จับตาพรุ่งนี้ ศาลอ่านคำพิพากษา คดีวางระเบิดพระพรหม แยกราชประสงค์ ยืดยื้อ 11 ปี

พรุ่งนี้ (11 มิ.ย. 2569) ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษาคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ โดยมี นายอาเด็ม คาราดั๊ก และนายไมไรลี ยูซุฟู สองจำเลยชาวอุยกูร์ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา นับเป็นบทสรุปของคดีสะเทือนขวัญที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 11 ปี และถูกบันทึกว่าเป็นเหตุโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
ย้อนคืนวันเกิดเหตุ 17 สิงหาคม 2558
ช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.55 น. เมื่อเกิดระเบิดขึ้นบริเวณศาลท้าวมหาพรหม หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ใจกลางสี่แยกราชประสงค์ ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นชายใส่เสื้อสีเหลืองนำกระเป๋าซึ่งเชื่อว่าบรรจุระเบิดมาวางไว้บนม้านั่งภายในบริเวณศาลฯ ก่อนระเบิดจะถูกจุดขึ้นในเวลาต่อมา ตำรวจตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิด TNT น้ำหนัก 3 กิโลกรัม
แรงระเบิดคร่าชีวิตผู้คนไป 20 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 6 ราย และชาวต่างชาติ 14 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 5 ราย มาเลเซีย 5 ราย ฮ่องกง 2 ราย อินโดนีเซีย 1 ราย และสิงคโปร์ 1 ราย ขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 120 ราย และในวันถัดมายังเกิดเหตุระเบิดที่ท่าเรือสาทรอีกจุดหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุไม่ถึงสองสัปดาห์ ตำรวจจับกุมนายอาเด็ม คาราดั๊ก ชาวอุยกูร์ ได้จากอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2558 ก่อนขยายผลจับกุมนายไมไรลี ยูซุฟู ได้ในเวลาต่อมา จากผู้ต้องหาในคดีทั้งหมดกว่า 17 ราย โดยอัยการยื่นฟ้องทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนมีผู้เสียชีวิต
ด้านแรงจูงใจ มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังทางการไทยส่งตัวชาวมุสลิมอุยกูร์เกือบ 100 คนกลับไปยังประเทศจีน ซึ่งทางการไทยเชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการแก้แค้นจากกรณีดังกล่าว
มหากาพย์คดีความเกือบ 11 ปี
เส้นทางของคดีนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคจนกลายเป็นหนึ่งในคดีที่ล่าช้าที่สุดในความทรงจำของสังคมไทย เริ่มจากการพิจารณาในศาลทหาร ซึ่งจำเลยทั้งสองกลับคำให้การเป็นปฏิเสธข้อกล่าวหาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จากนั้นกระบวนการต้องหยุดชะงักเมื่อล่ามภาษาอังกฤษและอุยกูร์ที่ช่วยเหลือจำเลยถูกจับในคดียาเสพติด จนต้องขอล่ามคนใหม่ผ่านสถานทูตจีน
ต่อมาคดีถูกโอนย้ายจากศาลทหารมายังศาลอาญากรุงเทพใต้ช่วงปลายปี 2562 โดยจำเลยยังคงให้การปฏิเสธและยืนยันสู้คดี แต่ความล่าช้าก็ยังคาราคาซัง ผ่านไป 7 ปี ศาลสืบพยานได้เพียง 40 ปาก จากบัญชีพยานกว่า 400 ปาก ขณะที่ล่ามอิสระซึ่งเข้าสังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่า ล่ามที่สถานทูตจีนจัดหาให้แปลผิดพลาดนับร้อยจุด และการพิจารณายังต้องหยุดไปอีกช่วงปลายปี 2565 เพราะทนายของอาเด็มประสบอุบัติเหตุขาหัก ก่อนกลับมาเริ่มกระบวนการอีกครั้ง
ระหว่างนั้นยังมีประเด็นด้านมนุษยธรรม เมื่ออาเด็มต้องนั่งรถเข็นมาฟังการสืบพยาน เนื่องจากสุขภาพย่ำแย่และน้ำหนักลดลงอย่างมาก อ้างว่าเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ไม่จัดอาหารฮาลาลให้ตามหลักศาสนาอิสลาม
ส่วนจำเลยหญิงคนเดียวในคดีคือนางวรรณา สวนสัน ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 โดยให้เหตุผลว่าไม่พบลายนิ้วมือ สารพันธุกรรม ธุรกรรมทางการเงิน หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงจำเลยกับผู้ต้องสงสัย อีกทั้งจำเลยเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
คำพิพากษาในวันพรุ่งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 20 ราย ผู้บาดเจ็บอีกนับร้อย รวมถึงสังคมไทยและนานาชาติรอคอยมาเกือบ 11 ปี ว่าความยุติธรรมในคดีระเบิดกลางกรุงครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
ระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ 2558 ย้อนโศกนาฏกรรม 20 ศพ ปมส่งอุยกูร์ ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น
- ‘เศรษฐา’ มั่นใจไม่เกี่ยวก่อการร้าย เหตุวางยาราชประสงค์ เผย FBI ลงพื้นที่ด้วย
- สอบเข้ม 5 พยาน คดีวางยาราชประสงค์ ตาย 6 ศพ เร่งขยายผลชัดเจ
- สหรัฐฯ จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด เหตุฆ่า 6 ศพ กลางโรงแรมหรูราชประสงค์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





