ข่าว

“เฮียมอม้า” รับตบหัวดีเจจริง อ้างที่บอกรู้จักกูไหม ไม่ได้กร่าง พยายามขอโทษแล้ว

เฮียมอม้า รับตบหัวดีเจจริง อ้างที่บอกรู้จักกูไหม ไม่ได้กร่าง พยายามขอโทษแล้ว ชี้อีกฝ่ายแจ้งความเพราะไม่ได้อยากดำเนินคดี แต่เพราะอยากดัง

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pattara Kajohnnapapong ได้ร้องเรียนว่า “ผมถูกทำร้ายร่างกายด้วยการตบศรีษะ จำนวนหลายครั้ง ขณะเปิดเพลงอยู่ ที่จังหวัดขอนแก่น คืน วันที่ 13 มิย 69

ผมได้เดินทางไปเล่นดีเจให้กับร้านหนึ่งในจังหวัด ขอนแก่น รอบการเล่นผมคือ 01.30am หลังจากผมเล่นไปได้สักประมาณ 5-10นาที มีบุคคลที่ไม่รู้จัก ไม่เคยสนทนากันมาก่อน เข้ามาในบูธดีเจ และกล่าวทำนองว่าข่มขู่ “..กูบอกให้มึงเปิด HBD มึงไม่เข้าใจหรอ มึงรู้มั้ยกูเปนใคร” แล้วก็ตบเข้าที่ศีรษะของผม หลายครั้ง ติดต่อกัน ระหว่างนั้นมีถอดหมวกผมออก โยน และตบอีกครั้ง หรือตบจนหมวกหลุด ผมไม่แน่ใจ เนื่องจากเค้าเข้ามาทาง “ด้านหลัง” ของผม

ทั้งนี้ ร้านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือหละหลวมในการดูแลความปลอดภัย มันเปนช่วงชุลมุนที่ทีมงานและคนสนิทที่ผมเชิญมา กำลังเข้ามาหา

ทำไมต้องใช้ อำนาจ ที่ตัวเองมี มาข่มขู่ มาทำอย่างนี้กับผมด้วย ผมก้อแค่มาทำงาน หาเงิน เลี้ยงครอบครัวผมแค่นั้น” ก่อนที่จะได้เข้าแจ้งความ ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้

ล่าสุดผู้สื่อข่าวในพื้นที่ได้พูดคุยกับชายคนดังกล่าวผ่านโทรศัพท์ เฮียมอม้า (นามสมมุติ) ระบุตำแหน่งเป็น กต.ตร.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ต้นสายปลายเหตุเนื่องจากตนเองคิดว่าเป็นดีเจที่รู้จัก เพราะตนเองเป็นคนชอบเที่ยว รู้จักดีเจทุกคน ตนไปตบนั้นเพราะว่าเมาหนัก ต้องการแฮปปี้เบิร์ดเดย์คนในโต๊ะ จึงบอกเอ็มซีที่รู้จักกันให้พูดอวยพรและเปิดเพลงให้หน่อย

ตนเองพยายามบอกให้เปิดหลายรอบ จนเอ็มซีบอกว่า บอกดีเจแล้วเค้าไม่เปิดให้ จะให้ทำไง ตนเองจึงโมโหที่เปิดช้า จึงเดินไปตบตามคลิป แต่ที่ตบเพราะคิดว่าเป็นดีเจในพื้นที่ พอตนเองรู้ว่าไม่ใช่ดีเจในพื้นที่ เป็นทางร้านจ้างมาก็ไม่ทันแล้ว พยายามขอโทษและจะขอชดใช้รับผิดชอบ แต่ทางดีเจไม่ยอมคุยด้วย กลับไปแจ้งความ ตนเองเชื่อว่า ที่ดีเจแจ้งความไม่ใช่เพราะอยากให้ดำเนินคดี แต่อยากดังจะได้เป็นดีเจที่มีชื่อเสียง ตอนนี้ก็สมใจแล้ว

ที่ตนเองบอกว่า “มึงรู้จักกูไหม” คิดว่าดีเจเป็นคนในพื้นที่จะต้องรู้จักตนเองแน่นอนจึงพูดแบบนั้น ยืนยันไม่ได้พูดกร่าง และไม่ได้ใช้ตำแหน่ง กต.ตร.มากร่างด้วย และตำแหน่งกต.ตร.นั้น ตนเองออกมานานแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแต่มีภาพติดอยู่ยังไม่เอาออกเท่านั้น โดยออกมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 เพราะล้มละลายจนเป็นซึมเศร้า จึงไม่อยากให้ตัวเองดิ่ง จึงต้องไปเที่ยวทุกคืน ซึ่งทุกคนจะรู้จักตนเองดี

ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้คิดว่าตัวเองไม่ผิด ยอมรับว่าผิดจริงๆ แต่เข้าใจผิดคิดว่ารู้จัก ซึ่งพยายามขอโทษและเสนอเยียวยารับผิดชอบกับทางดีเจแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมคุยด้วย ทั้งตนเองได้ติดต่อผ่านคนอื่นๆให้ช่วยพูด แต่คู่กรณีก็ไม่ยอมคุย มีแต่จะให้ไปคุยกับตำรวจเท่านั้น ตนเองจึงไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งก็ว่ากันตามกระบวนการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button