ข่าว

ย้อนประวัติ สมาคมสายธารสะพานบุญ จากส่งศพฟรีกว่า 8,000 ราย สู่คำสั่งระงับ

เปิดไทม์ไลน์ก่อตั้ง สมาคมสายธารสะพานบุญ ส่งศพฟรีทั่วไทย ปมเงินบริจาค และสถานะทะเบียนล่าสุดที่ยังรอคำยืนยันจากจังหวัดระยอง

สมาคมสายธารสะพานบุญ องค์กรที่คนไทยรู้จักจากภารกิจส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้านเกิดฟรีทั่วประเทศ กำลังเป็นที่พูดถึงอีกครั้งหลังมีคำสั่งระงับกิจกรรมเมื่อปลายปี 2567 หลายคนยังสงสัยว่าตอนนี้สมาคมปิดตัวไปแล้วจริงหรือไม่ The Thaiger ไล่เรียงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้อ่านจบในบทความเดียว

ใครคือผู้ก่อตั้ง สมาคมสายธารสะพานบุญ

ผู้ริเริ่มโครงการและเป็นบุคคลที่สังคมรู้จักมากที่สุดคือนายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปอนด์ ส่งศพฟรีทั่วไทย เขาเคยทำงานอาสากู้ภัยมาก่อน และพบว่าหลายครอบครัวต้องหาเงินหลักหมื่นบาทเพื่อนำร่างคนที่รักกลับไปจัดพิธีที่บ้านเกิด จึงเริ่มควักเงินส่วนตัวพร้อมแรงสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน ช่วยรับส่งร่างโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ก่อนขยายเป็นโครงการและจดทะเบียนเป็นสมาคมในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม คำว่าผู้ก่อตั้งกับนายกสมาคมตามโครงสร้างบริหารเป็นคนละตำแหน่งกัน ข่าวเดือนเมษายน 2568 ระบุว่านายสุขสวัสดิ์ สุขแจ่ม ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ส่วนปอนด์เป็นผู้ก่อตั้งและผู้ดำเนินกิจกรรมที่มีชื่อเสียงต่อสาธารณะ แต่เจ้าตัวยอมรับภายหลังว่าไม่มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการของสมาคม

ยังไม่พบวันจดทะเบียนที่ชัดเจนจากประกาศนายทะเบียนที่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่พอประเมินไทม์ไลน์ได้ดังนี้ เดือนธันวาคม 2563 โครงการระบุว่าดำเนินงานมาแล้วประมาณ 1 ปี 4 เดือน จึงน่าจะเริ่มกิจกรรมราวกลางปี 2562 ต่อมาเดือนเมษายน 2568 นายกสมาคมระบุว่าจดทะเบียนสมาคมมาแล้วประมาณ 4 ปี ซึ่งชี้ว่าน่าจะจดทะเบียนราวปี 2564 ตัวเลขปีจดทะเบียนที่แน่นอนยังควรตรวจสอบซ้ำกับนายทะเบียนสมาคมประจำจังหวัดระยองก่อนยืนยัน

ภารกิจหลักคือส่งศพฟรีทั่วไทย

งานที่สร้างชื่อเสียงให้สมาคมคือโครงการส่งผู้เสียชีวิตฟรีทั่วประเทศไทย ช่วยครอบครัวผู้ยากไร้ ศพไร้ญาติ หรือครอบครัวที่ยังหาเงินจัดการเรื่องศพไม่ทัน ด้วยการให้บริการรถรับส่งร่างกลับบ้านเกิดหรือวัดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

นอกจากการเคลื่อนย้ายร่างแล้ว ช่วงเริ่มต้นสมาคมยังช่วยจัดหาโลงศพและสนับสนุนพิธีศพเบื้องต้น เช่น สวดอภิธรรมหนึ่งคืน จัดอาหารและปัจจัยถวายพระ บวชหน้าไฟ และเคลื่อนศพสู่เมรุ เป้าหมายเดิมคือขยายเครือข่ายให้ทุกจังหวัดมีรถบริการอย่างน้อยหนึ่งคัน ภายหลังเครือข่ายยังทำกิจกรรมช่วยผู้ประสบภัยพิบัติและรับบริจาคโลงศพ ผ้าห่อศพ รวมถึงสิ่งของอื่นๆ แต่งานหลักที่คนจดจำยังคงเป็นการรับส่งร่างผู้เสียชีวิต

