ข่าว

Africa CDC เตือนอีโบลาบันดิบูเกียว เสี่ยงแพร่ระบาดไป 10 ประเทศในแอฟริกา

ดีอาร์คองโกพบผู้ป่วยต้องสงสัยเกือบ 750 ราย เสียชีวิตต้องสงสัย 177 ราย ขณะที่ยูกันดายืนยันผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 5 ราย WHO ประเมินความเสี่ยงในดีอาร์คองโกระดับสูงมาก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา หรือ Africa CDC เตือนว่า การระบาดของโรคอีโบลาจากไวรัสสายพันธุ์บันดิบูเกียวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก และยูกันดา อาจกระทบประเทศอื่นในทวีปแอฟริกาอีก 10 ประเทศ หลังพบการแพร่ระบาดข้ามพรมแดนแล้ว

ฌอง กาเซยา ผู้อำนวยการ Africa CDC ระบุว่า ประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ แองโกลา บุรุนดี สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐคองโก เอธิโอเปีย เคนยา รวันดา ซูดานใต้ แทนซาเนีย และแซมเบีย โดยชี้ว่าการเคลื่อนย้ายของประชากรในระดับสูงและความไม่สงบในภูมิภาคเป็นปัจจัยที่ทำให้การควบคุมโรคยากขึ้น

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ให้การระบาดของโรคอีโบลาจากไวรัสบันดิบูเกียวในดีอาร์คองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินระดับโรคระบาดใหญ่

WHO ระบุว่า ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ดีอาร์คองโกพบผู้ติดเชื้อยืนยันทางห้องปฏิบัติการ 8 ราย ผู้ป่วยต้องสงสัย 246 ราย และผู้เสียชีวิตต้องสงสัย 80 ราย ในจังหวัดอิตูรี โดยพบในเขตสุขภาพอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ บูเนีย รวามปารา และมองบวาลู ขณะเดียวกัน ยูกันดาพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 2 รายในกรุงกัมปาลา ซึ่งเป็นผู้เดินทางมาจากดีอาร์คองโก

ต่อมา WHO ปรับการประเมินความเสี่ยงในดีอาร์คองโกเป็นระดับ “สูงมาก” ระดับภูมิภาคเป็น “สูง” และระดับโลกเป็น “ต่ำ” หลังสถานการณ์ขยายตัวเร็วขึ้น โดยข้อมูลที่ Reuters อ้างจาก WHO ระบุว่า ดีอาร์คองโกมีผู้ติดเชื้อยืนยัน 82 ราย เสียชีวิตยืนยัน 7 ราย ผู้เสียชีวิตต้องสงสัย 177 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัยเกือบ 750 ราย

สถานการณ์ในยูกันดาก็น่าจับตา กระทรวงสาธารณสุขยูกันดายืนยันผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มเป็น 5 ราย โดยผู้ป่วยใหม่ประกอบด้วยคนขับรถที่เคยขนส่งผู้ป่วยยืนยันรายแรก บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยรายดังกล่าว และหญิงจากดีอาร์คองโกที่เดินทางเข้ามาในยูกันดาพร้อมอาการป่วย ก่อนตรวจพบเชื้อภายหลัง

ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียวเป็นสายพันธุ์ที่พบไม่บ่อย และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขระหว่างประเทศกังวล เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ได้รับอนุมัติสำหรับสายพันธุ์นี้ WHO ระบุว่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญในดีอาร์คองโก ได้แก่ การตรวจพบผู้ป่วยล่าช้า ความไม่สงบในพื้นที่ วิกฤตด้านมนุษยธรรม การเคลื่อนย้ายของประชากร และเครือข่ายสถานพยาบาลนอกระบบจำนวนมาก

ด้านสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ หรือ IFRC รายงานว่า อาสาสมัครกาชาดในดีอาร์คองโก 3 ราย เสียชีวิตหลังคาดว่าติดเชื้อระหว่างปฏิบัติหน้าที่จัดการศพในพื้นที่มองบวาลู จังหวัดอิตูรี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่การระบาดรอบนี้จะถูกตรวจพบอย่างเป็นทางการ

Reuters รายงานว่า IFRC ย้ำความสำคัญของการจัดการศพอย่างปลอดภัย เนื่องจากร่างของผู้เสียชีวิตจากอีโบลายังสามารถแพร่เชื้อได้ หากครอบครัวหรือชุมชนสัมผัสโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน อาสาสมัครยังลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับประชาชนแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อลดข่าวลือและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรค

การควบคุมการระบาดรอบนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการติดตามผู้สัมผัส การแยกผู้ป่วย การสื่อสารกับชุมชน การควบคุมการเดินทางข้ามแดน และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่มีการค้าขายและการเดินทางระหว่างชุมชนสูง

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าการระบาดลามไปครบทั้ง 10 ประเทศแล้ว กลุ่มประเทศดังกล่าวอยู่ในสถานะ “เสี่ยง” จากการเคลื่อนย้ายประชากรและพรมแดนที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ระบาด ดังนั้นการใช้ถ้อยคำต้องแยกให้ชัดระหว่าง “พบผู้ติดเชื้อแล้ว” กับ “อยู่ในกลุ่มเสี่ยง”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button