พบ “พ่อทิพย์” รับแจ้งเกิดให้ชาวจีน ถือหุ้นไชน่าเรลเวย์ฯ ตรวจแล้ว DNA ไม่ตรงกับลูก

เจ้าหน้าที่พบ พ่อทิพย์ รับแจ้งเกิดให้ชาวจีน ถือหุ้นไชน่าเรลเวย์ฯ ตรวจแล้ว DNA ไม่ตรงกับลูก เบื้องต้นตำรวจคุมตัวผู้เกี่ยวแล้วหลายสิบราย
พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร นำกำลังตำรวจกองบัญชาการ เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการ พ่อทิพย์รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้บุคคลต่างด้าว
ซึ่งเป็นการกระทำผิดร่วมกับทางโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต โดยใช้คนไทย สวมชื่อเป็นพ่อของเด็กต่างด้าวที่เกิดมาเพื่อให้ได้สัญชาติไทยโดยสายเลือด โดยการเกิดในประเทศไทย ก่อให้เกิดสิทธิ หน้าที่และประโยชน์ทุกด้านของพลเมืองไทย ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครอง เพื่อกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอำพรางการจดทะเบียนสมรสและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้รับสัญชาติไทยอันเป็นเท็จ
สำหรับกรณีที่ตรวจพบดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมนายเฉิน ยินไล สัญชาติจีน ซึ่งกระทำความผิดเป็นสแกมเมอร์ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 โดยจากการสืบสวนขยายผลพบว่ามีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยัง น.ส.เป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีนของนายเฉินซึ่งทั้งสอง มีบุตรรวม 3 คน โดยบุตรทั้ง 3 มีสัญชาติไทย
อย่างไรก็ตาม ทางกรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สืบสวนเชิงลึกพบว่ามีการจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.เป้าเจียว เฉิน เพื่อให้เป็นบิดาของบุตร รวมถึงทำคลอดและแจ้งการเกิดในประเทศไทย มีการซื้อแพ็คเกจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในการรับแจ้งเกิดให้เด็ก เพื่อให้ได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อ น.ส.สุนีย์ ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับติดต่อกับชาวจีน เพื่อให้ลูกของกลุ่มชาวจีนได้รับสัญชาติไทย โดยให้มาทำคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านฝั่งธนบุรี มีค่าใช้จ่ายครั้งละ 70,000บาทและมีค่าดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ ประมาณ 20,000 บาท โดยจะคอยทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารของบิดาและมารดาเพื่อนำไปแจ้งการเกิด โดยใช้คนไทยจดทะเบียนสมรสหรือมารับรองว่าเป็นบิดาค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000–15,000 บาท และมีน.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ซึ่งเชื่อว่ารู้เห็นกับการดำเนินการดังกล่าว
เบื้องต้นจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองพบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทย ที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายข้างต้น รวม 62 คู่ อีกทั้งยังเป็นผู้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19รายการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ขณะนี้กรมการปกครองได้แจ้งให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตและเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของชาวจีนเหล่านี้แล้ว พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พิจารณาเนรเทศคนต่างด้าวให้ออกจากราชอาณาจักรตามกฎหมายคนเข้าเมือง และให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการทางทะเบียนที่เป็นเท็จเพื่อดำเนินการทางวินัยและทางอาญา
ต่อมาศาลอาญา ได้พิจารณาออกหมายค้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นและติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำความผิด ประกอบด้วย น.ส.สุนีย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต และพ่อคนไทย รวม 17 ราย และแม่คนต่างด้าว 16 ราย แล้ว
ทั้งนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าตัวอ้างว่าเป็นพ่อจริงๆ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่นำดีเอ็นเอไปตรวจสอบ พบว่าไม่ตรงกับเด็ก อย่างไรก็ตามพ่อเด็กยืนกรานว่าเป็นพ่อของเด็ก และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าพ่อทิพย์ยังถือหุ้น 10% บริษัทไชน่าเรลเวย์ฯด้วย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





