ข่าวต่างประเทศ

“ฮุนเซน” ขอโทษประชาชน ช่วงเป็นนายกไว้ใจไทยมากไป เลยไม่ได้เตรียมตัวรบ

“ฮุนเซน” ขอโทษประชาชน ช่วงเป็นนายกไว้ใจไทยมากไป เลยไม่ได้เตรียมตัวรบ ช่วงนั้นนำงบไปใช้พัฒนาด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา

เพจเฟซบุ๊กสมเด็จ ฮุน เซน โพสต์ข้อความระบุว่า “สมเด็จเตโช ฮุน เซน ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน สอบถามสารทุกข์สุกดิบ และพบปะสนทนากับประชาชนผู้ลี้ภัยสงคราม ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จังหวัดบันทายมีชัย

ในเช้าวันที่ 9 มิถุนายน 2026 สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประมุขแห่งรัฐรักษาการของราชอาณาจักรกัมพูชา ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียน สอบถามความเป็นอยู่ และพบปะพูดคุยกับประชาชนผู้ลี้ภัยสงครามที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวในจังหวัดบันทายมีชัย

การเดินทางมาถึงของสมเด็จเตโชได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพรักที่ประชาชนมีต่อท่านมาโดยตลอด โดยประชาชนมักมองว่าสมเด็จเตโชเป็นบุคคลสำคัญของกัมพูชา โดยเฉพาะในด้านการใส่ใจต่อความทุกข์สุขของประชาชนทุกชนชั้นและในทุกช่วงเวลา

ก่อนที่จะเข้าพบและสนทนากับประชาชนผู้ลี้ภัยสงคราม สมเด็จเตโชได้ใช้เวลาเดินเยี่ยมเยียนประชาชนตามที่พักอาศัยชั่วคราว ซึ่งเป็นบ้านพักที่รัฐบาลได้จัดสร้างไว้ให้ประชาชนผู้ลี้ภัยใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวในพื้นที่แห่งนี้

ตามการเปิดเผยของนายอึม ราตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดบันทายมีชัย ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 21 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ่ายไทยได้รุกรานนั้น ทั้งประชาชนผู้ลี้ภัยและกำลังพลของกองทัพต่างได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจากสมเด็จเตโชและสมเด็จกิตติพฤฒาบัณฑิต บุน รานี ฮุน เซน รวมถึงจากสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี และดร. เปช จันทมนี ฮุน มาเนต อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจให้คณะทำงานดำเนินการจัดสรรที่ดินเพื่อสร้างบ้านให้แก่ประชาชนผู้ลี้ภัยสงคราม เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายในศูนย์ของสมาคมอดีตทหารผ่านศึก ในหมู่บ้าน ตำบลสลกราม อำเภอสวายเจก จังหวัดบันทายมีชัย

จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งนี้จำนวน 3,318 ครัวเรือน คิดเป็นประชากร 11,217 คน โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับที่ดินขนาด 20 เมตร x 30 เมตร บ้านขนาด 5 เมตร x 7 เมตร และยังได้รับพื้นที่สำหรับประกอบอาชีพเกษตรกรรมอีกด้วย

สมเด็จเตโช ฮุน เซน ได้นำพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และสมเด็จพระราชินีแม่ นโรดม มุนีนาถ สีหนุ มายังประชาชนผู้ลี้ภัยสงครามทุกคนที่อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้

สมเด็จเตโชกล่าวว่า พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชินีแม่ทรงห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ลี้ภัยสงคราม รวมถึงกำลังพลของกองทัพกัมพูชาอยู่เสมอในทุกช่วงเวลา

สมเด็จเตโชยังได้กล่าวชื่นชมรัฐบาลกัมพูชาที่ได้ดำเนินการจัดการเรื่องต่าง ๆ ในพื้นที่แห่งนี้ โดยระบุว่าท่านรู้สึกประหลาดใจที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันสามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของประชาชน แต่ได้ให้ความสำคัญและลงมือดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

จากศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยสงครามชั่วคราวในจังหวัดบันทายมีชัยแห่งนี้ สมเด็จเตโช ฮุน เซน ได้ตั้งชื่อให้ศูนย์พักพิงชั่วคราวสลกราม ในอำเภอสวายเจกว่า

“หมู่บ้านแห่งการรอคอย”

สมเด็จเตโชได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า แม้ว่าจะมีการสร้างหมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นแล้ว แต่กัมพูชาจะไม่ละทิ้งการเรียกร้องดินแดนกลับคืนมา และยังคงต้องดำเนินการทวงคืนดินแดนดังกล่าวต่อไป

สมเด็จเตโชกล่าวต่อว่า เนื่องจากในอดีตตนเองเชื่อใจอีกฝ่ายมากเกินไป ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่ได้เตรียมตัวสำหรับสงครามใด ๆ และไม่ได้ใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพราะต้องการนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา

แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริง กลับพบว่ายุทโธปกรณ์ของกัมพูชามีไม่เพียงพอ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาคือ ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดสงครามรุกรานที่ขยายตัวตลอดแนวชายแดนเช่นนี้

สมเด็จเตโช ฮุน เซน ประกาศว่า ดินแดนที่ทหารไทยกำลังรุกรานและยึดครองโดยผิดกฎหมายนั้น จะต้องถูกนำกลับคืนมาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การทวงคืนดินแดนดังกล่าวมีเพียงสองแนวทางเท่านั้น ได้แก่ การใช้กำลังทางทหาร การเจรจาโดยสันติวิธี

สมเด็จเตโชกล่าวต่อไปว่า กัมพูชาไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสามารถในการใช้กำลังเข้ายึดดินแดนกลับคืนมา แต่หากกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนเพื่อยึดพื้นที่คืน ก็จะถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ดังนั้น กัมพูชาจึงต้องอดทนและเลือกแนวทางการเจรจาโดยสันติ

หากเลือกใช้แนวทางทางทหารเพื่อยึดดินแดนที่ไทยเข้ายึดครองคืนมา ก็อาจผลักดันให้การสู้รบขยายตัวออกไปมากขึ้น ยึดพื้นที่คืนมาได้แล้วก็อาจไม่สามารถรักษาพื้นที่นั้นไว้ได้ เพราะจะเกิดการโจมตีตอบโต้กันไปมา

สมเด็จเตโชกล่าวว่า สถานการณ์เช่นนี้อาจกลายเป็นเหมือนกรณีกาซาและอิสราเอล หรือความขัดแย้งในบางประเทศอื่น ๆ ที่ยืดเยื้อจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นความขัดแย้งที่สืบทอดต่อกันเป็นชั่วลูกชั่วหลานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ สมเด็จเตโช ฮุน เซน ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนดำเนินมาตรการต่อผู้ที่ลักลอบนำเข้าสินค้าอย่างผิดกฎหมาย โดยให้ยึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด และให้นำตัวไปใช้แรงงานขนดินเพื่อก่อสร้างแนวสนามเพลาะหรือคูป้องกัน

พร้อมกันนั้น สมเด็จเตโชยังได้เรียกร้องให้มีการส่งเสริมและเพิ่มการผลิตภายในประเทศ ในช่วงเวลาที่มีการปิดชายแดนกับไทย โดยระบุว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของกัมพูชา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button