ข่าวต่างประเทศ

สามีพาเมียซ้อนท้ายคว่ำดับ ช็อกหนัก บุกแย่งปืนตำรวจหวังปลิดชีพ ศาลเห็นใจสั่งคุก 3 เดือน

หนุ่มฮ่องกงซิ่งจักรยานยนต์พาภรรยาป้ายแดงประสบอุบัติเหตุ บุกแย่งปืนตำรวจในห้องไอซียูหวังฆ่าตัวตายตามหลังรู้ว่าเมียไม่รอด ศาลฮ่องกงเห็นใจลดโทษเหลือจำคุก 3 เดือน

ศาลส่วนภูมิภาคฮ่องกงพิพากษาจำคุก นายหลิน เสี่ยนเจี้ยน อายุ 39 ปี เป็นเวลา 3 เดือน ในข้อหาพยายามครอบครองอาวุธปืนโดยไม่มีใบอนุญาต หลังก่อเหตุบุกแย่งปืนพกจากเอวของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โรงพยาบาลควีนอลิซาเบธ หวังปลิดชีพตนเองเนื่องจากเกิดความเครียดหลังทราบข่าวว่าภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียง 7 เดือนอยู่ในภาวะใกล้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เวลาช่วงค่ำซึ่งเป็นเวลาเยี่ยมผู้ป่วย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศนายดาบและผู้ใต้บังคับบัญชากำลังปฏิบัติหน้าที่จัดการคดีจราจรอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยอยู่ภายในห้องไอซียูชั้น 6

จำเลยได้วิ่งเข้าไปสวมกอดเอวของนายดาบตำรวจจากทางด้านหลังและพยายามดึงปืนพกออกจากซองปืน นายดาบตำรวจจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายและพยาบาลช่วยกันควบคุมตัวจำเลยไว้ได้

ระหว่างถูกควบคุมตัวจำเลยได้ร้องไห้และตะโกนเสียงดังว่า “ผมอยากตาย ผมทำภรรยาตาย ผมไม่อยากอยู่เป็นคนแล้ว ผมอยากแย่งปืนมาตัดช่องน้อยแต่พอตัว” โดยปืนพกกระบอกดังกล่าวมีกระสุนบรรจุอยู่ภายในจำนวน 6 นัด

จากการสอบสวนในชั้นจับกุม จำเลยให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน ตนเองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาภรรยาซ้อนท้ายและประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ส่วนบุคคลบนถนนหลงเสียง ทั้งคู่บาดเจ็บ แต่ภรรยามีอาการสาหัสและเกิดภาวะหมดสติ

จำเลยเฝ้าไข้ภรรยาอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งในวันเกิดเหตุ พยาบาลได้แจ้งข่าวร้ายว่าดัชนีชีพของภรรยาต่ำมากและอาจจะไม่ผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ จำเลยเกิดความตื่นตระหนก ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินผ่านมาจึงเกิดความคิดชั่ววูบที่จะแย่งปืนเพื่อฆ่าตัวตายตาม

ทนายความฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอความเมตตา ระบุว่าจำเลยประกอบอาชีพเป็นช่างประปาและช่างไฟฟ้า อาศัยอยู่กับมารดาเพียงสองคน เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในชีวิต เนื่องจากจำเลยถูกควบคุมตัวทำให้พลาดโอกาสในการเข้าดูใจและเห็นหน้าภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย สร้างความเสียใจให้แก่จำเลยเป็นอย่างมาก ประกอบกับจำเลยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงแต่ปัจจุบันได้รับการรักษาจนเกือบหายเป็นปกติแล้ว

นอกจากนี้มารดาของจำเลยยังได้เขียนจดหมายขอความเมตตาต่อศาลระบุว่า ลูกชายรักภรรยามากและถือเป็นเสาหลักของชีวิต การกระทำดังกล่าวเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ

ผู้พิพากษาเฉิน กว่างฉื่อ ระบุในคำพิพากษาว่า ศาลมีความเห็นใจและสะเทือนใจต่อการสูญเสียของจำเลยเป็นอย่างยิ่ง ทว่าการพิจารณาคดีจำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะและข้อความที่จะสื่อสารออกไปสู่สังคมด้วย เนื่องจากการพยายามแย่งอาวุธปืนที่มีกระสุนบรรจุอยู่เต็มรังเพลิงภายในห้องผู้ป่วยวิกฤตอาจส่งผลให้ปืนลั่นและเป็นอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ป่วยรายอื่นที่อยู่ในห้องอีกอย่างน้อย 6 คน จึงไม่สามารถลงโทษด้วยการรอลงอาญาหรือสั่งทำงานบริการสังคมได้ ศาลจึงกำหนดโทษเริ่มต้นที่จำุก 6 เดือน และลดหย่อนโทษให้เหลือจำคุก 3 เดือน

นอกจากนี้ ผู้พิพากษายังได้กล่าวตักเตือนและให้กำลังใจจำเลยในห้องพิจารณาคดี ขอให้จำเลยยอมรับบาดแผลในใจที่เกิดขึ้นและก้าวเดินต่อไป เนื่องจากภรรยาผู้ล่วงลับย่อมต้องการเห็นจำเลยกลับมาเข้มแข็งและดำเนินชีวิตต่อไปได้ อีกทั้งจำเลยยังคงมีมารดาที่ต้องดูแล ย้ำว่าอย่าคิดสั้นหรือกระทำสิ่งผิดพลาดซ้ำสอง ซึ่งทำให้นายหลิน เสี่ยนเจี้ยน ถึงกับก้มหน้าหลั่งน้ำตาในศาล

ที่มา: hko1

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button