฐาน หรือควรปล่อยให้การเหยียดเพศเข้ามาแทนที่เนื้อหาทั้งหมด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไอซ์ รักชนก สวนคนแซะติดบัตรตรงเอว เผยที่มาภาพคุย “อาจารย์เชน” ปม NDLP
- อ.ปวิน ซัด คนค้านเยียวยาเหยื่อไฟไหม้ ทำไมคนเที่ยวถูกมองชั่ว ลั่น วัดมีเต็มไปหมด
- รมว.ยุติธรรม ปัดกระแสข่าวแลกคดี หลัง “ป้อม ภาวุธ” เปลี่ยนท่าที TH-AI Passport
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





