ข่าว

ด่วน! อนุทิน สั่งดำเนินคดีเจ้าของโรงเบียร์ลาดพร้าว แบนถาวรห้ามกลับมาเปิดอีก

หลังไฟไหม้คร่าชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 76 ราย นายกฯ ชี้ประตูหนีไฟถูกล็อก 2 ชั้น กทม. เตรียมทบทวนกฎหมายโซนนิ่งสถานบริการทั่วกรุงเทพฯ

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เพิ่มเป็น 30 ราย บาดเจ็บ 76 ราย ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 กรุงเทพมหานครระบุว่าทราบอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ราย ส่วนอีก 3 ราย อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องดำเนินคดีกับเจ้าของกิจการจนถึงที่สุด แม้ตนไม่มีอำนาจสั่งการโดยตรง แต่สามารถมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้ นายกฯ ยังกล่าวถึงประตูหนีไฟของร้านที่พบว่ามีการล็อกไว้ถึง 2 ชั้น เมื่อสอบถามเหตุผล ได้รับคำตอบว่าเกรงลูกค้าจะรับประทานแล้วไม่จ่ายเงิน ซึ่งอนุทินระบุว่าเป็นเหตุผลที่รับไม่ได้ พร้อมย้ำว่าเจ้าของ ผู้จัดการ และผู้ประกอบกิจการต้องถูกดำเนินคดี และสถานที่เกิดเหตุจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาประกอบกิจการสถานบันเทิงอีกต่อไป

กระทรวงมหาดไทยรายงานผลตรวจเบื้องต้นว่า พบข้อบกพร่องหลายจุดในอาคาร ทั้งวัสดุตกแต่งที่ไม่ทนไฟ ทางหนีไฟถูกปิดกั้น ประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐาน และมีป้าย “ห้ามเปิด เฉพาะพนักงานและเจ้าหน้าที่” ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้ลูกค้าขณะเกิดเหตุ ด้านสถานะทางกฎหมาย ร้านดังกล่าวมีการขายอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดดนตรี และยินยอมให้มีการเต้นรำ จึงเข้าข่าย “สถานบริการ” ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 แต่ตรวจไม่พบใบอนุญาตสถานบริการ และที่ตั้งยังอยู่นอกเขตโซนนิ่งที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดสถานบริการในกรุงเทพฯ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งให้ทุกเขตจัดเจ้าหน้าที่ตรวจร้านอาหารกึ่งผับและสถานบันเทิงที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากทุกคืน หากพบความผิดปกติให้สั่งปิดปรับปรุงทันที 30 วัน พร้อมนำมาตรฐานสถานบริการ เช่น ระบบสปริงเกอร์ ทางหนีไฟ และวัสดุไม่ลามไฟ มาใช้กับร้านอาหารที่มีลักษณะคล้ายสถานบันเทิง และจัดทำบัญชีร้านเสี่ยงส่งให้ตำรวจดำเนินการ

ทั้งฝ่ายรัฐบาลและกรุงเทพมหานครเห็นตรงกันว่ากฎหมายโซนนิ่งสถานบริการในปัจจุบันล้าสมัย ไม่ทันร้านอาหารกึ่งผับที่จดทะเบียนเป็นร้านอาหารแต่เปิดบริการเหมือนสถานบันเทิง อนุทินระบุว่าพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีเพียงถนนข้าวสารและ RCA ส่วนพื้นที่นอกโซนนิ่งเปิดได้ถึงเที่ยงคืนและห้ามจัดมหรสพ ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างหารือเพื่อทบทวนระบบโซนนิ่งใหม่ ยังไม่มีการยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายอย่างเป็นทางการ ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้

สำหรับประชาชนที่ใช้บริการร้านอาหารกึ่งผับ ควรสังเกตทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉินของสถานที่ก่อนเข้าใช้บริการทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงร้านที่มีการปิดกั้นทางออกหรือมีป้ายห้ามใช้ทางออกในยามฉุกเฉิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button