สาวคลั่งผอม กรอกยาระบายวันละ 800 เม็ด หวังลดน้ำหนัก สุดท้ายอาการวิกฤตเกือบตาย!

สาวคลั่งผอม กรอกยาระบายวันละ 800 เม็ด ตลอด 4 ปี หวังลดน้ำหนัก สุดท้ายลำไส้ใหญ่-ไตพังพินาศ เฉียดตายก่อนวัยอันควร
เรื่อง Beauty Standard อาจทำให้หลาย ๆ คนเริ่มเข้าสู่ภาวะอันตราย และการเลือกใช้วิธีที่ผิดในการรักษารูปร่างให้ตรงตามมาตรฐานสังคม อย่างเช่น สาวคลั่งผอม วัย 27 ปีรายหนึ่ง จากนครเซี่ยงไฮ้ เกิดป่วยกะทันหันและอาการสาหัสจากการใช้ยาระบายเกินขนาด เพื่อหวังลดน้ำหนัก จนอวัยวะภายในเสียหาย หวิดสังเวยชีวิตให้ลัทธิคลั่งผอม
จุดเริ่มต้นของภาวะวิกฤตครั้งนี้ คือ สาววัย 27 ปี เริ่มใช้ยาระบายเม็ดสีชมพู ที่มีส่วนประกอบของสาร Bisacodyl เพื่อแก้ปัญหาท้องผูกและหวังลดน้ำหนัก แต่เมื่อร่างกายของเธอเริ่มชินกับตัวยา ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณยาระบายขึ้นเรื่อย ๆ จากวันละ 1 เม็ด จนมากที่สุด 800 เม็ดต่อวัน

หลังจากนั้น สาวคลั่งผอม รายนี้ต้องการที่จะพยายามหยุดยา แต่ร่างกายของเธอกลับเกิดการต่อต้าน ร่างกายของเธอเริ่มบวมขึ้น ปัสสาวะน้อยลง และอ่อนเพลียอย่างหนัก แพทย์ที่ทำการรักษาตรวจร่างกายของเธอและต้องพบกับ ระดับค่าไต ของสาววัย 27 รายนี้สูงผิดปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่าเธอกำลังเผชิญกับสภาวะไตวาย
นอกจากนั้น ทีมแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายของเธออย่างละเอียดมากขึ้นกลับพบสิ่งที่อันตรายต่อชีวิตมากกว่าเดิม คือ ลำไส้ใหญ่ ของเธอได้รับพิษสะสม จนระบบประสาทและกล้ามเนื้อฝ่อลีบ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป ทางเดียวที่จะช่วยชีวิตเธอได้คือการผ่าตัดตัดลำไส้ใหญ่ทิ้งทั้งหมด ซึ่งหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจึงเริ่มกลับมามีค่าการทำงานของไตที่ดีขึ้นและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู

แพทย์ได้ออกเตือนถึงพฤติกรรมดังกล่าวนี้ว่า การกินยาระบายไม่สามารถช่วยลดไขมันได้จริง เพราะร่างกายดูดซึมแคลอรีไปแล้วที่ลำไส้เล็ก ส่วนยาระบายออกฤทธิ์เพียงที่ลำไส้ใหญ่เท่านั้น น้ำหนักที่ลดลงจึงเป็นเพียงน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ไร้ผลในการลดความอ้วน แต่ยังเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไตเสื่อม และหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สามีสุดทน! แฉคลินิกฉีดยาลดน้ำหนักไร้ อย. ไทย ทำภรรยาทรุดหามส่ง รพ.
- หนุ่มออฟฟิศลดน้ำหนัก 23 กิโล สลัดไขมัน โรคหายเกลี้ยง ร่างทอง หล่อระดับพระเอก
- อย. เข้ม ปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาควบคุมพิเศษ ใช้ผิดวัตถุประสงค์-แอบขายไม่ได้รับอนุญาต
อ้างอิงจาก : soha.vn
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



