ถุงยางหมดทำอย่างไรดี เมื่ออารมณ์พาไป แต่ของสำคัญดันไม่มี

เช็กทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เมื่อถุงยางหมดกะทันหัน ควรหยุดก่อนหรือไปต่ออย่างไร พร้อมวิธีรับมือหากพลาดมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ถุงยางหมดในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพาไป เป็นสถานการณ์ที่หลายคนอาจเคยเจอ แต่คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดมีอยู่ข้อเดียว คือ อย่าฝืนไปต่อแบบไม่มีการป้องกัน เพราะอารมณ์ชั่วครู่ไม่ควรแลกกับความเสี่ยงเรื่องท้องไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือความกังวลที่ตามมาหลังจากนั้น
ถุงยางอนามัยไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์คุมกำเนิด แต่กรมควบคุมโรคระบุว่า การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งกับทุกคนยังสำคัญ เพราะช่วยป้องกันเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ขณะที่ CDC ระบุว่า การใช้ถุงยางอย่างถูกต้องช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่ได้ลดความเสี่ยงเหลือศูนย์ หากเกิดการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ทางเลือกเมื่อถุงยางหมดกะทันหัน
หยุดกิจกรรมที่เสี่ยงไว้ก่อน
ควรคุยกันตรง ๆ ว่ายังไม่มีถุงยาง ซึ่งการพูดคำว่า “รอก่อน” ไม่ได้ทำให้เสียบรรยากาศเท่ากับการต้องนั่งเครียดหลังจากนั้นหลายวัน หากทั้งสองฝ่ายยังอยากใช้เวลาร่วมกัน ควรเลือกกิจกรรมที่ไม่เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์และการติดเชื้อแทน
ออกไปซื้อถุงยางทันที
ปัจจุบันถุงยางหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางเดลิเวอรี สิ่งที่ควรดูคือขนาดให้เหมาะสม วันหมดอายุ สภาพซองต้องไม่รั่ว ไม่ฉีก ไม่กรอบ และควรเก็บถุงยางไว้ในที่ไม่ร้อนหรือโดนแดดจัด

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
- ไม่ควรใช้วัสดุอื่นแทนถุงยาง เช่น ถุงพลาสติก ฟิล์มห่ออาหาร ลูกโป่ง หรือวัสดุใด ๆ ที่ไม่ได้ผลิตมาเพื่อใช้เป็นถุงยาง เพราะไม่สามารถป้องกันได้จริง และยังเพิ่มโอกาสบาดเจ็บหรือระคายเคือง
- ไม่ควรใช้ถุงยางหมดอายุหรือซองชำรุด เพราะเสี่ยงแตกหรือรั่วระหว่างใช้งาน
- การ “หลั่งข้างนอก” ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดที่มั่นใจได้ และไม่ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ไม่ควรใส่ถุงยางสองชั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัย เพราะการเสียดสีกันอาจทำให้ถุงยางขาดง่ายขึ้น ควรใช้ถุงยางชิ้นเดียวอย่างถูกวิธีจะปลอดภัยที่สุด
หากพลาดมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ต้องทำอย่างไร?
หากพลาดมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันไปแล้ว ควรรีบประเมินความเสี่ยงทันที
กรณีป้องกันการตั้งครรภ์
- ควรรีบปรึกษาเภสัชกร แพทย์ หรือสถานพยาบาลเรื่องการคุมกำเนิดฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด NHS ระบุว่าการคุมกำเนิดฉุกเฉินต้องใช้ภายใน 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้ และห่วงอนามัยทองแดงสามารถใส่ภายใน 5 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ได้
กรณีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ควรตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะกรณีไม่ทราบสถานะสุขภาพของอีกฝ่าย มีแผล หรือมีเลือด
กรณีเสี่ยงเอชไอวี
- กรมควบคุมโรคแนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เรื่องยา PEP ภายใน 72 ชั่วโมง เพราะยานี้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหลังมีความเสี่ยง และต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
จำไว้ให้ขึ้นใจว่า หลังเกิดเหตุไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการล้างภายใน ใช้ยาฆ่าเชื้อเอง หรือกินยามั่ว เพราะไม่ได้ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างมีหลักฐานรองรับ และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า คนที่มีโอกาสมีเพศสัมพันธ์ควรพกถุงยางที่ยังไม่หมดอายุ เก็บไว้ในที่เหมาะสม และมีมากกว่าหนึ่งชิ้น สรุปแล้ว ถุงยางหมดไม่ใช่เรื่องให้แก้ด้วยการเสี่ยง แต่เป็นจังหวะให้หยุด คุย และตัดสินใจใหม่อย่างมีสติ
อ่านข่าวน่าสนใจเพิ่มเติม
- สรุปดราม่า ติณติณ นิวคันทรี ยันไม่เสพยา-ไม่คบเด็กผู้เยาว์ พร้อมรับผิดชอบถ้าเป็นพ่อ
- เปิดวาร์ป ฟาริดา สาวลูกครึ่งสุดฮอตคือใคร? หลังถูกโยงดราม่าเดือดนักร้องลูกทุ่งค่ายดัง
- สาวอัดคลิป แฉ นักร้องหนุ่มลูกทุ่ง BoyBand ค่ายดัง คบซ้อน-ท้องไม่รับ!
ข้อมูลจาก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





