ข่าว

สรุปคำชี้แจงฝั่งคู่กรณี ดราม่า นศ.วิศวะ ม.ดัง กางไทม์ไลน์เต็ม อ้างจุดแตกหักคือ “เงินจัดเลี้ยงรุ่น”

สรุปดราม่า บูลลี่ นศ.วิศวะ ม.ดัง กลุ่มเพื่อนฝั่งคู่กรณีเปิดแชตพร้อมไทม์ไลน์ ยันไม่ได้บูลลี่เรื่องพ่อ ไม่กีดกันเรื่องเรียน แต่ยอมรับลบออกจากกลุ่มเพราะปมเงินกองกลาง

หลังกระแสดราม่านักศึกษาวิศวกรรมมหาวิทยาลัยดังถูกเพื่อนร่วมรุ่นรุมบูลลี่จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ล่าสุดฝั่งคู่กรณีได้ออกมาเปิดเผยไทม์ไลน์และแชทฉบับเต็ม เพื่อชี้แจงมุมมองของตัวเองในหลายประเด็นที่ถูกพาดพิง โดยยืนยันว่าจุดแตกหักที่แท้จริงมาจากเรื่อง เงินจัดเลี้ยงรุ่น ไม่ใช่การกลั่นแกล้งเรื่องส่วนตัวตามที่ถูกกล่าวหา

ฝ่ายคู่กรณีระบุว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ทางรุ่นมีมติร่วมกันให้เก็บเงินกองกลางคนละ 100 บาทต่อเดือน สำหรับใช้จัดงานเลี้ยงบัณฑิต โดยเริ่มเก็บตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 และดำเนินไปด้วยดีจนถึงช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนที่นักศึกษาซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง หรือที่เรียกกันว่า “น้อง ม.” จะเริ่มจ่ายเงินล่าช้าและแสดงท่าทีไม่ต้องการจ่ายต่อ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นวันที่ 10 มีนาคม 2569 เมื่อน้อง ม. แจ้งขอหยุดจ่ายเงินเพิ่ม โดยให้เหตุผลว่าตนเองอาจเรียนไม่จบพร้อมเพื่อนและไม่ต้องการร่วมกิจกรรมรุ่นอีก ซึ่งฝ่ายคู่กรณีมองว่าขัดกับข้อตกลงเดิม จึงมีการประชุมใหญ่ในวันถัดมาเพื่อหาข้อสรุป แต่น้อง ม. ไม่ได้เข้าร่วม ทำให้ที่ประชุมมีมติให้ยังคงต้องจ่ายเงินตามเดิม

ต่อมาระหว่างเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม เกิดการทวงถามเรื่องเงินในแชทกลุ่ม ซึ่งฝ่ายคู่กรณียอมรับว่ามีการใช้ถ้อยคำในเชิงข่มขู่จริง พร้อมกล่าวขอโทษในส่วนนี้ ก่อนที่ตัวแทนเพื่อน 3 คนจะเจรจานอกรอบจนได้ข้อสรุปว่าน้อง ม. จ่ายเพียงถึงเดือนเมษายน โดยไม่ต้องร่วมกิจกรรมรุ่นอีก แต่เมื่อน้อง ม. เข้าไปแจ้งเรื่องนี้ในแชทกลุ่มหลักด้วยตัวเอง กลับกลายเป็นชนวนให้เพื่อนบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยรุมต่อว่าในแชทตามที่ปรากฏเป็นข่าว

ในประเด็นที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดอย่างการแซะเรื่อง “ทุนเยียวยา” ฝ่ายคู่กรณีอธิบายว่าเกิดจากความไม่พอใจที่น้อง ม. อ้างไม่มีเงินจ่ายค่ากองกลาง แต่กลับพบว่ามีการใช้ชีวิตท่องเที่ยวและซื้อของราคาสูงผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าล้อเลียนเรื่องอุบัติเหตุของบิดา ฝ่ายคู่กรณียืนยันว่าเพื่อนที่พิมพ์ข้อความในตอนนั้นไม่ทราบเรื่องอุบัติเหตุของบิดามาก่อน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่รับรู้กันเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิทตั้งแต่ปี 2 เท่านั้น

ส่วนกรณีถูกกล่าวหาว่ากีดกันไม่ให้รับข้าวกล่องในวันอบรม ฝ่ายคู่กรณีอธิบายว่าเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของจังหวะเวลา เนื่องจากน้อง ม. มาร่วมกิจกรรมล่าช้ากว่ากำหนด และขณะที่อาจารย์แจ้งว่ายังมีข้าวเหลือ น้อง ม. กำลังยืนคุยกับอาจารย์อยู่อีกจุดหนึ่ง ทำให้เพื่อนคนอื่นเดินไปหยิบข้าวจากอีกทิศทางจนหมดก่อน ไม่ได้เกิดจากความจงใจกีดกันแต่อย่างใด

สำหรับการถูกลบออกจากกลุ่มแชทของรุ่น ฝ่ายคู่กรณียอมรับตรงไปตรงมาว่าเป็นความจริง โดยให้เหตุผลว่ากลุ่มดังกล่าวมีไว้เพื่อประสานงานเก็บเงินและเตรียมงานราตรีบัณฑิตโดยเฉพาะ เมื่อน้อง ม. แจ้งชัดเจนว่าจะไม่จ่ายเงินสมทบต่อ ทางกลุ่มจึงมองว่าไม่ได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบกับรุ่นอีกต่อไป จึงตัดสินใจนำออกจากกลุ่ม

ในประเด็นอุบัติเหตุระหว่างฝึกงานที่ถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่องกีดกันจนเรียนจบช้า ฝ่ายคู่กรณีชี้แจงว่าเป็นอุบัติเหตุรถชนที่เพื่อนเป็นผู้ขับและน้อง ม. เป็นผู้ซ้อนท้าย โดยเพื่อนที่ขับรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดไปแล้ว ส่วนเรื่องเรียนจบช้าหรือเร็วนั้น ฝ่ายคู่กรณียืนยันว่าน้อง ม. มีกลุ่มทำงานและส่งงานตามปกติตลอด ไม่เคยถูกกีดกันเรื่องการเรียนแต่อย่างใด

ท้ายที่สุด ฝ่ายคู่กรณีสรุปภาพรวมว่าเหตุการณ์ด่าทอรุนแรงในแชทเกิดขึ้นเพียงวันเดียวจากปมเรื่องเงินรุ่น แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหินนั้น สะสมมาจากหลายเหตุการณ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเรื่องเงินเป็นเพียงจุดแตกหักสุดท้ายที่ทำให้เพื่อนร่วมรุ่นเลือกถอยห่างออกมา

ทั้งนี้ เนื้อหาข้างต้นเป็นคำชี้แจงจากฝั่งคู่กรณีเพียงด้านเดียว ยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากฝ่ายน้อง ม. ในประเด็นเดียวกัน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายประกอบกันก่อนสรุปความเห็นใด ๆ

อ่านข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติม

ข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button