ตัวเลขผลงานการช่วยเหลือที่ผ่านมา

ตัวเลขต่อไปนี้มาจากคำให้สัมภาษณ์และโพสต์ของผู้บริหารสมาคมเอง ยังไม่ใช่สถิติที่หน่วยงานภายนอกตรวจสอบรับรอง เดือนธันวาคม 2563 สมาคมระบุว่าช่วยส่งและจัดการศพไปแล้วกว่า 900 ราย ผ่านมาเกือบ 2 ปีตัวเลขเพิ่มเป็นราว 2,000 ราย เดือนมกราคม 2567 ทะลุ 6,000 ราย และช่วงเดือนธันวาคม 2567 ถึงเมษายน 2568 มีรายงานว่าเกิน 8,000 ราย ขณะที่เดือนเมษายน 2568 นายกสมาคมระบุว่ามีรถในเครือข่ายประมาณ 40 คัน

ปัจจุบันยังเปิดทำงานอยู่หรือไม่?

คำตอบต้องแยกเป็นสองส่วนคือสถานะทางทะเบียนกับการทำกิจกรรมจริง

สถานะทางทะเบียน วันที่ 25 ธันวาคม 2567 ปอนด์โพสต์ว่าจังหวัดมีคำสั่งถอดถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียน พร้อมให้สำนักงานใหญ่และทุกสาขายุติการทำงาน หลังจากนั้นเจ้าตัวระบุว่ามีเวลายื่นอุทธรณ์ ส่วนข่าววันที่ 4 เมษายน 2568 ให้รายละเอียดต่างออกไปเล็กน้อย โดยนายกสมาคมระบุว่านายอำเภอบ้านฉางสั่งให้สมาคมระงับการทำงาน และส่งเรื่องให้จังหวัดพิจารณาถอนทะเบียน พร้อมยืนยันว่าได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปแล้ว จากการตรวจสอบครั้งนี้ยังไม่พบคำสั่งทางราชการฉบับเต็มที่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าผลอุทธรณ์เป็นอย่างไร สมาคมถูกเพิกถอนเด็ดขาดหรือได้รับอนุญาตให้กลับมาดำเนินงานในฐานะนิติบุคคลแล้ว จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสมาคมกลับมาเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

การทำกิจกรรม แม้มีคำสั่งระงับหรือถอดถอนในช่วงปลายปี 2567 แต่ยังพบความเคลื่อนไหวที่ใช้ชื่อสมาคมสายธารสะพานบุญและเครือข่ายสายธารต่อเนื่องในปี 2568 ถึง 2569 เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วม การรับบริจาคโลงศพ การเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต และกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดระยองเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569

กล่าวโดยสรุป ปัจจุบันยังพบการทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนภายใต้ชื่อและเครือข่ายสายธารสะพานบุญ แต่ยังไม่พบเอกสารทางราชการที่เผยแพร่ต่อสาธารณะเพื่อยืนยันสถานะทางทะเบียนหลังยื่นอุทธรณ์ ผู้ที่ต้องการความชัดเจนควรสอบถามโดยตรงกับที่ทำการปกครองจังหวัดระยอง ซึ่งทำหน้าที่นายทะเบียนสมาคมประจำจังหวัด

ปัจจุบันยังเปิดทำงานอยู่หรือไม่?
FB/จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง

ข้อพิพาทที่ดินและรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณ

สมาคมเคยใช้ที่ดินบริเวณแยกส้มหล่น ตำบลห้วยโป่ง จังหวัดระยอง เป็นที่ตั้งรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณขนาดใหญ่ ปอนด์ระบุว่าเริ่มจากเช่าที่ดิน 365 ตารางวา เดือนละ 15,000 บาท ก่อนเจรจาซื้อในราคาที่เพิ่มจากประมาณ 6 ล้านบาทเป็น 8.8 ล้านบาท และวางเงินไปแล้ว 1 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชำระเงินส่วนที่เหลือได้ตามกำหนด จึงเผชิญคำสั่งให้ย้ายรูปปั้นออกจากพื้นที่

ฝั่งเจ้าของที่ดินชี้แจงว่าผู้เช่าไม่ได้ชำระตามงวดที่ตกลง และเคยสื่อสารต่อสาธารณะในลักษณะว่าซื้อที่ดินแล้วทั้งที่การซื้อขายยังไม่เสร็จสิ้น จึงไม่ประสงค์ขายต่อ ประเด็นนี้ยังเป็นข้อพิพาทระหว่างคู่กรณี ยังไม่ควรสรุปว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทั้งหมด

กระแสตั้งคำถามเรื่องเงินบริจาคและความโปร่งใส

ก่อนมีคำสั่งระงับสมาคม เคยมีกระแสออนไลน์เรียกร้องให้เปิดเผยรายรับรายจ่าย หลังเพจและกลุ่มบุคคลบางส่วนตั้งข้อสังเกตเรื่องยอดบริจาค การแปะเลขบัญชี และการนำเงินไปใช้

ต่อมามีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่ามีการนำเงินสมาคมไปเลี้ยงดูครอบครัว ซื้อรถ ใช้ปล่อยกู้ และเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง ขณะที่นายกสมาคมและปอนด์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าทำบัญชี ยื่นงบดุลและภาษีตามขั้นตอนปกติ

ปัจจุบันยังไม่พบคำพิพากษาหรือผลตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐที่ยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องยักยอกเงินบริจาค จึงต้องรายงานว่ามีผู้ร้องเรียนกล่าวหาเท่านั้น ควบคู่กับคำปฏิเสธของอีกฝ่าย

ปมถูกสั่งหยุดและถอดถอนชื่อจากทะเบียน

ปอนด์ชี้แจงว่าสาเหตุหลักของคำสั่งระงับไม่ได้เกี่ยวกับเงินบริจาคโดยตรง แต่เป็นเพราะเขาเป็นผู้ดำเนินงานที่มีบทบาทต่อสาธารณะ ทั้งที่ไม่มีชื่อในโครงสร้างสมาชิกหรือคณะกรรมการสมาคม

เมื่อมีผู้ร้องเรียนจึงเกิดปัญหาทางกฎหมายและนำไปสู่คำสั่งหยุดหรือถอดถอน อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงนี้เป็นข้อมูลจากฝั่งปอนด์เพียงด้านเดียว ฝ่ายนายทะเบียนจังหวัดยังไม่มีเอกสารคำสั่งฉบับเต็มที่เปิดเผยให้ตรวจสอบว่ามีเหตุประกอบอื่นหรือไม่

การร้องเรียนกลับและคดีระหว่างคู่กรณี

เดือนเมษายน 2568 นายกสมาคมและปอนด์เข้าร้องกองปราบปราม กล่าวหาหญิงสองรายว่าแจ้งความเท็จและใช้รายชื่อผู้อื่นร้องเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่ายสมาคมยืนยันว่าถูกกลั่นแกล้งจากข้อพิพาทในโซเชียลมีเดีย

ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2569 ปอนด์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรื่องคุกคาม หลังโทรศัพท์ไปสอบถามคู่กรณีเกี่ยวกับการล่ารายชื่อถอดถอนสมาคม เจ้าตัวปฏิเสธเจตนาคุกคามและเตรียมต่อสู้คดีตามกระบวนการกฎหมาย คดีนี้ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

กระแสอ้างว่าส่งเรื่องให้ ปปง. ตรวจเส้นทางเงิน

เพจข่าวและสื่อบางแห่งเคยอ้างว่าฝ่ายปกครองส่งหนังสือให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาค แต่จากการตรวจสอบครั้งนี้ยังไม่พบแถลงการณ์หรือผลตรวจอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานดังกล่าว จึงยังไม่สามารถระบุว่าพบเงินผิดปกติหรือพบการทุจริตแล้ว

เคยเปิดเผยยอดบริจาคเท่าไหร่

จากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม เบื้องต้นยังไม่พบยอดรับบริจาครวมตลอดอายุโครงการหรือรายงานการเงินฉบับเต็มที่สาธารณชนดาวน์โหลดตรวจสอบได้ ตัวเลขที่พบเป็นยอดจากแคมเปญย่อยเท่านั้น เช่นแคมเปญกองบุญ 99 บาท เพื่อจัดซื้อรถเคลื่อนย้ายร่าง

โดยเพจโครงการเคยอัปเดตยอดไว้ประมาณ 204,508 บาท ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ยอดรวมเงินบริจาคทั้งหมดของสมาคม

นอกจากนี้สมาคมยังรับบริจาคในรูปสิ่งของ เช่น รถ โลงศพ ผ้าห่อศพ และอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ไม่มีมูลค่ารวมที่ตรวจสอบได้จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ

ภาพรวมของสมาคมสายธารสะพานบุญตอนนี้มีสามด้านที่ต้องมองควบคู่กัน คือผลงานสาธารณประโยชน์ที่ช่วยครอบครัวผู้ยากไร้ไปแล้วหลายพันราย ข้อร้องเรียนเรื่องความโปร่งใสของเงินบริจาคที่ยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย และสถานะทางทะเบียนที่ยังต้องรอคำยืนยันจากจังหวัดระยองหลังยื่นอุทธรณ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button